เวทีสิทธิเด็ก ครั้งที่ 20 เสนอนายกฯจัดกระบวนการเรียนรู้ทักษะชีวิต ดำเนินมาตรการอย่างจริงจังในการควบคุมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ พร้อมหนุนคลีนิกให้คำปรึกษาที่เป็นมิตรแก่เด็กที่ตั้งท้องไม่พร้อมอย่างทั่วถึง....
วันนี้(20 พ.ย.)ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานเวทีสิทธิเด็ก ครั้งที่ 20 หัวข้อ "20 ปีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก สังคมไทยได้อะไร"พร้อมมอบรางวัลทูตพิทักษ์สิทธิเด็กแห่งปี 2552 ประกอบด้วย สาขาการเมือง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายมณเฑียร บุญตัน สาขาศาสนา พระปัญญานันทมุนี (สง่า สุภโร ณ ระนอง) บาทหลวงโจเซฟ เอช ไมเออร์ สาขาข้าราชการ นายจรัญ ภักดีธนากุล คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา สาขานักพัฒนาเอกชน นายเกื้อ แก้วเกต นางสุวรรณี วัดหนู สาขาสื่อมวลชน นางเกียรติสุดา ภิรมย์ นายสุริยนต์ จองลีพันธ์ สาขาประชาสังคม นายศุภชัย สถีรศิลปิน น.ส.ศิริพร ปัญญาเสน และสาขาธุรกิจ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นายบัณฑูร ล่ำซำ
จากนั้นตัวแทนเยาวชนจากเวทีสิทธิเด็ก ได้นำเสนอปัญหาพร้อมข้อเสนอแนะของเยาวชนต่อนายกรัฐมนตรี โดยสรุปพบว่า ปัญหาวัยรุ่นท้องไม่พร้อมมีเพิ่มมากขึ้น โดยแม่ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเพิ่มถึง 80,000 คนในปี 2551 นำไปสู่การทำแท้งซึ่งพบถึงร้อยละ 46.8 ของผู้หญิงทำแท้งมีอายุต่ำกว่า 25 ปี รวมถึงปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งมีถึงปีละ 800 คน สถิติการดื่มเหล้าของเยาวชนเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะระดับ ม.5 และ ปวช.2 การมีเพศสัมพันธ์ช่วงอายุที่น้อยลงโดยผู้ชายต่ำสุดอายุ 9 ปีและผู้หญิง 10 ปี ส่งผลให้วัยรุ่นมีแนวโน้มติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาการข่มขืนที่มีเด็กต่ำกว่า 15 ปีตกเป็นเหยื่อเฉลี่ยสูงถึงวันละ 2 ราย และพบเด็กไร้สถานะทางกฎหมายมีประมาณ 4 แสนคน และจำนวนเด็กเร่ร่อน 20,000 คน
นอกจากนี้ยังพบสาเหตุการตายของวัยรุ่น 5 อันดับตามลำดับคือ อุบัติเหตุทางจราจร โรคเอดส์ ฆ่าตัวตาย ถูกฆ่า และจมน้ำ สำหรับข้อเสนอแนะ 4 ด้านประกอบด้วย 1.สิทธิการอยู่รอด เสนอให้จัดกระบวนการเรียนรู้ทักษะชีวิต ดำเนินมาตรการอย่างจริงจังในการควบคุมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ให้มีคลีนิกให้คำปรึกษาที่เป็นมิตรแก่เด็กที่ตั้งท้องไม่พร้อมอย่างทั่วถึง ให้โรงเรียนมีมาตรการรองรับวัยรุ่นที่ท้องไม่พร้อม มีนโยบายต่อเนื่องในการดูแลช่วยเหลือพ่อแม่วัยรุ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจัดสรรงบประมาณอย่างน้อยร้อยละ 5 เพื่อดำเนินงานเรื่องเด็กและครอบครัว 2.สิทธิในการได้รับการคุ้มครอง รัฐบาลควรถอนข้อสงวนข้อ 7 เรื่องสถานะบุคคลในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เพื่อให้ประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในประชาคมระหว่างประเทศ พัฒนาฐานข้อมูล สร้างความตระหนักในสังคมในการปกป้องคุ้มครองเด็ก
3.สิทธิการพัฒนา เสนอให้เด็กเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน สนับสนุนงบประมาณให้เด็กทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ให้มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่มีคุณภาพและทั่วถึง และ 4.สิทธิการมีส่วนร่วม สร้างโอกาสสำหรับเยาวชนในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ทุกระดับ จัดทำแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนระดับชาติ
ทางด้าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักและพยายามแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ โดยเชื่อมโยงการทำงานทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตามโจทย์ใหญ่ที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนคือการสร้างความพร้อมของครอบครัว แม้จะมีการดำเนินหลายโครงการทั้งแม่วัยใส การจัดพื้นที่สื่อ แต่ก็ยังไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ได้มอบการบ้านให้รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ขับเคลื่อน เรื่องการสร้างความพร้อมครอบครัวให้เห็นภาพรวมภายใน 1-2 เดือนนี้.




















