advertisement

'คนบันเทิง' เผยนาทีติดเกาะ-ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 เม.ย. 2554 09:00

4 คนบันเทิงดัง อ้อม-พิยดา, ป้อง-ณวัฒน์, พีเค-ปิยะวัฒน์ เผยนาทีประสบเหตุติดเกาะเต่าและเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ด้านบิว กัลยาณี เศร้าหนักครอบครัวเป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้...

นับเป็นความเศร้าอีกครั้งของประเทศไทย หลังเกิดเหตุการณ์อุทกภัยในภาคใต้ อันเนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา จนส่งผลกระทบให้หลายจังหวัดในภาคใต้ประสบภัยน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายอย่างมาก อีกทั้งทำให้การเดินทางเข้าออกของเกาะต่างๆ ในภาคใต้ไม่สามารถทำได้เนื่องจากฝนตกหนัก อีกทั้งในทะเลมีคลื่นสูงและลมแรง ซึ่งหนึ่งในผู้ประสบเหตุการณ์เหล่านี้มีเหล่าคนบันเทิงที่หลายคนรู้จักกันดี ทั้งนางเอกเจ้าบทบาท อ้อม-พิยดา จุฑารัตนกุล, พระเอกหนุ่มคาสโนว่า ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, พิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร และนักร้องสาวลูกทุ่งคนดัง บิว-กัลยาณี เจียมสกุล หรือ บิว กัลยาณี โดยทั้งหมดเผยถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่ตนประสบตลอดหลายวันที่ผ่านมา

ซึ่งนางเอกสาว อ้อม เปิดใจต่อสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ติดเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ในงาน "ราษฎร์รัฐร่วมใจ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม" ที่สตูดิโอ 1 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เป็นครั้งแรกว่า ตนเดินทางกลับมาถึง กทม.เมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค.เวลา 21.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งตนไม่ได้มากับเรือหลวงจักรีนฤเบศร์ ตนมากับเรือเร็วลมพระยา ซึ่งมีล่องน้ำเดียวที่ออกได้คือล่องน้ำชุมพร แต่นานเหมือนกันกว่าที่จะอนุญาตให้ออกไปเพราะคลื่นสูงมาก คือถ้ามากับเรือพาณิชย์ปกติจะอันตรายมากเพราะคลื่นสูงมาก ซึ่งจริงๆ มันไม่อันตรายร้ายแรงถ้ามีเวลาอยู่รอไปเรื่อยๆ แล้วพายุหายไปค่อยกลับก็ได้ แต่ตนต้องรีบกลับมาทำงานต่อ เมื่อถามถึงนักท่องเที่ยวที่นั่นในวันที่เรือหลวงเข้าไปช่วยเป็นอย่างไรบ้าง อ้อมเผยว่าที่มีการเข้าไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเพราะว่านักท่องเที่ยวบางคนตื่นตระหนก เพราะต้องเดินทางต่อไปยังที่อื่นอีก พอเห็นข่าวจากทีวีก็เห็นว่าภาคใต้ค่อนข้างประสบปัญหาเยอะจึงค่อนข้างกลัว แต่ตนไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร เพราะปกติเคยติดเกาะอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่นักดำน้ำทุกคนจะทราบอยู่แล้ว และตอนที่ติดเกาะนั้นอาหารการกินสมบูรณ์ไม่มีปัญหา แต่คลื่นค่อนข้างสูงมาก และวันแรกที่ติดเกาะก็ไม่ได้กังวลอะไร แต่พออีกวัน 2 วันก็ยังกลับไม่ได้อีก ก็รู้สึกเอ๊ะยังไงมากกว่า บรรยากาศค่อยๆ น่ากลัวขึ้นมาตรงที่ฝนตกหนักไม่หยุดตั้งแต่ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ถึงวันอังคาร ฟ้าปิด คลื่นแรงมาก มองออกไปไม่เห็นปลายแหลม ก็จะตกใจกลัวตรงนั้น แล้วมีน้ำท่วม แล้วเจ้าของรีสอร์ทก็บอกว่าหากตกหนักมากขึ้นเรื่อยๆจะมีดินถล่ม

เมื่อถามว่ามีกังวลอะไรหรือไม่ นางเอกสาวบอกว่าไม่ แต่สามีของตนคืออาท-ศรา ได้เอากระสอบทรายไปกั้นไว้ในกรณีที่ฝนตกไม่หยุดเพราะฝนตกหนักมาก ซึ่งก็มีรีสอร์ทที่หายไปเหมือนกัน ต้นไม้ล้มระเนระนาด แต่เมื่อฝนเริ่มตกพรำๆก็โอเค แต่ฟ้ายังไม่เปิด คลื่นยังแรงอยู่ เรือพาณิชย์ไม่สามารถเข้าออกได้เลยเริ่มตกใจ อาหารก็เริ่มหมด เหลือให้ทานได้ไม่เกิน 3 วัน เพราะคนมาร่วมงานเปิดโลกใต้ทะเลที่เกาะประมาณ 2 พันคน และคนจะทยอยกลับในวันอาทิตย์แต่กลับไม่ได้จึงยังติดเกาะ และคนจากเกาะแถวนั้นที่มาร่วมงานที่เกาะเต่าก็ออกไปไม่ได้ แต่พอทราบว่ามีเรือหลวงมาช่วยก็เบาใจ จากนั้นนักข่าวถามถึงเรื่องที่นางเอกสาวได้ไปช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เจ้าตัวจึงเผยว่าตนได้ไปช่วยลำเลียงคนขึ้นเรือ ซึ่งชาวต่างชาติหลายคนมีจุดหมายไปยังที่ต่างๆหลายที่ แล้วนักท่องเที่ยวที่อยู่ที่นั่นประมาณ 1,500 คน และทุกคนไม่รู้จะทำยังไง จึงต้องมีอาสาสมัครที่นั่น ซึ่งมีกลุ่มคนที่อยู่ในชมรมรักเกาะเต่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง และมีตนและสามี รวมไปถึงคนที่นั่นคอยช่วยเหลือ รวมไปถึงโอ๋-เพชรดา เทียมเพชร นักแสดงชื่อดัง, เบญทราย กียปัจจ์ พิธีกรรายการชุมทางเสียงทอง ฯลฯ คอยช่วยเหลือลำเลียงคน ซึ่งตอนนี้เพื่อนๆกลับมากันหมดแล้ว ส่วนนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเรือหลวงฯมาได้ 600 คน ยังติดค้างที่เกาะ 400 คน ส่วนอีก 300-500 คนกลับมากับเรือพาณิชย์ที่ออกมาทาง จ.ชุมพร เมื่อถามว่ามีผลกระทบกับงานที่รับไว้หรือไม่ นางเอกสาวยืนยันว่ายังไม่มี เพราะยังสามารถเลื่อนได้ ทั้งนี้อ้อมยังยืนยันว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ทำให้กลัวกับการดำน้ำ เพราะตนก็ยังเช็กข่าว ซึ่งตนก็มาดำน้ำช่วงนี้ทุกปี แต่เหตุการณ์เหล่านี้มันเกิดขึ้นแบบหลงฤดูก็ทำให้งงเหมือนกัน พร้อมกันนี้นางเอกสาวฝากขอบคุณทุกๆฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประสานงานช่วยเหลือนักท่องเที่ยวจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทุกคนช่วยเหลือกันดีมาก และหากตนสามารถช่วยเหลืออะไรได้ตนก็พร้อมช่วยเหลือเต็มที่

ด้านพระเอกหนุ่ม ป้อง เผยถึงเหตุการณ์ติดเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 5 วันในงานเปิดตัว Cure Solutions Elixir 7.9 ของอีฟ โรเช ที่สยามเซ็นเตอร์ ว่า ตนเพิ่งได้กลับมาเมื่อคืนวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยตนไปเกาะเต่าเพื่อร่วมงานโครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และไปกับกลุ่มเพื่อนดาราอีกหลายคน แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ซึ่งตอนแรกที่มาถึงคิดไว้ว่าจะไปดำน้ำ แต่ฝนตกไม่หยุด และเมื่อรู้ว่ากลับกรุงเทพฯไม่ได้ก็รู้สึกเครียดเรื่องงานเพราะตนรับงานอีเว้นท์ไว้และต้องถ่ายละครในรอยรัก ซึ่งเป็นวันแรกของการถ่ายทำ ตนก็ต้องยกเลิกคิวไป แต่ทีมงานค่ายดาราวีดีโอเข้าใจ และเมื่อถามต่อว่ากลัวหรือไม่ที่เจอเหตุการณ์นี้ พระเอกหนุ่มเผยว่าที่ที่ตนอยู่ไม่ได้มีปัญหาอะไร ยังมีน้ำมีไฟใช้ มีแค่ฝนเท่านั้นที่ตกไม่หยุด แต่ถ้าต้องอยู่อีก 2-3 วันคงไม่พอแน่นอน เพราะตรงที่ตนอยู่มีคนอยู่ประมาณ 2 พันกว่าคน และตอนนั้นคลื่นสูงมาก ทำให้เรือไม่สามารถออกไปได้ จึงทำให้ต้องติดอยู่ที่เกาะเต่ากว่า 5 วัน

เมื่อนักข่าวถามว่าระหว่างทางที่กลับมาเป็นอย่างไรบ้าง หนุ่มป้องเผยว่าในชีวิตไม่เคยเมาเรือมาก่อน แต่วันนั้นอาเจียนหนัก เพราะขณะที่นั่งเรือกลับนั้นคลื่นสูงประมาณ 3-4 เมตร เหมือนขึ้นไวกิ้ง 2 ชั่วโมงไม่หยุด ซึ่งตนก็กลัวเหมือนกัน และที่จริงทางรัฐได้ส่งเรือหลวงจักรีนฤเบศรมาช่วยเหลือ แต่ว่าเรือลำใหญ่เกินไปเข้ามาถึงเกาะไม่ได้ จึงต้องเอาเรือลำเล็กทยอยกันส่งขึ้นเรือใหญ่ ซึ่งใช้เวลานานมาก จึงต้องมีเฮลิคอปเตอร์มาช่วยตั้งแต่เช้า กว่าจะเสร็จเกือบ 2-3 ทุ่มแล้ว เมื่อถามต่อว่าเข็ดหรือไม่กับการไปดำน้ำเที่ยวเกาะ หนุ่มป้องกลับยืนยันว่าไม่เข็ด เพราะตนเป็นคนชอบดำน้ำอยู่แล้ว อย่างเกาะเต่าตนก็ชอบไป เพราะเป็นเกาะที่สวยมาก ซึ่งครั้งนี้ที่ไปอาจเป็นโชคไม่ดีที่ตนไปเจอเหตุการณ์พอดี แต่คิดว่าหากอากาศดีแล้วค่อยไปใหม่ และเมื่อถามว่าครอบครัวว่าอย่างไรบ้าง พระเอกคนดังเผยว่าตนโทรบอกแม่ตลอด และท่านให้โทรหาทั้งเช้าและเย็น พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังเผยถึงชาวต่างชาติที่ติดเกาะเหมือนกันว่ารู้สึกสงสารมากเพราะเขาเห็นข่าวจากทีวีแต่ฟังไม่ออก และเมื่อเขาเห็นภาพก็ออกอาการกลัว บางคนถึงกับร้องไห้ แต่ตนได้อธิบายให้เข้าใจแล้ว

ฝั่งพิธีกรหนุ่ม พีเค ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์ติดเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในงานสุดยอดมายากล "โลรองต์ บาเรตต้า" ที่ลานมรกต ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลมว่า ตนไปถึงที่เกาะตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไปร่วมงานสมุย อินเตอร์เนชั่นแนล บอดี้เพ้นท์ติ้ง คอมเพททิชั่น ของ ททท. โดยในงานนั้นมีนักแสดงสาว นก-อุษณีย์ วัฒฐานะ มาร่วมงานด้วย ซึ่งตนเสร็จงานตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พอจะกลับในเช้าวันจันทร์ฝนเริ่มเทหนัก พอไปถึงสนามบินไฟล์ทก็ถูกแคนเซิลไปเรื่อยๆ จากนั้นพอกลับมาถึงโรงแรมในช่วง 5 โมงเย็นฝนก็เริ่มเทหนักจนพอค่ำก็ขับรถแวะไปซื้อของกับรุ่นพี่เพราะต้องติดที่เกาะอีกคืน แล้วเสื้อผ้าก็เปียก ไม่รู้จะได้เดินทางหรือไม่ พอจะเลี้ยวเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ตรงตีนเขาน้ำป่าก็ซัดเข้ามาเร็วมากจนเกือบถึงไฟหน้า ตอนนั้นก็คิดว่าถ้าเกิดดับตอนนี้อีกนิดนึง รถจะถูกยกและไหลไป ถ้ากระโดดไปตอนนี้น้ำคงพัดเราตกทะเลแน่นอน เลยตัดสินใจบอกพี่ให้ขับรถเหยียบแล้วฝ่าขึ้นที่สูง พอถึงจุดที่ปลอดภัยแล้วก็เห็นว่ารถลอย เฟอร์นิเจอร์ลอย คนต้องเกาะแขนเป็นแถวยาวๆ ตอนนั้นก็คิดว่าจะขึ้นเขาสูงกว่านี้ไหมเพื่อให้น้ำน้อยลง หรือจะไหลไปตามน้ำ เราก็รอดูว่ามีรถมาไหม รอจน 10 นาทีแล้วก็มองหน้ากันว่าเอาไงดี ก็ปรากฏว่ามีคนขับรถขับมาจากด้านหลังแล้วตวัดขวาตามน้ำไปเลย แล้วเขาไปได้ พวกตนก็ลุยตามไป ก็เลยหลบมาได้ ซึ่งตอนนั้นรู้สึกว่าไม่น่าออกมาเลย แต่ตอนนั้นก็ตั้งสติว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วมองหน้าพี่ที่มาด้วยตอนนั้นแล้วเขานิ่งมาก แล้วมองน้ำมาข้างหน้ารถก็ตายแล้ว จอดก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวรถดับ โดดออกก็ไม่ได้ ก็ต้องเหยียบแล้วตวัดทันที

ทั้งนี้ พีเค เผยว่าคนในพื้นที่บอกว่าเป็นเหตุการณ์ที่หนักที่สุดตั้งแต่เจอมา ซึ่งหลังจากน้ำขึ้นสูงมากประมาณ 1 ชม.เขาตัดไฟหมด พอไฟหมดน้ำก็ไม่มีเพราะเอาน้ำไปปั่นไฟ  สัญญาณโทรศัพท์ก็ถูกตัดขาด มีสัญญาณนิดเดียว ตอนนั้นไม่คิดว่าซีเรียสมาก คือน้ำขึ้นสูงแต่คิดว่าพอฝนหยุดตกน่าจะบินได้ แต่พอเช้าฝนก็ยังตกอยู่ แต่โชคดีที่น้ำทะเลลงมันจึงไม่เอ่อมาก ส่วนอาหารการกินยังมีเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่มีไฟ ไม่มีน้ำ ติดต่อข้างนอกไม่ได้ ต้องนั่งรอข่าว แล้วนานๆทีโทรศัพท์จะติดสักที เราก็หาทางออกโดยการไปนอนรอที่สนามบิน เขาก็บอกว่าอย่าเพิ่งไป เพราะถ้าเลี้ยวขวาอ้อมเกาะสมุยน้ำสูงมาก ถ้าด้านซ้ายก็มีก้อนหินใหญ่เท่าบ้านขวางทาง สุดท้ายบังเอิญมีรถซาฟารีผ่านมาเลยให้ขับพาไป ทำให้เราเห็นก้อนหินใหญ่เท่าบ้านจริงๆ แล้วตลอดทางพื้นแตก น้ำไหลสูงขึ้นตลอด ร้านก็ปิด คนก็ต้องลุยน้ำกัน แต่สุดท้ายถึงสนามบินจนได้ พอไปถงเขาก็บอกว่าแคนเซิล พรุ่งนี้ให้มารอใหม่ ซึ่งตนต้องติดเกาะจนถึงเวลา 15.00 น.ของวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมาถึงได้กลับ

เมื่อถามถึงว่าเห็นสภาพผู้คนที่นั่นแล้วรู้สึกเป็นห่วงยังไงบ้าง พิธีกรดังตอบว่าตอนตื่นเช้าวันอังคารมาแล้วเห็นน้ำท่วม ตนไม่รู้ว่ามันเยอะขนาดนั้น เพราะตอนนั้นตนยังไม่เห็นข่าว ไม่มีคอมพิวเตอร์ไม่เห็นข่าว พอออกมาระหว่างทางไปสนามบินถึงรู้ว่าหนักแน่ๆเพราะด้านขวาก็ท่วม ทางซ้ายหินก้อนใหญ่ขวางทาง พื้นแตก น้ำไหลตลอด ชาวบ้านไม่สามารถเปิดร้าน บังกะโลหาย และเมื่อได้คุยกับเพื่อนที่ขับรถให้ก็บอกว่าฝนยังตกอยู่ในตอนนี้ ซึ่งตนกลับมาเมื่อวานแต่ที่นั่นยังมีฝนตกอยู่ ตนคิดว่าถ้ามีโอกาสก็ควรช่วยกันบริจาค เงินทุกบาททุกสตางค์ หรือส่งอาหารสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เมื่อถามถึงสภาพจิตใจหลังผ่านเหตุการณ์นี้ พีเคตอบว่ารู้สึกดีใจที่ได้กลับบ้านได้เจอแม่ ได้กลับมาทำงาน แต่ชีวิตคนที่นั่นต้องหยุดนิ่งไปสักพักใหญ่

ส่วนนักร้องลูกทุ่งสาว บิว กัลยาณี ที่มาร่วมงาน "ราษฎร์รัฐร่วมใจ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม" ที่สตูดิโอ 1 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เผยถึงเหตุการณ์น้ำท่วมที่ครอบครัวของตนประสบว่าถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าทุกปี เพราะปกติท่วมเฉพาะเกือบถึงชั้น 2 ของบ้าน แต่ปีนี้ท่วมสูงจนโผล่มาเฉพาะหลังคาบ้าน ซึ่งตนให้แม่ย้ายไปอยู่ที่บ้านอีกหลังใน อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ส่วนบ้านลุงและบ้านยายต้องอพยพขึ้นไปอยู่บ้านอื่นที่น้ำยังไม่ถึง และมีส่วนหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในวัดใน อ.กาญจนดิษฐ์ แต่ก็ต้องย้ายออกเพราะมีคนแก่เสียชีวิตระหว่างน้ำท่วม ซึ่งครอบครัวตนประสบปัญหาทั้งหมดเพราะว่า อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นบ้านเกิดของตน และวันแรกที่น้ำท่วมไม่สามารถลำเลียงอาหารเข้าไปได้เพราะสะพานที่เชื่อมระหว่างอำเภอและบ้านท่าสะท้อนแม้จะไม่ขาดแต่โดนน้ำซัดแรงมากไม่สามารถผ่านได้ ซึ่งตนพยายามโทรหาที่บ้านตลอดเวลาเพราะตนมีงานอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งที่บ้านค่อนข้างลำบากเพราะนอกเสื้อผ้าและผ้าห่มไม่พอแล้วยังเป็นหวัดด้วยเพราะฝนตกตลอดเวลา แต่ตอนนี้ปลอดภัยทุกคน ซึ่งตนเป็นห่วงมาก และตนจะบินกลับมาที่บ้านเกิดเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่เครื่องลงไม่ได้ต้องกลับไปกรุงเทพฯเหมือนเดิม และขออาศัยเครื่องบิน ทอ.ไม่ได้เพราะไม่ได้บินลงที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพราะท้องฟ้าปิด จึงเลยไปลงที่ จ.ตรัง จึงไม่ได้กลับบ้านสักที เมื่อถามว่าจะพาพ่อแม่มาอยู่กรุงเทพฯหรือไม่ นักร้องดังเผยว่าท่านคงไม่มาเพราะท่านรักบ้านเกิดตัวเองมากกว่า

เมื่อนักข่าวถามถึงสภาพจิตใจ บิวเผยว่าก็ช่วยเหลือดูแลกัน เพราะต่างคนต่างหยิบของมาได้เล็กๆน้อยๆก็ต้องแบ่งผ้าห่มเสื้อผ้ากัน ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น นักร้องสาวเผยว่าด้วยความที่น้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ใครที่หยิบคว้าของไม่ทันก็ต้องปล่อยให้มันไปกับน้ำ แทบไม่มีโอกาสได้เก็บ ต้องทำใจอย่างเดียวว่ารอให้น้ำลดค่อยเข้าไปเก็บของ จากนั้นนักข่าวถามว่าต้องการความช่วยเหลือในเรื่องใดที่สุด บิวตอบว่าอยากให้หลายคนให้กำลังใจมากกว่า เพราะว่าทางภาครัฐและเอกชนก็ได้ให้ความช่วยเหลือแล้ว ที่อยากได้กำลังใจเพราะปลายปีที่แล้วเพิ่งจะโดนมาแล้วอยู่ๆก็โดนอีกและรุนแรงกว่าเดิม เพราะมีการเสียชีวิตด้วย และเมื่อถามว่าคนที่บ้านยังขาดอะไรอยู่รึเปล่า นักร้องสาวตอบว่ายังขาดเครื่องอุปโภคบริโภค เสื้อผ้าและผ้าห่ม พร้อมกันนี้บิวฝากกำลังใจไปถึงชาวใต้รวมถึงครอบครัวของตนด้วยว่าแม้จะไม่ได้เข้าไปถึงเพื่อดูแลเพราะติดปัญหาเข้าไปไม่ได้ แต่อยากบอกว่ายังส่งกำลังใจให้ตลอดเวลา.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement