advertisement

ชายฝั่งทะเลสูญกว่าแสนไร่ ได้เวลารื้อแผนสกัดการกัดเซาะ

โดย ชาติชาย ศิริพัฒน์ 14 ต.ค. 2556 05:00


แม้ชายฝั่งทะเลไทย 3,148 กม. จะถูกคลื่นลมกัดเซาะโดยตลอด ระยะหลังนับแต่ภาวะโลกร้อนส่งผลให้เห็นกับตา อากาศแปรปรวนคลื่นลมแรงขึ้น การกัดเซาะรุนแรงขึ้น

เฉพาะฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี, ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, ปัตตานีและนราธิวาส มีอัตราการกัดเซาะเฉลี่ยเกินกว่า 5 ม.ต่อปี ถือเป็นพื้นที่วิกฤติและจากข้อมูลย้อนหลังไป 50 ปี พบว่าเราสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งไปไม่น้อยกว่า 113,042 ไร่


“ถ้าเราไม่รีบแก้ไข ในอนาคตจะต้องสูญเสียที่ดินชายฝั่งไปอีกหลายหมื่นไร่ และปัญหาที่หลายคนไม่รู้ ทุกวันนี้เทศบาลบางแสนต้องใช้เงินมากในการเติมทรายทุกสัปดาห์เพื่อจะได้มีชายหาดให้นักท่องเที่ยวเดินเล่น ไม่เพียงแต่กระทบกับธุรกิจท่องเที่ยว ทุกอาชีพที่ทำมาหากินอยู่กับชายฝั่งทะเลได้รับผลกระทบหมด เพราะการกัดเซาะชายฝั่งทำให้สภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไป จำนวนสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งเปลี่ยนแปลงลดลง การประกอบอาชีพประมงฝืดเคือง รายได้ลดลงตามไป”

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกริ่นถึงที่มาของนโยบายการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งรูปแบบใหม่ ICM (Integrated Coastal zone Management) ที่จะเริ่มใช้ในปีงบประมาณ 2557...เป็นการบริหารจัดการชายฝั่งแบบบูรณาการ ให้ประชาชนทุกภาคส่วนที่อยู่อาศัยทำมาหากินและมีส่วนได้เสียกับการเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งทะเล มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาชายฝั่งอย่างเป็นระบบ

“ให้ประชาชนทุกภาคส่วนมาประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และตกลงกำหนดเป้าหมายของพื้นที่ให้ชัดเจนว่า ต้องการจะให้พื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดตัวเองใช้ประโยชน์เพื่ออะไรเป็นหลัก จะเพื่อการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม ประมง หรืออย่างอื่น เมื่อตกลงกำหนดเป้าหมายได้แล้ว ต้องมาร่วมกันคิดอีกว่า เมื่อจะทำอย่างนั้นแล้วต้องมีประชาชนส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบ จะมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนกลุ่มนั้นอย่างไร จากนั้นถึงจะออกแบบแผนว่า จะใช้สิ่งใดมาเป็นเครื่องมือในการปกป้องไม่ให้ชายฝั่งถูกกัดเซาะ เพื่อรักษาชายฝั่งให้เป็นไปตามเป้าหมายที่คนในพื้นที่ต้องการ ไม่ใช่จะทำเพื่อการท่องเที่ยว แต่กลับสร้างเขื่อนสร้างกำแพงคอนกรีตกันคลื่น มาทำลายทัศนียภาพการท่องเที่ยว”

นายวิเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนแปลงวิธีการป้องกันชายฝั่งใหม่ เพราะที่ผ่านมา การแก้ปัญหาเพื่อตอบ สนองความต้องการของคนแค่บางกลุ่ม ไม่มองปัญหารอบด้านแบบองค์รวม ได้สร้างผลกระทบตามมามากมาย เช่น การใช้โครงสร้างแข็ง สร้างเขื่อนหินทิ้งกันคลื่นนอกชายฝั่ง ป้องกันทรายไม่ให้มาทับถมปากแม่น้ำ เพื่อเรือจะได้แล่นเข้าออกสะดวก

แต่ปรากฏว่าเขื่อนกันคลื่นได้ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนทิศ และทำให้แรงสะท้อนกลับของคลื่นไปกัดเซาะชายฝั่งบริเวณอื่นให้เสียหายรุนแรงมากขึ้น ฉะนั้นจำเป็นต้องปฏิรูปวิธีแก้ปัญหาใหม่...ถึงจะรักษาชายฝั่งทะเลไทยไว้ให้ลูกหลานได้.


ชาติชาย  ศิริพัฒน์

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement