สธ.ดันหมอพื้นบ้าน เร่งวิจัยสมุนไพรรักษามะเร็ง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สธ.ดันหมอพื้นบ้าน เร่งวิจัยสมุนไพรรักษามะเร็ง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 มิ.ย. 2553 21:45
2,580 ครั้ง


หลังพบหมอพื้นบ้านครองตำหรับนารักษามะเร็งกว่า 228 คน สั่งกรมแพทย์แผนไทยลงพื้นที่เก็บข้อมูล คาด 5 ปีรู้ผล หากสำเร็จผู้ป่วยจะได้การรักษาจากระบบที่มีการรับรองทางวิทยาศาสตร์...

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าววันนี้ (28 มิ.ย.) ภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมหมอพื้นบ้าน และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจาก54 จังหวัดทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 250 คน เพื่อพัฒนาตำรับยาสมุนไพรพื้นบ้านและกระบวนการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งของ หมอพื้นบ้านซึ่งจะเป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งได้รับการดูแลรักษาที่มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่า ขณะนี้ โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยสูงเป็นอันดับหนึ่ง ในปี 2552 มีรายงานเสียชีวิตทั่วประเทศ 56,058 รายมีผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาล 77,173 ราย

รมช.สธารณสุข กล่าวต่อว่า สำหรับมะเร็งที่เป็นกันมากที่สุด คือ มะเร็งตับ 23,464 ราย รองลงมา คือ มะเร็งเต้านม 23,356 ราย มะเร็งปอด 18,480 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โรคนี้มีกระบวนการรักษาที่ยุ่งยาก เสียค่าใช้จ่ายสูง เพราะยาบางตัว เช่น ยาฆ่าเซลล์มะเร็งมีราคาแพง เม็ดละประมาณ 3,000 บาททำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ขาดโอกาสเข้าถึงการรักษาหากรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือ การฉายแสงทำลายเซลล์มะเร็ง จะมีผลให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ร่างกายอ่อนแอลง ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจึงหันไปรักษากับหมอพื้นบ้าน ที่มักใช้สมุนไพรเป็นหลัก ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ขณะนี้ มีหมอพื้นบ้านที่ครอบครองตำรับยารักษามะเร็ง 228 คน โดยมี 108 คนที่ให้การรักษาผู้ป่วย

รมช.สาธารณสุข กล่าวอีกว่า ผลการรักษาผู้ป่วยมะเร็งของหมอพื้นบ้านที่ผ่านมา เป็นเพียงการบอกเล่าว่าได้ผลยังไม่มีการรวบรวมข้อมูล หรือ การศึกษาวิจัยยืนยันอย่างเป็นระบบได้มอบนโยบายให้ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ศึกษาวิจัยตามแนวทางมาตรฐานสากลระยะเวลา 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2554-2558 โดยจะทำ 2 เรื่องใหญ่ คือ การวิจัยตำรับยาสมุนไพรที่ใช้ และศึกษารูปแบบการรักษาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้เป็นที่ยอมรับใน ระดับสากลหากพบว่าตำรับยาได้ผลดี ก็จะขึ้นทะเบียนจดตำรับยาให้จะทำให้หมอพื้นบ้านได้รับการสนับสนุนส่งเสริม จากภาครัฐและผู้ป่วยโรคมะเร็งได้รับการดูแลรักษาจากระบบที่มีการรับรองทางวิทยาศาสตร์แล้ว

ด้านพญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ผลการสำรวจในปี 2552 พบว่าการรักษาโรคมะเร็งของหมอพื้นบ้านแต่ละภาคคล้ายคลึงกัน มักใช้สมุนไพรตำรับเป็นหลักในการรักษาถึง 72% ร่วมกับการนวดการนั่งสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบ โดยผู้ป่วยที่รักษากับหมอพื้นบ้าน 97% ผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์แผนปัจจุบันว่า เป็นมะเร็ง และ 2 ใน 3ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ผลการรักษาผู้ป่วยร้อยละ 72 บอกว่าหาย โดยข้อมูลเหล่านี้จะต้องศึกษาวิจัยตามหลักวิชาการ เพื่อให้เกิดการพัฒนา และได้รับการยอมรับจากแพทย์แผนปัจจุบันและประชาชน

อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ กล่าวด้วยว่า ตามแผนการศึกษาและพัฒนาการใช้ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านในการรักษาผู้ป่วยโรค มะเร็ง ในปี 2553 นี้ จะรวบรวมข้อมูลและคัดกรองหมอพื้นบ้าน วิธีการและตำรับยาที่รักษามะเร็งได้ผลดี น่าเชื่อถือ และในปี 2554 จะลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึกจากหมอพื้นบ้านและผู้ป่วยจากนั้นจะทดสอบ ความเป็นพิษของตำรับยากับสัตว์ทดลองในห้องปฏิบัติการในปี2555 และในปี 2556-2557 จะพัฒนาตำรับยาให้มีคุณภาพได้มาตรฐานและทดลองใช้กับผู้ป่วยเพื่อดู ประสิทธิภาพในการรักษาโดยจะประเมินผลการรักษาผู้ป่วยในปี 2558 ตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก 3ส่วน คือ 1.ความเจ็บป่วยลดลง 2.ภูมิต้านทานของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นแข็งแรงขึ้น 3.มีชีวิตยืนยาวขึ้น

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement