advertisement

เลี้ยงลูกจระเข้ 300 ตัว มรดกอาชีพที่ไม่คิดฝัน

โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน 22 ม.ค. 2557 05:00

“จริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้อยากเลี้ยงจระเข้เลย แต่สถานการณ์บีบบังคับ พ่อมาเสียชีวิต และทิ้งมรดกฟาร์มจระเข้ไว้กว่า 300 ตัว บรรดาลูก 3 คนล้วนแต่เป็นผู้หญิงหมด เราในฐานะลูกสาวคนโต เลยต้องเสียสละลาออกจากงาน มาช่วยแม่เลี้ยงแทนพ่อ ทีแรกตั้งใจว่าจะเลี้ยงไปสักพักหนึ่ง ขายมรดกจระเข้หมด จะไปทำอาชีพอื่นแทน แต่ที่ไหนได้ถอนตัวไม่ขึ้น เพราะรายได้มันก็ดีกว่าหลายอาชีพ”

น.ส.กฤษณา ครุฑขาม วัย 44 ปี เจ้าของฟาร์มจระเข้ ต.พลับพลา อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เล่าถึงที่มาของการเลี้ยงจระเข้มาร่วม 7 ปี...จากแรกเริ่มทำอะไรไม่เป็น เพราะสมัยตอนที่พ่อมีชีวิตอยู่ก็ไม่ได้เข้าไปช่วยอะไรเลย เมื่อเรียนจบรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ไปทำงานเป็นลูกจ้างฝ่ายวิชาการ สวนสัตว์โคราช และย้ายไปทำงาน ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ จ.ชัยภูมิ

ปี 2550 พ่อประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต แม่สั่งให้ลาออกจากงานมารับผิดชอบฟาร์มจระเข้ด้วยกัน เพราะมีน้องสาวอีก 2 คน เขาก็ยังเรียนหนังสือกันอยู่ ตอนนั้นมีลูกจระเข้อยู่ประมาณ 300 ตัว มีบ่อเลี้ยงแยก บ่อละ 1 ตัว 200 บ่อ และบ่อเลี้ยงรวมขนาดใหญ่อีก 5 บ่อ...ช่วงแรกๆนึกไม่ออกว่าจะเลี้ยงอย่างไร แต่ได้แม่คอยชี้แนะสอนทุกอย่าง ตั้งแต่ให้อาหาร การเปลี่ยนน้ำ ทำความสะอาดบ่อ และวิธีการจับจระเข้มาดูแลสุขภาพ กระทั่งจับขาย

กฤษณา บอกว่า เลี้ยงไปได้ 3 ปีครึ่ง มีพ่อค้ามารับซื้อไปหมดทั้งฟาร์ม หักต้นทุนแล้วได้กำไรประมาณล้านบาท มองเห็นรายได้ที่ดีจึงเจรจากับแม่ ขอเลี้ยงจระเข้ต่อดีกว่า...เพราะเริ่มเลี้ยงเป็นแล้ว และถูกจระเข้กัดมาไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ไม่เข็ด เพราะรายได้คุ้มกับความเสี่ยงถ้าไม่ประมาทจนเกินไป

จึงไปซื้อลูกจระเข้มาใหม่ คราวนี้แค่ 200 ตัวก่อน ขนาดยาว 40-80 เซนติเมตร ราคาตัวละ 1,400 บาท...ให้อาหารเป็นหัวไก่ที่ตัดทิ้งจากโรงงานแปรรูปใกล้บ้าน เพราะจระเข้จะโตดีกว่าเลี้ยงด้วยอย่างอื่นเพราะมี แคลเซียมเยอะ ให้อาทิตย์ละ 120 กก.

แต่ช่วงนี้อากาศหนาวจระเข้กินน้อย ต้องคอยตักเศษอาหารออก ไม่ทิ้งข้ามคืนเพราะจะทำให้น้ำเสียเร็ว บางครั้งตัวไหนที่ไม่กินอาหารต้องนำกบมีชีวิตใส่ลงไปเป็นเหยื่อล่อ เป็นการกระตุ้นให้กินอาหาร ส่วนการเปลี่ยนถ่ายน้ำจะทำ 3 วันต่อครั้ง เอาน้ำประปามาใช้เลี้ยงไม่ได้ จะต้องใช้น้ำผิวดินจากแหล่งธรรมชาติ และต้องนำไปตรวจหาว่ามีสารเคมี ยาฆ่าแมลงปนเปื้อนมาหรือเปล่าด้วย

สิ่งสำคัญที่ต้องคอยระวังเป็นเรื่องทับกันตาย คอยตรวจดูผิวหนัง หากมีแผลจากการกัดกันต้องแยกออกมาขังในบ่อเดี่ยว ทำการรักษาให้ผิวสวยถึงจะขายได้ราคา

แม้การเลี้ยงจระเข้จะใช้ทุนสูง มีพื้นที่เยอะ ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยสูง รั้วลูกกรงต้องแข็งแรงและระบบป้องกันน้ำท่วมป้องกันจระเข้หลุดก็ตาม แต่เมื่อขายได้แล้วมีกำไรเป็นเงินล้าน

ทุกอย่างมันเป็นจริงเหมือนที่ “พ่อ” เคยบอกไว้...เลี้ยงจระเข้เป็นอาชีพที่ยั่งยืน.

 

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

โหวตข่าวนี้