advertisement

มะเร็งตับ-ท่อน้ำดี คร่าชีวิตคนอีสานเพิ่มขึ้นทุกปี

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 22 ก.ย. 2556 13:30

มะเร็งตับและท่อน้ำดี คร่าชีวิตชาวอีสานเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี แพทย์ มข. จัดโครงการคัดกรองค้นหาผู้ป่วยระยะแรก เอกซเรย์พื้นที่เป้าหมายตายมากที่สุดใน 5 จังหวัด  ลดอัตราการตายจากมะเร็งร้าย...

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า  โรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี เป็นโรคที่มีอัตราการตายสูงที่สุดของชายไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ มักไม่แสดงอาการ จะมารู้ตัวอีกทีเป็นระยะที่อันตรายยากแก่การรักษา ฉะนั้น หากการคัดกรอง ค้นพบผู้ป่วยในระยะเริ่มแรก และได้รับการรักษาที่รวดเร็ว จะทำให้มีโอกาสรักษาโรคให้หายขาดได้ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่าจะได้รับการวินิจฉัย ก็เป็นระยะที่โรคลุกลามไปมากและไม่สามารถผ่าตัดได้แล้ว ซึ่งการรักษาด้วยการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออก ยังคงเป็นวิธีการรักษาเพียงวิธีเดียวของการรักษามะเร็งท่อน้ำดีที่มีโอกาสหาย

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์สถานการณ์การตายของจังหวัด ในเครือข่ายบริการสาธารณสุขที่ 10 คือ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร พบว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีอัตราตายด้วยโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี เป็นลำดับที่ 1 เมื่อเทียบกับผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งทั้งหมด และมีแนวโน้มการตายด้วยมะเร็งตับและท่อน้ำดีเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะ จ.อุบลราชธานี มีอัตราตายด้วยโรคมะเร็งตับและท่อน้ำดี ปี 2550 พบว่า 33.54 ต่อแสนประชากร เพิ่มเป็น 42.86 ต่อแสนประชากรในปี 2553

ขณะที่โรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษามะเร็งท่อน้ำดี มีเพียงแห่งเดียวในโลก คือ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ดังนั้นมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในภาคอีสาน ได้ร่วมกันจัดโครงการคัดกรองมะเร็งตับ และท่อน้ำดีสัญจร เมื่อวันที่ 9 ส.ค.และ 6 ก.ย.ใน จ.อุดรธานี เพื่อให้การดูแลรักษามะเร็งตับและท่อน้ำดีที่รวดเร็ว ลดอัตราการเสียชีวิตด้วยมะเร็งตับและท่อน้ำดี

ทางด้าน ผช.ศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว รองประธานมูลนิธิมะเร็งท่อน้ำดี กล่าวว่า การค้นหาและคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีในระยะเริ่มต้น เป็นการกระตุ้นเตือนประชากรที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี ให้รับรู้ถึงอันตรายของโรค และควรมีการตรวจวินิจฉัยเพื่อเฝ้าระวังด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ หรือทำให้ผู้ป่วยที่ตรวจพบโรคนี้แต่แรกเริ่ม สามารถรับการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  โดยมีเป้าหมาย 5 จังหวัดได้แก่ ขอนแก่น อุดรธานี นครพนม อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ โดยจัดให้มีกิจกรรมการคัดกรองผู้ป่วยในช่วงกลางวัน ประชาชนจะได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ โดยนักรังสีแพทย์ และได้รับการแนะนำ รวมถึงส่งต่อรักษาโรงพยาบาลหากพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งที่ผ่านมามีจำนวน 12 คน จากผู้เข้ารับการตรวจทั้งสิ้น 1,066 คน.

โหวตข่าวนี้