advertisement

สั่งทั่วประเทศเฝ้าระวัง 'มือเท้าปาก' หลัง นร. 3 ขวบดับแล้ว 1 ราย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2557 12:04

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กำชับทั่วประเทศ เฝ้าระวัง "โรคมือเท้าปาก" ในเด็กเล็ก หลังนักเรียนใน กทม.วัย 3 ขวบเศษ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา ส่วนผลการตรวจยืนยันติดเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส 71 ด้าน กทม.สั่งปิดเรียน 6 วัน ติดตามอาการเด็กในโรงเรียนอีก 15 วัน แนะโรงเรียน-ศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ ตรวจอาการเด็กทุกเช้า...

จากกรณีพบเด็กวัย 3 ขวบ 7 เดือน นักเรียนโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ที่เขตคลองเตย กทม. ป่วยและเสียชีวิตจากโรคมือเท้าปาก (Hand Foot Mount Disease : HFMD)  เมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา ผลการตรวจยืนยันติดเชื้อไวรัสมือเท้าปากสายพันธุ์ อีวี 71 ยังพบมีเด็กนักเรียนโรงเรียนเดียวกัน ป่วยเพิ่มอีกนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้วันนี้ (9 ม.ค. 57) นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งเจ้าหน้าที่สอบสวนเคลื่อนที่เร็วจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 กรมควบคุมโรค ลงควบคุมโรคที่โรงเรียน และติดตามที่บ้านของผู้เสียชีวิตและเด็กป่วยร่วมกับ กทม. เมื่อวันที่ 6-7 ม.ค. 2557 เพื่อควบคุมโรคและจำกัดการแพร่ระบาดโดยเร็วที่สุด และเฝ้าระวังติดตามอาการเด็กในห้องเดียวกัน และทั้งโรงเรียน ซึ่งมีนักเรียนประมาณ 200 คน เป็นเวลา 15 วัน ขณะนี้พบเด็กป่วยอีก 2 คน รับตัวดูแลในโรงพยาบาล เบื้องต้นอาการไม่รุนแรง และเก็บอุจจาระส่งตรวจหาชนิดเชื้อไวรัสต่อไป โดยให้โรงเรียนปิดเรียนเป็นเวลา 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-12 ม.ค. 2557 ทำความสะอาดห้องเรียน ห้องน้ำ ของเล่น เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อทำลายเชื้อโรค โดยกระทรวงสาธารณสุขจะให้ความรู้โรคมือเท้าปาก ให้คำแนะนำครูพี่เลี้ยงในการตรวจคัดกรองสุขภาพเด็กนักเรียนซ้ำอีกในวันที่ 13 ม.ค. 2557

"ประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลโรคนี้ เนื่องจากโรคมือเท้าปากนี้ไม่ใช่โรคใหม่ ไม่ได้เกิดสายพันธุ์ใหม่ พบได้ทั่วโลก และพบในไทยได้ตลอดปี ส่วนใหญ่จะพบในช่วงฤดูฝนและหนาว เนื่องจากสภาพอากาศเย็น ทำให้เชื้อไวรัสเจริญเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ โรงพยาบาลในสังกัดทั่วประเทศ รวมทั้งประสานโรงพยาบาลเอกชน เฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยโรคมือเท้าปาก และประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนให้ผู้บริหารโรงเรียนอนุบาล ศูนย์เด็กเล็ก เนิร์สเซอรี่ทุกแห่ง ที่อยู่ในพื้นที่ ดูแลความสะอาดสถานที่ของเล่นเด็ก และขอให้ครูพี่เลี้ยงตรวจอาการผิดปกติของเด็กทุกเช้า ก่อนรับเด็กเข้าดูแล หากพบเด็กมีไข้ และมีตุ่มใสขึ้นในปากหรือมีขึ้นตามบริเวณมือ เท้า ขอให้สงสัยไว้ก่อน และให้แยกเด็กไม่ให้คลุกคลีกับเด็กปกติ และให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้ หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง" นายแพทย์ณรงค์กล่าว   

ทางด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานการณ์โรค มือ เท้า ปาก ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 - 22 ธันวาคม 2556 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานมีผู้ป่วย 44,594 ราย เสียชีวิต 3 ราย เกือบครึ่งอยู่ในกลุ่มอายุ 1 - 3 ปี มักเกิดในโรงเรียนอนุบาล ศูนย์เด็กเล็ก เนิร์สเซอรี่ เชื้อเอ็นเทอโรไวรัส (enterovirus) ที่พบบ่อยในไทย คือ คอกแซกกี้ เอ (coxsackie virus A) ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะหายได้เอง และพบเอนเทอโรไวรัส 71  หรืออีวี 71 (enterovirus 71 : EV 71) ซึ่งทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้บ่อยคือทำให้ก้านสมองอักเสบ ทำให้การทำงานหัวใจผิดปกติ และอาจเสียชีวิตได้รวดเร็วจากอาการหัวใจล้มเหลว       

โรคนี้ติดต่อกันได้จากการสัมผัสโดยตรงกับน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ จากตุ่มแผลพุพอง หรืออุจจาระของผู้ป่วยที่มีเชื้อ  เชื้อไวรัสจะอยู่ในอุจจาระเป็นเวลาหลายสัปดาห์  หลังติดเชื้อ 3-7 วัน จะมีอาการป่วย คือมีไข้  มีเม็ดพุพองใสๆ ขึ้นในปาก โดยเฉพาะที่กระพุ้งแก้ม   ลิ้น เหงือก หลังจากนั้น 1-2  วัน ก็จะเริ่มมีแผลในปากทำให้เจ็บ  เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยและเจ็บคอ  และอาจพบผื่นที่ผิวหนังตามมือ เท้า แต่ไม่มีอาการคัน โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และไม่มียารักษาโรคโดยเฉพาะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายได้เองประมาณ 1 สัปดาห์  การรักษาจะเน้นตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ แก้ปวดแก้เจ็บแผลในปาก ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่จะมีภูมิต้านทานโรคนี้ ในรายที่มีอาการไข้สูง อาเจียน กระตุก ต้องส่งผู้ป่วยพบแพทย์ทันที เพราะเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

นายแพทย์โสภณ กล่าวต่อว่า ในการป้องกันโรค ผู้ปกครองเด็กเล็ก ให้ล้างมือให้สะอาด ด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้ง ก่อนการเตรียมอาหารให้เด็ก และหลังขับถ่าย  ไม่พาเด็กเล็กไปในที่แออัด  สำหรับโรงเรียนอนุบาลและศูนย์เด็กเล็ก ให้ดูแลทำความสะอาดห้องเรียน ห้องครัว ภาชนะใส่อาหาร รวมทั้งห้องน้ำ ห้องส้วม อาคารสถานที่ เครื่องเล่น หรืออุปกรณ์การเรียนการสอนต่างๆด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคหรือน้ำยาซักฟอกเป็นประจำ กำจัดอุจจาระให้ถูกต้องและยึดหลักการปฏิบัติตัว กินร้อน ใช้ช้อนกลางและล้างมือบ่อยๆ หากพบผู้ป่วยในห้องเรียนเดียวกันมากกว่า 2 คน อาจพิจารณาปิดห้องเรียนหรือปิดโรงเรียนหรือสถานศึกษาชั่วคราว เป็นเวลา 5 วัน เพื่อทำความสะอาดลดโอกาสการแพร่กระจายของโรค  

"โดยเฉพาะครูและพี่เลี้ยงเด็ก ให้เฝ้าระวังโรค โดยตรวจเด็กก่อนเข้าห้องเรียน หากพบเด็กมีอาการป่วยซึ่งสงสัยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที และแยกเด็กอื่นไม่ให้คลุกคลีใกล้ชิดกับเด็กป่วย และให้แจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้ทันที โดยขณะนี้ กรมควบคุมโรคได้จัดโครงการศูนย์เด็กเล็กปลอดโรคที่พบบ่อยในเด็ก ทั้งโรคอุจจาระร่วง โรคไข้หวัดใหญ่ รวมทั้งโรคมือเท้าปากด้วย  ในโครงการจะมีการจัดอบรมให้ความรู้ความรู้เรื่องโรค แก่ผู้บริหารโรงเรียน ครูพี่เลี้ยง และมาตรการสังเกตอาการป่วยในเบื้องต้น การดูแลความสะอาดสถานที่ต่างๆ ครอบคลุมศูนย์เด็กเล็กประมาณ 20,000 แห่ง" นายแพทย์โสภณ กล่าว.

โหวตข่าวนี้