"ไก่งวง"...นกเดินดิน เมนูขอบคุณพระเจ้า สู่ร้านเหลาชื่อดัง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

"ไก่งวง"...นกเดินดิน เมนูขอบคุณพระเจ้า สู่ร้านเหลาชื่อดัง

โดย เพ็ญพิชญา เตียว 27 ก.ค. 2553 05:00
3,726 ครั้ง


"ไก่งวง"  ชาวคริสต์จะมีธรรมเนียมการกิน โดยเฉพาะในทำเนียบขาว ประเทศสหรัฐอเมริกา จะจัดประเพณีการกินเพื่อขอบคุณพระเจ้าแล้ว ในวันดังกล่าวยังเป็นการรวมกลุ่มสมาชิกในครอบครัวเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

...ทุกวันนี้ "ไก่งวง" เริ่มเข้ามามีบทบาทในวงการปศุสัตว์บ้านเรา หลายคนมองว่ามันจะเป็นสัตว์เศรษฐกิจอีกตัวที่น่าจับตามอง ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรกล้าตัดสินใจลงทุนเลี้ยงพวกมัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเวลานี้มีชาวต่างชาติเข้ามาพำนักค่อนข้างมาก อีกทั้งในบ้านเรามีแหล่งวัตถุดิบที่ดีเลิศเพียงพอสำหรับเลี้ยงดู "ขุน" พวกมันให้ "อ้วนพี" ก่อนส่งขึ้นภัตตาคาร ร้านเหลาเพื่อแปรสภาพเป็นเมนูต่างๆ "เปิบ" เป็นอาหาร

นายธนศักดิ์ คำด่าง เกษตรกรบ้านโคกก่อง ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี'53 สาขาอาชีพเลี้ยงสัตว์ (ฟาร์มไก่งวง) บอกกับ "หลายชีวิต" ว่า... นกเดินดินเริ่มเข้ามามีบทบาทในบ้านเรา โดยเฉพาะแถบภาคอีสาน ในปี 45-47 ในโครงการวิจัย การแก้ไขปัญหาความยากจน (ด้านปศุสัตว์) ที่ตนอยู่ทีมภาคประชาชน ภาคภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า วิจัยเรื่องสัตว์ ซึ่งมีแพะ   หมูหลุม   และไก่งวง   สายพันธุ์นี้รวมอยู่ด้วย  เพื่อหาความเหมาะสมกับวิถีชีวิตของเกษตรกรที่แท้จริงทำแล้วพึ่งตนเองได้

และ...มองว่า "ไก่งวง" เป็นสัตว์ค่อนข้างสากล ทุกคน ตั้งแต่บน-ล่าง บริโภคได้หมด แล้วยิ่งภาคอีสานทุกวันนี้มีฝรั่งเข้ามาอยู่ในเมืองไทยค่อน ข้างมาก ดังนั้นตลาดน่าจะไปได้กว้าง ที่สำคัญยังไม่มีบริษัทเอกชนรายใหญ่ส่งเสริมให้เลี้ยงอย่างจริงจัง ฉะนั้นจึงเป็นอาชีพที่น่าจับตามอง อีกทั้งตัวมันยังพึ่งตนเอง เพราะอาหารที่นำมาเลี้ยงพวกมันคือ หญ้า พืชชนิดต่างๆ ทั้ง ผักตบชวา แหน ใบไผ่ รวมทั้งพืชสีเขียว ซึ่งหาง่ายในพื้นที่ ปลูกเองได้ ไม่ต้องอาศัยอาหารเม็ดสำเร็จรูปเหมือนสัตว์ปีกอื่น หากใช้ ก็เพียงแค่กินเสริมประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

ส่วนสายพันธุ์... "ไก่งวง" (turkey) จัดอยู่ในกลุ่มของนกประเภทหนึ่ง มีอยู่ 2 พันธุ์ คือ M. gallopavo พบในอเมริกาเหนือ และ M. ocellata พบในอเมริกากลาง มี 2 ชนิด คือ ขนสีขาวล้วน และขนสีบลอนด์ ส่วนที่เลี้ยงอยู่ในบ้านเรานั้นแรกเริ่มนำมาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน เป็น ชนิดขนสีดำ ขาว และ น้ำตาล

การเลี้ยงนั้นต้องพิถีพิถันเรื่องการบริหารจัดการระบบ ฟาร์ม ซึ่งรูปแบบต้องมีการสร้างโรงเรือน ภายในควรมีคอนสำหรับให้ไก่นอน ทั้งนี้ นิสัยของพวกมันค่อนข้างเชื่อง เดินโต๋เต๋ ดังนั้น การสังเกตว่าตัวไหนแข็งแรงจึงดูจากการกระโดดขึ้น-ลงคอนตอนเช้าเย็น

การผสมพันธุ์ ตัวผู้พร้อมเมื่ออายุประมาณ 7 เดือน ส่วนตัวเมีย 8 เดือน ก็เริ่มจับคู่กันแล้ว ก่อนปล่อยเข้าคู่ผสมพันธุ์ควรอัดอาหารที่มีฮอร์โมนซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งอัตราที่เหมาะสมคือตัวเมีย 4 ตัว/ตัวผู้ 1 ตัว เพียงไม่นานแม่ไก่จะออกไข่ ซึ่งมีลักษณะสีขาวนวล จุดกระสีน้ำตาลครั้งหนึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ 15-24 ฟอง หลังกกไข่กระทั่งลูกน้อยออกจากเปลือกหมด ประมาณ 1 สัปดาห์ ใน วัยลูกเจี๊ยบ จะมีติ่งคล้ายเนื้องอกคล้ายหงอนไก่ไทย

กระทั่งเข้าสู่ช่วง "ไก่รุ่น" ติ่งเนื้อจะเริ่มยาวขึ้นมองดูคล้ายงวง ส่วนที่ลำคอช่วงล่างหนังจะห้อยย้อย บริเวณตั้งแต่ หัวเรื่อยมาถึงโคนคอจะไม่มีขนขึ้นแม้จะโตเต็มที่ ซึ่งตัว ผู้น้ำหนักจะอยู่ที่ 8 กก. ส่วนตัวเมียจะมีขนาดรูปร่างเล็กกว่า น้ำหนักเฉลี่ยที่ 5-7 กก. ส่วน "ตัวแม่" จะเหล่หนุ่มได้อีกครั้ง ปีหนึ่งจะให้ลูกประมาณ 3-4 ครั้ง หรือออกไข่ราว 75 ฟอง/ปี หลังจากนั้นเพียง 24 เดือน ก็ถึงคราวปลดระวาง ส่วนพ่อพันธุ์ประมาณ 1 ปี

...ลูกเจี๊ยบพออายุได้ 21 วัน จะเริ่มห่างอกแม่ออกหากินพืชสีเขียว และเมื่ออายุได้ที่พวกมันจะเริ่มเหล่หาคู่ เพื่อทำหน้าที่ขยายประชากรต่อไป.

เพ็ญพิชญา เตียว

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement