วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือน 10 เมนูยอดฮิตหน้าร้อน เสี่ยงอาหารเป็นพิษถึงตาย!

"สสจ.อุดรฯ" เตือนประชาชนระวังโรคอาหารเป็นพิษในหน้าร้อน ยกตัวอย่าง 10 เมนูควรระวังในการกิน อาทิ ลาบ ยำกุ้งเต้น หอยแครง และส้มตำ เป็นต้น ส่วนอาหารถุง-กล่อง ต้องกินใน 4 ชม. หวั่นรับเชื้อรุนแรง อาจหยุดหายใจ ตายได้...

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 57 จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในขณะนี้ ล่าสุด นพ.สมิต ประสันนาการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อุดรธานี เปิดเผยว่า จากรายงานทางระบาดวิทยา ย้อนหลัง 3 ปีของจ.อุดรธานี พบว่าปี 2554 มีผู้ป่วยโรคอาหารเป็นพิษ 4,206 ราย ปี 2555 พบผู้ป่วย 6,146 ราย ปี 2556 พบผู้ป่วย 7,997 ราย และปี 2557 จากต้นปีถึงปัจจุบันพบผู้ป่วยแล้ว 2,403 ราย ไม่มีรายงานการเสียชีวิต ส่วนอำเภอที่มีอัตราป่วยสูง 3 ลำดับแรก คือ อ.หนองวัวซอ กู่แก้ว และ อ.เมือง ตามลำดับ

ทั้งนี้ โรคอาหารเป็นพิษ มักเกิดการระบาดในช่วงฤดูร้อน เพราะอุณหภูมิเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรค โดยเฉพาะช่วงเทศกาลงานบุญที่มีคนมารวมกันจำนวนมาก เชื้อมักแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหากละเลยเรื่องความสะอาดและสุขวิทยาส่วนบุคคล จะทำให้เกิดการระบาดของโรคได้ง่าย เพื่อป้องกันโรคดังกล่าว

ดังนั้น ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการรับประทานอาหาร 10 เมนู คือ 1.ลาบ (ลาบหมู) ก้อยดิบ (ก้อยปลาดิบ) 2.ยำกุ้งเต้น 3.ยำหอยแครง 4.ข้าวผัดโรยเนื้อปู โดยเฉพาะกรณีที่ทำในปริมาณมาก เช่น อาหารกล่องแจกนักเรียน หรือคณะท่องเที่ยว 5.อาหาร/ขนม ที่ราดด้วยกะทิสด 6.ขนมจีนเนื่องจากกระบวนการผลิต การขาย การหยิบจับมักใช้มือเปล่า 7.ข้าวมันไก่ เนื่องจากอาหารอาจทำล่วงหน้าไว้นาน การเตรียม การหยิบจับ มักใช้มือเปล่า 8.ส้มตำ 9.สลัดผัก และ 10.น้ำแข็ง

นอกจากอาหาร 10 เมนูที่กล่าวมาแล้ว อาหารถุง อาหารกล่อง อาหารห่อ ต้องรับประทานภายใน 4 ชั่วโมง หลังปรุงสุก อาหารกระป๋องต้องดูวันหมดอายุ อาหารสำเร็จต้องอุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน ควรใช้ช้อนกลางเมื่อรับประทานอาหารร่วมกัน ล้างมือก่อนเตรียม ก่อนปรุง ก่อนรับประทานอาหาร และหลังเสร็จภารกิจส่วนตัวจากห้องน้ำ ห้องส้วมทุกครั้ง

สำหรับโรคอาหารเป็นพิษ ส่วนใหญ่เกิดจากกินอาหารและดื่มน้ำ หรือเครื่องดื่มที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย ไวรัส หรือ ปรสิต เช่น บิดมีตัว (Amoeba) หรือการปนเปื้อนสารพิษ จากเห็ดพิษ สารพิษปนเปื้อนในอาหารทะเล สารหนู และสารโลหะหนัก เมื่อเชื้อ หรือสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ในรายที่อาการไม่รุนแรง ผู้ป่วยจะถ่ายเหลว ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ในรายอาการรุนแรง ผู้ป่วยจะถ่ายเป็นเลือด หรือมูกเลือด ปวดท้องมาก คลื่นไส้ อาเจียน ไข้สูง ปวดเมื่อยเนื้อตัวและปวดข้อ กรณีเชื้อรุนแรงมาก เชื้อจะทำลายระบบประสาท เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นอัมพาต ซึ่งหากเกิดกับกล้ามเนื้อหายใจ ผู้ป่วยอาจหยุดหายใจและเสียชีวิตในที่สุด.