แห่เข้าเว็บดูผลสอบโอเน็ตทำระบบอืด - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

แห่เข้าเว็บดูผลสอบโอเน็ตทำระบบอืด

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 มี.ค. 2553 05:30
3,836 ครั้ง


สทศ. ปรับระบบ ให้เด็กทยอยดูผลโอเน็ต ครั้งละ  5,000 คน เพื่อไม่ให้ระบบช้า หลังแห่ดูจนทำให้ระบบช้า ส่วน คะแนนเฉลี่ยไม่ต่างจากปีก่อน...

ตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กำหนดประกาศผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ของนักเรียนชั้น ป.6, ม.3 และ ม.6 ผ่านทางเว็บไซต์ของ สทศ. ในวันที่ 25 มี.ค. เวลา 09.00 น. เป็นต้นไปนั้น ปรากฏว่าบางช่วงระบบค่อนข้างช้านั้น

ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สทศ. กล่าวว่า สทศ.ประกาศผลสอบโอเน็ต นักเรียน ป.6 จำนวน 9.3 แสนคน ม.3 จำนวน 9 แสนคน ม.6 จำนวน 3.7 แสนคน โดยให้นักเรียนดูผลสอบทางเว็บไซต์ได้ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ก็มีผู้เข้ามาดูผลสอบพร้อมกัน 20,000 คน และมากขึ้นเรื่อยๆ ถึง 84,000 ครั้ง คิดเป็นสัดส่วนผู้เข้าดูผลสอบ 400 ครั้งต่อวินาที หรือ 24,000 ครั้งต่อนาที จึงทำให้ระบบช้าลง ดังนั้น สทศ. จึงปรับระบบโดยการให้เด็กทยอยเข้าดูผลได้เพียงครั้งละ 5,000 คน เพื่อไม่ให้ระบบช้า และค่อยๆเพิ่มให้เข้าดูได้มากขึ้นถึงครั้งละ 10,000 คน

สำหรับคะแนนสอบในภาพรวมนั้น ผอ.สทศ. กล่าวว่า ในเบื้องต้นพบว่าคะแนนสอบโอเน็ตของ ม.6 ในแต่ละวิชาไม่แตกต่างจากปี ที่ผ่านมามากนัก ส่วนการเปลี่ยนรูปแบบข้อสอบอาจมีส่วนอยู่บ้างที่ทำให้ คะแนนเฉลี่ยลดลง แต่โดยธรรมชาติคะแนนแล้วก็มีแนวโน้มลดลงทุกปี สอดคล้องกับการวัดผลจากต่างประเทศ ขณะที่เบื้องต้นพบว่า มีเด็กเก่งที่ทำคะแนนได้มากกว่าร้อยละ 70 จำนวนคงที่ แต่เด็กที่อยู่ระดับกลางมีคะแนนลดลง และกำลังประมวลผลข้อมูลเฉลี่ยโดยไม่นำเด็กที่ได้ 0 คะแนนมาเฉลี่ย ซึ่งจะทำให้ค่าเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าปีที่แล้ว เพราะเด็กที่ได้คะแนน 0 อาจเป“นกลุ่มที่เดาสุ่มทุกข้อ หรือไม่ตั้งใจทำข้อสอบ

ส่วนการประชุมคณะกรรมการบริหาร สทศ.ในวันเดียวกันนั้น ผอ.สทศ. เป”ดเผยภายหลังการประชุมว่า  กรณีนักเรียนที่ทำสัญลักษณ์ไว้บนดินสอและปากกา ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นคำตอบในแต่ละวิชาของตัวนักเรียนผู้เข้าสอบเอง บอร์ด สทศ.พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเจตนาทุจริต จึงยกผลประโยชน์ให้ ดังนั้น สทศ. ก็จะประกาศผลสอบของนักเรียนรายนี้ต่อไป ส่วนกรณีการทุจริต มี 2 ราย ที่ประชุมมีมติให้ปรับตกในวิชาที่ทุจริตนั้นๆ

ผอ.สทศ.  กล่าวต่อว่า  กรณีผู้เข้าสอบทำผิดระเบียบการสอบ อาทิ นำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องสอบและมีสัญญาณดังขึ้น, กรณีมาสอบสายเกินกว่า 30 นาที และกรณีไม่นำบัตรประจำตัวประชาชน บัตรนักเรียน หรือบัตรที่มีรูปติดบัตรแสดงตนเป“นหลักฐานเข้าห้องสอบ สำหรับนักเรียน ม.6 มีรายงานผู้ทำผิดระเบียบ 511 ราย ที่ประชุมมีมติให้ สทศ. กลับไปพิจารณาโทษเป็นรายบุคคล โดยดูจากเจตนา หากพบว่าเจตนาทำผิดระเบียบก็ให้ปรับตกในวิชานั้น หากไม่เจตนาทำผิดระเบียบ ก็ให้ทำหนังสือตักเตือนไปยังโรงเรียนของเด็ก ซึ่งพบว่าปีนี้นักเรียนทำผิดระเบียบจำนวนมาก เพราะ สทศ.มีการตรวจหลักกฐานผู้เข้าสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซึ่ง สทศ.จะพิจารณาโทษรายบุคคลและสรุปผลภายในวันที่ 30 มี.ค.นี้

ส่วนข้อเสนอของ สทศ. ที่จะปรับวิธีการสอบโอเน็ต นักเรียน ป.6 และ ม.3 จากการให้ทุกคนสอบทุกข้อทุกวิชา เป็นสอบทุกคน คนละ 10% ของข้อสอบ เพื่อประหยัดงบประมาณเวลา เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีการนำผลสอบโอเน็ตไปใช้ประโยชน์ เท่าที่ควรนั้น ศ.ดร.อุทุมพรกล่าวว่า ที่ประชุมได้ หารือแล้วมีมติให้ สทศ. หารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  หรือ สพฐ.  และ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการก่อนว่า ศธ.จะสามารถประกาศเป“นนโยบายให้ทุกโรงเรียนนำคะแนนโอเน็ตไปใช้อย่างจริงจังได้หรือไม่ และให้นำมาเสนอในการประชุมครั้งต่อไป.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement