advertisement

'นาเดีย-คุณภิ' วิวาห์หวานชื่น

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ค. 2554 20:40

นาเดีย นิมิตรวานิช และคุณภิ-ม.ล.อภิมงคล เปิดใจวิวาห์สุดชื่นมื่น ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล อุบสินสอด ปั๊มลูกทันที-อยากมี 2 คน เล็งฮันนีมูนยุโรป ยันไม่ทิ้งงานวงการบันเทิง...

เมื่อเวลา 17.15 น.นาเดีย-วิชิตา นิมิตวานิช นักแสดง-พิธีกรสาวรายการดาวกระจาย และ คุณภิ-ม.ล.อภิมงคล โสณกุล หรือที่รู้จักกันดีในนาม "หล่อจิ๋ว" ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาถึงโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ด้วยรถโบราณ ก่อนที่จะเปิดใจกับสื่อมวลชน ณ ห้อง Embassy ถึงความรู้สึกหลังจูงมือเข้าสู่พิธีมงคลสมรสเป็นครั้งแรก

โดยเป็นฝ่ายนาเดียที่เผยความรู้สึกก่อนว่า ตอนแรกยังไม่ตื่นเต้นเพราะนั่งแต่งหน้าปกติแล้วรู้สึกว่าเหมือนทำงานวันนึง แต่พอลงมาเจอผู้คนในงานเมื่อเช้า มองไปก็เจอแต่คนที่รัก ก็เริ่มรู้สึกว่านี่เป็นวันแต่งงานของเราจริงๆ ส่วนคุณภิเผยว่ารู้สึกตื่นเต้น เพราะตั้งใจจะแต่งงานกันตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พอมาถึงวันจริงยังตื่นเต้น รู้สึกดีได้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ญาติมิตรสหายคนที่รักเรา ส่วนบรรยากาศในพิธีช่วงเช้า นาเดียเผยว่าความฝันของตนอยากมีแห่ขันหมาก มีการกั้นประตู และอยากแต่งชุดไทยเพราะคงไม่มีชาติไหนแต่งชุดไทยได้สวยเท่าตน ส่วนคุณภิเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวมาเยอะ ก็เลยใช้บริการเพื่อนมา ก็มีการสู่ขอหมั้นเป็นพิธีภายในและมีการจดทะเบียนสมรส และรับประทานอาหาร นอกจากนี้ มีการอวยพรจากโต๊ะอิหม่าม เนื่องจากทางตนและคุณแม่นับถือศาสนาอิสลาม ในเรื่องสินสอดนั้นก็ประมาณนึง โดยมีแหวนหมั้นและเครื่องเพชร แต่แหวนเพชรกี่กะรัตนั้นตนก็ดูไม่เป็น ส่วนสินสอดนั้นคุณภิเผยว่ามีเงินและทองจำนวนหนึ่ง ซึ่งทางคุณแม่ของฝ่ายเจ้าสาวยกให้เราทั้ง 2 คนเป็นทุนตั้งต้นชีวิต และเมื่อถามถึงชุดไทย นาเดียเผยว่า คุณแม่ของฝ่ายชายจัดการให้ทั้งชุดเช้าและเย็น เป็นผ้าไหมไทยยกทอง ไม่รู้โบราณรึเปล่าแต่มีความประณีตมาก เห็นแล้วรู้สึกสวยมาก เป็นของที่ท่านยกให้ ไปหาซื้อที่ไหนก็นึกไม่ออก เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่คุณแม่ฝ่ายชายปลื้มขนาดนี้ นาเดียตอบว่าไม่กล้าพูด แต่ที่ทราบคือคุณพ่อคุณแม่ฝ่ายชายรักลูกชายมาก และทำทุกอย่างให้งานแต่งงานของลูกชายคนเดียว ตนจึงได้รับความเมตตาเผื่อแผ่มาด้วยในฐานะเป็นเจ้าสาวของลูกชาย ด้านคุณภิเผยว่านาเดียเป็นคนที่อยู่กับแม่และน้องตลอด ตนทราบว่าคุณแม่และน้องเป็นคนที่สำคัญที่สุดของนาเดีย ตนจึงรับปากว่านอกจากแต่งงานแล้วจะได้มีแม่เพิ่มอีกคน และมีน้องสาวเพิ่มอีกคน เป็นผู้ชายคนแรกในครอบครัวนี้

เมื่อถามว่าคุณภิเอาชนะใจนาเดียได้อย่างไร นาเดียกล่าวว่าตนรู้สึกว่าเขารักตน และไม่ได้เมตตาแต่ตนคนเดียว แต่ยังรักน้องสาวและแม่ด้วย ซึ่งเป็นคนที่มีอิทธิพลสูงสุดในชีวิตตน ซึ่งคนทั้ง 2 นั้นเป็นคนที่ต้องอยู่กับตนไปตลอดชีวิต และอีกคนที่เข้ามาอยู่กับตน ตนก็อยากให้รักกัน ฝ่ายชายเองก็เคารพแม่และรักน้องของตน ซึ่งแม่ของตนรักและเอ็นดูคุณภิมาก ก็รู้สึกว่าลงตัว ดีใจ ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ส่วนวินาทีที่ขอแต่งงานนั้น นาเดียเผยว่าจริงๆแล้วฝ่ายชายก็ขอมาเรื่อยๆ แต่ครั้งแรกที่ถูกขอก็ตกใจ เพราะคบกันแค่เดือนเดียว ตนก็รู้สึกตกใจ คิดว่าวู่วามรึเปล่า ด้านคุณภิตอบว่ารู้จักกันมากว่า 10 ปี เจอกันประปรายบ้าง และพอช่วงหลังเจอกันบ่อยขึ้น เมื่อถึงช่วงคบหาดูใจกัน อยู่ด้วยกันทุกวันอย่างน้อยก็ตอนเย็น ก็รู้สึกมั่นใจในตัวเขา และหลายๆอย่างในช่วงจังหวะชีวิตประสบการณ์ก็เป็นช่วงที่เหมาะ กับคำถามที่ว่าคำสัญญาของกันและกันคืออะไร นาเดียตอบว่าโดยหลักแล้วอยู่ที่คุณภิมากกว่า คุณภิกล่าวว่าที่คุยกันเรื่องแต่งงานลงตัวแล้วตั้งแต่เดือน มี.ค. แต่ตนสัญญาว่าในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นวันเกิดตนจะโทรคุยกับพ่อแม่ของตน และตอนปลายเดือน พ.ค.ซึ่งเป็นวันเกิดของนาเดีย จะไปสู่ขออย่างเป็นทางการ จึงมีภาพที่ปรากฏตามสื่อ ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจว่าเพิ่งมาตัดสินใจในเดือน พ.ค. ซึ่งจริงๆไม่ใช่ เพราะคิดมานานแล้วและเตรียมทุกอย่างนานแล้ว และในตอนนั้นอยู่ในช่วงหาเสียงจึงให้เพื่อนมาช่วย

เมื่อถามถึงความรู้สึกตอนสวมแหวนหมั้นในพิธีช่วงเช้า นาเดียเผยว่าทำอะไรกันไม่เป็น แม้แต่คุณพ่อคุณแม่ เพราะส่วนใหญ่คุณพ่อฝ่ายชายจะเป็นประธานในงานแต่งงานเยอะ แต่พอต้องมาเป็นเถ้าแก่สู่ขอให้ลูกชายก็ทำอะไรไม่เป็น แต่ยังดีที่มีออกาไนซ์คอยแนะนำ ถึงตรงนี้คุณภิเสริมติดตลกว่าไม่เป็นไร ผิดพลาดอย่างไรไม่ขอแก้ไขงานหน้า เรียกเสียงหัวเราะจากนักข่าวได้เป็นอย่างดี เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแหวนที่นาเดียให้คุณภินั้น นาเดียตอบว่าจริงๆแล้วตอน ไปเที่ยวฮ่องกงด้วยกันในช่วงสงกรานต์ ตนก็เริ่มดูแหวน และพาฝ่ายชายไปดูแหวนในร้านร้านหนึ่ง พร้อมทั้งโชว์แหวนให้ช่างภาพเก็บภาพ ก่อนจะกล่าวต่อว่าตนก็ถามฝ่ายชายว่าอยากได้แหวนแบบมีเพชรหรือไม่ ฝ่ายชายตอบไม่ และไม่อยากได้แบบหนา และไม่อยากได้แบบลาย ไม่เอาอะไรสักอย่าง ซึ่งตอนแรกตนตั้งใจจะเซอร์ไพรส์ แต่สุดท้ายคิดว่าไม่ต้องแล้ว จึงชวนฝ่ายชายไปเลือกเอง เลือกแหวนวงเรียบๆที่สุด กับคำถามที่ว่าอะไรที่ทำให้คุณภิตัดสินใจแต่งงาน คุณภิเผยว่าหลายอย่าง หากพูดตามตรงตนประทับใจในทุกสิ่งที่อีกฝ่ายเป็นจริงๆ แล้วตนแอบชอบเขาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีโอกาส จนถึงช่วงหลังได้มีโอกาสคบหามากขึ้น ก็รู้สึกว่าเป็นคนมีเสน่ห์ สวย อารมณ์ดี ที่สำคัญคือฝ่ายหญิงเข้าใจในสิ่งที่ตนเป็นและยอมรับได้ บางครั้งอาชีพที่ตนเลือกหรือหลายอย่างในชีวิตของตนอาจจะไม่ปกติ แต่เขาก็เคารพในสิ่งที่ตนเลือกและอยากทำ เป็นกำลังหนุนให้ตนเสมอ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เมื่อถูกจับตามองเยอะแล้วให้กำลังใจอย่างไร นาเดียตอบว่าพูดตรงๆตนไม่ชิน เพราะถึงตนอยู่ในวงการนี้มานานแต่ไม่ค่อยได้ออกมาพูด เพราะกลัวความไม่แน่นอน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและไม่คิดว่าฟีดแบ็กจะเป็นแบบนี้ ไม่ได้คิดว่าจะมีใครสนใจตนในเรื่องนี้สักเท่าไหร่ แต่เวลาตนคบใครจริงๆก็ไม่ได้ปิด เพียงแต่ไม่ได้พูด แต่บังเอิญว่าคุณภิเป็นคนที่มีคนรู้จักส่วนหนึ่งอยู่แล้วจึงไม่ต้องพูดอะไร ด้านคุณภิเสริมว่านกับนาเดียมองแค่ว่าเป็นภิกับเดียคบกัน แต่หลายคนมองว่าอภิมงคลนักการเมืองกับนาเดียซึ่งเป็นนักแสดงมาคบกัน ซึ่งสำหรับเราไม่มีอะไรปกปิด นาเดียกล่าวเสริมต่อว่าแรกๆไม่ชิน แต่ไปๆมาๆก็เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ตนพยายามรักษาพื้นที่ ตนเติบโตมาในวงการนี้ สื่อมวลชนทุกคนถือเป็นเพื่อนร่วมงาน ซึ่งตนบอกตั้งแต่ต้นว่าทุกครั้งที่ถามเรื่องความรักถ้าตนแต่งงานแล้วจะบอก และจะเชิญทุกคน ซึ่งวันนี้ตนก็ทำตามสัญญา และทำให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ในฐานะที่เป็นเพื่อนร่วมงานของตน

ส่วนการวางแผนอนาคตเรื่องครอบครัวนั้น คุณภิตอบตนอยากมีลูกคนเดียว แต่นาเดียอยากมีลูก 3 คน เมื่อบวกลบคูณหารแล้วจึงขอแค่ 2 คนก็พอ ส่วนจะเป็นลูกชายหรือลูกสาวนั้นไม่เกี่ยง ส่วนนาเดียเสริมว่าคงปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะรอบๆตัวตนมีลูกยากกันทุกคน และตนเป็นคนอยากมีครอบครัวสมบูรณ์มาก อยากมีลูกมาก ตั้งแต่คบกันก็ถามฝ่ายชายว่าเป็นหมันหรือเปล่า อย่าหาว่าตนทะลึ่งแต่จำเป็น เพราะถ้าเป็นหมันคงต้องหยุดจริงๆเพราะตนอยากมีลูก เมื่อถามถึงแพลนฮันนีมูน  คุณภิตอบว่าคงยังไม่ได้ไปเพราะตนยังติดภารกิจทางการเมืองอยู่ และฝ่ายหญิงยังคงทำงานอยู่ คงต้องเว้นไปสักพักก่อน ซึ่งนาเดียเสริมว่าตนอยากไปยุโรป แต่คุณภิบอกว่าไปมาเยอะแล้วเพราะเขาโตแถวนั้น จึงอยากไปอเมริกาบ้าง แต่ตนก็ตอบไปว่าตนไม่ได้เรียนแถวนั้นด้วยเพราะเรียนเมืองไทย จึงอยากจะไปยุโรป สุดท้ายฝ่ายชายจึงต้องยอม เมื่อถามว่ารู้สึกยังไงกับตำแหน่งภรรยานักการเมือง นาเดียตอบว่า ตนไม่ได้คิดแบบนั้นเพราะคบกันแบบเดียกับภิ และคุณแม่ฝ่ายชายบอกว่าอย่าเอาหน้าที่การงานเข้าบ้าน ให้คบกันแบบนี้ ซึ่งตนก็ไม่คิดว่าเป็นภรรยานักการเมือง เพราะอาชีพนี้ก็ไม่มีความแน่นอน แต่ตนมีหน้าที่สนับสนุนในสิ่งที่อีกฝ่ายทำไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามเพราะเชื่อว่าคิดดีแล้ว ส่วนงานในวงการบันเทิงของตนนั้นก็ไม่เลิกเพราะชอบทำงาน กับคำถามที่ว่าเมื่อตื่นเช้ามารู้สึกแปลกๆไหม ที่ตื่นมาต้องเจอกัน นาเดียตอบว่า เขาอยู่บ้านเขาซึ่งอยู่ที่ทองหล่อ แต่ตนต้องเปลี่ยนบ้าน ทำให้รู้สึกใจหายคิดถึงแม่และน้อง  ซึ่งคุณแม่ตนก็ร้องไห้แทบทุกวัน แต่ก็คุยกันว่าตนจะกลับไปบ้านบ้างด้วย.

 

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement