advertisement

หนุนขึ้นภาษีเครื่องดื่มให้สอดคล้องระดับน้ำตาล

โดย ทีมข่าวการศึกษา 6 พ.ย. 2556 16:12

นักวิชาการสุขภาพหนุนขึ้นภาษีเครื่องดื่ม ให้สอดคล้องกับระดับน้ำตาล ควบคู่ไปกับมาตรการทางราคา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากขึ้น...

วันที่ 6 พ.ย. 56 นพ.ทักษพล ธรรมรังสี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยนโยบายสร้างเสริมสุขภาพ (สวน.) เปิดเผยว่า มาตรการทางภาษีและราคาสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ถูกจัดเป็นหนึ่งใน 6 มาตรการที่มีประสิทธิผลและความคุ้มค่าที่องค์การอนามัยโลกแนะนำประเทศต่างๆ นำมาจัดการวิกฤติโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคไม่ติดต่ออื่นๆ ซึ่งปัจจุบันได้รับความสนใจมากขึ้นจากทั่วโลก และขอสนับสนุนแนวทางของกระทรวงการคลังในการขึ้นภาษีเครื่องดื่ม

อย่างไรก็ตาม ควรกำหนดทิศทางนโยบายภาษีตอบสนองทั้งเป้าหมายทางภาษี ในขณะที่ประชาชนก็มีสุขภาพดีขึ้น เช่น การกำหนดอัตราภาษีให้สอดคล้องกับระดับน้ำตาล และมีความครอบคลุมและเสมอภาคกับเครื่องดื่มประเภทต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะประเภทชาเขียวเท่านั้น นอกจากนั้น ในอนาคตยังอาจดำเนินงานควบคู่ไปกับมาตรการทางราคา เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงอาหารและเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากขึ้น

ทพ.ญ.จันทนา อึ้งชูศักดิ์ เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปริมาณการบริโภคน้ำตาลของประชากรไทยเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยครึ่งหนึ่งของน้ำตาลที่คนไทยบริโภคมาจากเครื่องดื่มรสหวาน ประชากรไทยโดยเฉลี่ยดื่มเครื่องดื่มรสหวาน อย่างเช่น น้ำอัดลม ชาเขียว มากกว่านมหลายเท่า ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากความจริงที่พบว่า ราคาขายเครื่องดื่มที่มีรสหวาน อย่างน้ำอัดลมและชาเขียว มีราคาถูกกว่าเครื่องดื่มที่เราควรส่งเสริมให้ประชากรไทยบริโภค อย่างนมและน้ำผลไม้ หลายคนยังมีทัศนคติที่ว่า ชาเขียวเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งที่จริงชาเขียวที่ขายกันในท้องตลาดมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลักมากถึง 15 ช้อนชาต่อขวด สูงไม่ต่างจากน้ำอัดลม ข้อมูลทางวิชาการยืนยันได้ว่า การขึ้นภาษีเครื่องดื่มรสหวาน จะส่งผลให้คนบริโภคน้ำตาลน้อยลง เกิดผลดีต่อสุขภาพตามมา โดยเฉพาะการรับมือกับวิกฤติโรคเบาหวาน

ด้าน น.ส.สิรินทร์ยา พูลเกิด ผู้จัดการแผนงานวิจัยนโยบายอาหารและโภชนาการเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ (FHP) กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาษีเครื่องดื่มรวมถึงภาษีชาเขียวไม่ใช่เรื่องใหม่ของประเทศไทย แต่ระบบภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มในปัจจุบัน ไม่ได้สอดคล้องกับการจัดการปัญหาสุขภาพ โดยเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลถูกเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าเครื่องดื่มที่ไม่เติมถึง 25% เช่นเดียวกับเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน ก็ได้รับการยกเว้นภาษี อีกทั้งยังไม่มีการปรับอัตราภาษีมานานมาก ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงการคลังยกเครื่องระบบภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องดื่ม โดยพิจารณาจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มตามปริมาณน้ำตาลที่เป็นส่วนประกอบ.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement