advertisement

เสียงจากอนาคตของชาติกับสิทธิการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ก.พ. 2557 16:39

กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา ร่วมแสดงความคิดเห็นของตนถึงสิทธิการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นการแสดงจุดยืนกับสถานการณ์ในครั้งนี้...

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันให้มีการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ แม้จะมีความคิดเห็นจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ออกมาในมุมมองที่แตกต่างกัน ซึ่งหลังจากที่ฟังเสียงของ 'ผู้ใหญ่' ในบ้านเมือง ที่ออกมาแสดงความเห็นกันแล้ว

คราวนี้เรามาลองฟังความคิดเห็นของเหล่านักเรียน นิสิต นักศึกษา พลังในอนาคต อันมีค่าของประเทศไทย ว่าพวกเขาเหล่านั้นมีความคิดเห็นเช่นไรกับการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไปใช้สิทธิ์ของตน หรือจะคัดค้าน หรือเห็นว่าควรสร้างแนวทางปฏิรูปประเทศก่อนนั้น พวกเขาคิดอย่างไร หรืออยากเสนอแนวทางแก้ไขอะไรบ้าง วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" ได้ไปรวบรวมเสียงเหล่านั้น ในฐานะประชาชนพลเมืองคนหนึ่ง ที่กำลังจะก้าวมาเป็นกำลังหลักขับเคลื่อนประเทศในอนาคตอันใกล้นี้

กลุ่มแรกเป็นเหล่านักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งได้เป็นครั้งแรกในชีวิต อาทิ นายบดินทร์ รัตตมงคล อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี เปิดเผยว่า ตนไม่ได้ไปเลือกตั้ง เพราะติดเรียน อยากเลือกตั้งเพราะเป็นสิทธิของเรา ที่สำคัญเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกด้วย ถ้าเลือกได้คงจะเลือก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ และไม่กลัวเสียสิทธิ์เลือกตั้ง คิดว่ามีคนมาเลือกตั้งประมาณ 50-50

ด้านนายกนิษฐ ไชยสิน นักเรียนชั้น ม.6 อายุ 18 ปี จากโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี เช่นกัน กล่าวว่า ตนจะไปเลือกตั้ง เพราะเป็นสิทธิ์ของเรา อนาคตไม่รู้ว่าจะมีการเลือกตั้งไหม แต่คิดว่าวันที่ 2 ก.พ.นี้ จะต้องมีปัญหาและอุปสรรคแน่นอน แต่ก็จะดำเนินไปได้ คิดว่าสถานการณ์ยังไม่จบ เพราะทั้ง 2 ฝ่ายต่างไม่ยอมกัน

ขณะที่ น.ส.สุวิมล พลเสนา อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง กล่าวว่า จะไปเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ เนื่องจากอยากเป็นครู จึงคิดว่าหากไม่ไปเลือกตั้นครั้งนี้ จะเกิดผลกระทบกับอาชีพในอนาคตได้ ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ คิดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง กาในช่องไม่ประสงค์จะเลือกพรรคการเมืองใดจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีนิสิต นักศึกษา ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย เราลองไปทำความเข้าใจกับเหตุผลของพวกเขากันเลย คนแรก น.ส.พลอยชมพู พงษ์วริษฐ์ อายุ 24 ปี นักศึกษาสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวว่า ตนจะไม่ไปใช้สิทธิ์ เพราะเลือกตั้งไปก็เท่านั้น สถานการณ์การเมืองวุ่นวายอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เศรษฐกิจของประเทศย่ำแย่ ต่างประเทศก็ประเมินประเทศไทยต่ำ อยากเสนอทางแก้ไขเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยควรจะมีสถานที่ชุมนุมจัดโดยเฉพาะ ไม่ใช่ออกมาในที่สาธารณะอย่างที่เป็นอยู่

ตรงกับความเห็นของ น.ส.ยุวดี บุญทวีโชค อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะบริหารการจัดการ ชั้นปีที่ 3 ซึ่งกล่าวว่า จะไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้น ห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง ไม่กลัวว่าจะเสียสิทธิ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ยังไม่มีความแน่นอน เพราะมีคนส่วนมากออกมาต่อต้าน ซึ่งผลการเลือกตั้งคงจะเป็นโมฆะ

ในขณะที่นักศึกษาอีกคน กลับมองว่า จะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เพื่อประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยนายชลวิทย์ เสมอเนตร อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ เอกการเงิน มหาวิทยาลัยหอการค้า กล่าวว่า ก็จะไปใช้สิทธิ์แน่นอน เพื่อประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ส่วนอุปสรรคในการเลือกตั้งนั้น คิดว่าน่าจะมีผู้ชุมนุมออกมาต่อต้านอย่างแน่นอน ส่วนผลการเลือกตั้งคงยากที่รัฐบาลจะได้กลับมาทำงาน และคิดว่าคนส่วนน้อยที่จะออกมาเลือกตั้ง

คล้ายกับ นายวิษณุ พวงสมบัติ อายุ 23 ปี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า จะไปเลือกตั้ง แต่ลงคะแนนช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน เพราะไม่มีพรรคไหนในตอนนี้ที่ไว้ใจ และอยากให้เกิดการปฏิรูปการเมืองใหม่ให้ดีกว่านี้ก่อน และอยากเห็นประเทศไทยเกิดการพัฒนามากกว่าการคอร์รัปชัน ให้คนบางคนได้ผลประโยชน์มากกว่า แต่ปล่อยให้คนบางคนตกเป็นทาสในการใช้งานด้านต่างๆ

ในอีกด้านหนึ่ง นิสิต นักศึกษาที่เน้นย้ำในเรื่องของสิทธิ์ของตัวเองโดยอยากออกไปเรียนรู้ประสบการณ์การมีส่วนร่วมทางการเมือง ตามสิทธิที่กฎหมายมอบให้ประชาชนทุกคน โดย น.ส.พิจาริน ชัยประสิทธิ์ อายุ 20 ปี มหาวิทยาลัยหอหารค้าไทย กล่าวว่า ตั้งแต่อายุ 18 ปี ที่มีสิทธิ์ก็ยังไม่เคยไปใช้สิทธิ์ อยากออกไปเลือกตั้ง

อีกคนคือ นายภาคิไนย สุขรักษ์ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เปิดเผยว่า ตนจะออกไปเลือกตั้ง เพราะส่วนตัวคิดว่าเป็นสิทธิที่เรามีมาตั้งแต่เกิด แม้ว่าการเลือกตั้งจะไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย แต่ก็เป็นเครื่องมือหนึ่งของประชาธิปไตย ส่วนจะไม่เลือกพรรคไหนเลย ก็แล้วแต่ความคิดส่วนตัวของแต่ละคน

ทั้งนี้ ถือเป็นอีกกลุุ่มพลังเสียงที่สำคัญในอนาคตของประเทศไทย ที่ได้แสดงออกทางความคิดเห็นผ่านพื้นที่ตามวัยเรียนของตน ซึ่งเสียงเหล่านี้กำลังก้าวมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน ผลักดันประเทศของเราให้ดำเนินต่อไป คุณล่ะพร้อมจะหาทางออกให้ประเทศร่วมกัน ในมุมมองประชาธิปไตยตามแบบฉบับของคุณหรือยัง?.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement