ทีมผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ของสหรัฐฯ กล่าวว่า การอพยพหนีภัยในบริเวณประสบภัยโดยตรงครั้งที่แล้วมา เป็นไปอย่างอลหม่าน เนื่องจากการหนีภัยคราวเดียวกันของคนจำนวนมาก มุ่งไปหาที่ดอน เช่น เนินและภูเขาเตี้ยๆ เป็นเหตุให้การจราจรติดขัด หากว่าพวกเขาเปลี่ยนมาอพยพทางแนวใหม่โดยวิ่งไปขึ้นตึกที่มีความสูง ซึ่งอาจมีอยู่ใกล้เคียง อาจจะช่วยให้รอดชีวิตได้มากขึ้น
คณะผู้เชี่ยวชาญได้เดินทางไปศึกษาที่เมืองปาดัง เมืองใหญ่ของอินโดนีเซีย ประชากร 6 แสนคน อยู่บนพื้นที่ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่ถึง 5 เมตร พวกเขามีเวลาหนีภัยเอาชีวิตรอด ในเหตุการณ์คราวนั้นเพียง 20 นาทีเท่านั้น จุดประสงค์อันหนึ่งเพื่อมาสำรวจและศึกษาดูว่า จะสามารถสร้างหรือซ่อมแซมตึก ให้มีความแข็งแรงสามารถทนคลื่นสูงขนาด 15-25 ฟุต ซึ่งอาจจะใช้เป็นที่อพยพหลบภัยคราวหน้าได้
ศาสตราจารย์เกรก ไดเออลีนหัวหน้าคณะศึกษา กล่าวว่า "ในยามเกิดสึนามิ มีคนตกอยู่ในอันตรายอันอาจถึงแก่ชีวิตเป็นแสน เนื่องจากไม่อาจหนีได้ทัน อินโดนีเซียเป็นชาติที่ล่อแหลมกับภัยสึนามิขนาดใหญ่ ลำพังการอพยพหนีตามแนวราบทางเดียวยังไม่พอ แม้จะใช้รถยนต์ก็ตาม".




















