advertisement

แข่งเรือยาวนอกฤดูกาล 2 (ตอนที่ 2)



โดย เผ่าทอง ทองเจือ 6 มี.ค. 2557 05:30

สวัสดีครับ...อารมณ์ค้างมาจากสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยว่ากำลังเล่าถึงการแข่งเรือยาวนอกฤดูกาลอยู่ดีๆ เนื้อที่คอลัมน์ของผมก็หมดลงดื้อๆ เสียอย่างนั้น มาสัปดาห์นี้ไม่เป็นไรครับ ผมจะขอเล่าต่อให้จบทั้งเรื่องการแข่งเรือยาวนอกฤดูกาล และรวมทั้งการแข่งเรือยาวประเพณีของจังหวัดน่าน ที่จัดขึ้นเป็นงานใหญ่งานโตเป็นประจำทุกปี เอาว่า...เล่ากันซะให้กระจ่าง เหมือนที่ได้เล่าให้กับลูกค้าผู้ทรงเกียรติของเดอะ วิสดอม ของธนาคารกสิกรไทยฟังกันเลยครับ สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่านของสัปดาห์ที่แล้ว และรู้สึกว่าจะ "ต่อไม่ติด" ก็กรุณาย้อนกลับไปอ่านตอนที่ 1 หน่อยนะครับ จะได้ตามกันไปด้วยกันทันครับ

การแข่งเรือยาวที่จังหวัดน่าน ต้องถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว โดยการแข่งขันนัดที่สำคัญที่สุดคือ การแข่งเรือยาวนัดชิงถ้วยพระราชทาน ซึ่งจะจัดร่วมกับงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ที่จะทอดถวายที่วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหารเป็นประจำทุกปี และจัดขึ้นในราวเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน ของทุกปีเช่นกัน การแข่งเรือยาวจะจัดขึ้นที่ลำแม่น้ำน่าน บริเวณสะพานพัฒนาภาคเหนือ ด้านหน้าของจวนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน โดยใช้สายน้ำนั้นเป็นสนามแข่งขัน กำหนดระยะทางแข่งขันยาวประมาณ 650 เมตร โดยให้เรือพายแข่งกันตามลำน้ำลงมา

เรือยาวที่เข้าร่วมการแข่งขันที่จังหวัดน่านนี้ ต้องถือว่าเป็นสถิติที่สำคัญยิ่ง เพราะมีจำนวนมากกว่าร้อยลำ และมีบุคลากรเข้าร่วมมากที่สุด คือระหว่าง 4,000 - 5,000 คน นับว่าเป็นการแข่งขันกีฬาประเภทเดียวที่มีคนเข้าร่วมมากที่สุดอีกด้วย โดยก่อนที่จะถึงเวลาการแข่งขันพายเรือยาว จะกำหนดให้เรือยาวที่เข้าร่วมงานนี้แต่ละลำ พายแล่นเลาะขึ้นล่องไปมาอยู่กลางลำน้ำ เพื่อเป็นการอวดฝีพายที่แต่งกายอย่างงดงาม พร้อมเพรียง และความสวยงามสง่าของลำเรือ เพื่อให้ประชาชนสองฟากฝั่งน้ำได้ชื่นชมกันเสียก่อน ในการนี้เรือแต่ละลำจะมีฆ้อง กลอง ฉิ่ง ฉาบ ประจำเรือ และจะกระหน่ำบรรเลงกันเป็นจังหวะจะโคนที่เร้าใจกึกก้องกังวานไปทั่วท้องน้ำ

ในปัจจุบันการแข่งพายเรือยาวของจังหวัดน่านได้พัฒนาไปเป็นอย่างมาก นอกจากจะมีการแข่งขันกันในเรื่องความเร็วแล้ว ยังมีการแข่งขันเรื่องความสวยงามของเรืออีกด้วย การแข่งเรืงยาวในขณะนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์เรื่องการออกกำลังกาย และให้ละเลิกยาเสพติดและสมัครสมานสามัคคีกัน หมู่บ้านใดที่รักใคร่ไมตรีกัน มีการฝึกซ้อมสม่ำเสมอพร้อมเพรียง มีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีจิตใจเป็นนักกีฬา ก็มักจะได้รับชัยชนะในเรื่องของความเร็ว หากหมู่บ้านใดที่มีบุคลากรที่มีอารมณ์สุนทรีย์ มีความคิดสร้างสรรค์และมีฝีไม้ลายมือในเชิงช่าง หรือมีศิลปินประจำหมู่บ้าน ก็มักจะได้รับชัยชนะในเรื่องของรางวัลความสวยงาม

 สำหรับการแข่งขันสำหรับประเภทความเร็วนั้น ได้แบ่งเรือยาวออกเป็น 3 ประเภท คือ

1) ประเภทเรือใหญ่ กำหนดให้มีฝีพายได้ตั้งแต่ 41-58 คน
  
2) ประเภทเรือกลาง กำหนดให้มีฝีพายได้ตั้งแต่ 31-40 คน
   
3) ประเภทเรือเล็ก กำหนดให้มีฝีพายได้ไม่เกิน 30 คน

ฝีพายในเรือแต่ละลำจะนั่งเคียงกันเป็นคู่ๆ ส่วนนายท้ายผู้ถือหางเสือของเรือจะยืนอยู่ท้ายเรือสุด การแข่งขันพายเรือยาวนั้นจะต้องแข่งอย่างน้อยที่สุด คู่ละ 2 ครั้ง โดยสลับซ้าย-ขวากัน เรียกทางภาษาแข่งเรือว่า "สลับร่องน้ำ" เพราะสายน้ำที่เราเห็นด้วยตาเปล่าว่าไหลเรื่อยๆ หรือแรงๆ บนผิวน้ำนั้น ไม่ได้หมายความว่าใต้น้ำลึกลงไป จะมีกระแสน้ำเช่นเดียวกับบนพื้นผิว และเจ้ากระแสน้ำเหล่านี้นี่เอง ที่เป็นตัวช่วย "ส่ง" ให้เรือที่เข้าแข่งนั้นเร็วขึ้น หรือช่วย "ดึง" ให้ช้าลงได้ จึงจำเป็นต้องมีการสลับร่องน้ำกันเพื่อความยุติธรรม หากเรือลำใดชนะทั้ง 2 ร่องน้ำ ก็ถือว่าชนะขาดไปเลย แต่ถ้าหากผลัดกันชนะ ผลัดกันแพ้ ก็จำเป็นต้องแข่งขันกันอีกครั้งเป็นรอบที่สาม และในแต่ละรอบของการแข่งขัน จะมีการพักฝีพายครั้งละ 30 นาทีด้วย เพื่อเรียกกำลังวังชาให้กลับคืนและพร้อมสำหรับการแข่งขันในรอบต่อไป

ความสนุกสนานของการแข่งขันพายเรือยาวนี้ยังอยู่ที่การพากย์ด้วย เสียงของโฆษกภาคสนามชื่อดังของจังหวัด ที่นั่งอยู่บนแท่นริมแม่น้ำ จะทั้งพากย์ทั้งบรรยายการแข่งขันเรือยาว ประกอบไปกับท่าทางของมือไม้ที่ยกโยกสะบัดไปมาอย่างเร้าใจเป็นภาษาเมืองชวนฟังมาก โดยเสียงพากย์นั้นจะกึกกังวานสนั่นลั่นก้องไปทั่วท้องน้ำ พร้อมๆ ไปกับเสียงตะโกนเชียร์ของผู้คนนับหมื่นนับแสนอย่างกระหึ่ม

กองเชียร์ของแต่ละฝ่ายจะยกทีมกันมาทั้งหมู่บ้านย่านวัด เรียกว่าปิดบ้านปิดช่องมากันทั้งชุมชน กลเม็ดเด็ดพรายในการเชียร์ของแต่ละฝ่ายมีอย่างไร ก็จะขนงัดกันขึ้นมาประชันขันแข่งกันอย่างไม่ยอมแพ้ เสียงเป่านกหวีดกรีดก้อง เสียงฆ้อง เสียงกลอง ฉาบ ฉิ่ง ดังสนั่นลั่นฟ้า ระงมเซ็งแซ่ปนเปกันไปหมด เรียกว่าในวินาทีที่เรือแข่งกำลัง "จ้ำบึ้ด...จ้ำบึ้ด...เอ้า...บึ้ด..จ้ำบึ้ด" กันสุดแรงนั้น ไม่มีใครฟังใครแล้ว มีแต่เสียงพากย์เสียงเชียร์เต็มท้องน้ำตลอดระยะทาง 650 เมตร จนเมื่อเรือถึงเส้นชัยเสียงจึงค่อยซาลง ประเพณีที่งดงามอีกอย่างหนึ่งคือ เรือที่ชนะต้องปรบมือให้เรือที่แพ้ และเรือที่แพ้จะต้องปรบมือให้เรือที่ชนะ นี่คือความมีน้ำใจนักกีฬาของชาวน่านครับ

การแข่งพายเรือยาวของจังหวัดน่าน ถือเป็นการแข่งเรือประเพณี ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลรวมถึง 6 รางวัล นับได้ว่าเป็นการแข่งขันที่มีถ้วยพระราชทานมากที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ กล่าวคือ

1) ถ้วยพระราชทานประเภทเรือใหญ่ เป็นถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
   
2) ถ้วยพระราชทานเรือใหญ่พิเศษ เป็นถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
3) ถ้วยพระราชทานประเภทเรือกลาง เป็นถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร
   
4) ถ้วยพระราชทานประเภทเรือเล็ก เป็นถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
   
5) ถ้วยพระราชทานเรือประเภทสวยงาม เป็นถ้วยของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี 
   
6) ถ้วยพระราชทานประเภทกองเชียร์ เป็นถ้วยพระราชทานของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

ส่วนการแข่งขันประเภทประกวดประชันความสวยงามนั้น จะจัดเป็นขบวนเรือที่ไม่ใช่เรือยาวสำหรับแข่งขัน แต่มักจะเอาเรือท้องแบนหรือต่อเป็นแพขนาดใหญ่ นำมาประดับประดาด้วยดอกไม้ทั้งสดและแห้ง บางครั้งก็ตกแต่งดอกไม้เป็นสัญลักษณ์สำคัญต่างๆ ของจังหวัด เช่นทำรูปวัดภูมินทร์ พระธาตุแช่แห้ง งาช้างดำ บางครั้งก็มีช่างฟ้อนและนักดนตรีพื้นเมือง ลงไปฟ้อนไปรำ ไปร้องเล่นดนตรีกันอย่างเซ็งแซ่ สีสันของเครื่องแต่งกายตามประเพณีชนเผ่าต่างๆ ในพื้นที่เมืองน่านรวมทั้งใบหน้าของหนุ่มหล่อสาวงามที่ได้รับการคัดสรรให้ลงไปประจำในเรือต่างๆ ล้วนดึงดูดสายตาและสะกดความสนใจของผู้ชมทั้งสองฟากฝั่งให้นิ่งตะลึงแลได้เป็นประจำทุกปี

เมื่อการแข่งขันพายเรือยาวสิ้นสุดลง ฝีพายและทีมงานของแต่ละชุมชน จะถอดส่วนของหัวเรือที่เป็นส่วนหัวนาค และส่วนหางเรือที่เป็นส่วนของหางนาคออกจากลำเรือ และแยกนำไปเก็บรักษาไว้อย่างดี "โฮงเฮือ" หรือ "โรงเรือ" เพราะถือว่าเป็นของสูง มีความศักดิ์สิทธิ์ มีวิญญาณของพญานาคและแม่ย่านางสถิตอยู่ จึงจำเป็นต้องนำขึ้นไว้ในที่สูง ที่ซึ่งทั้งคนและสัตว์จะไม่ย่ามกราย

ดังนั้น หากไม่ใช่ฤดูน้ำหลาก ก็จะไม่ได้เห็นเรือแข่งเมืองน่านแม้แต่ลำเดียว หากท่านผู้อ่านต้องการชมหัวและหางเรือยาวสำหรับแข่งขันที่เป็นของเก่าแก่โบร่ำโบราณ ก็สามารถไปชมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ที่จัดแสดง "หัวโอ้" และ "หางวรรณ" ของเรือยาวสำหรับแข่งขันแบบโบราณด้วย

นอกจากนี้ ทางเทศบาลเมืองน่าน ได้จัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์เรือยาวสำหรับแข่งขันไว้ ณ บริเวณริมแม่น้ำน่าน เหนือสะพานพัฒนาภาคเหนือ และได้นำเรือ "ขุนน่าน" ที่มีอายุเก่าแก่เกือบ 200 ปี มาจัดแสดงไว้ เพื่อให้ผู้สนใจหรือนักท่องเที่ยวได้ชมอย่างใกล้ชิด สามารถชื่นชมเรืออันสวยงาม และมีประวัติอันยาวนาน อันเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของชาวเมืองน่านทุกคน

 

เผ่าทอง ทองเจือ

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement