advertisement

ปกป้องคำสอน "พระพุทธเจ้า"

โดย ทีมข่าวศาสนา 3 ก.ย. 2556 05:00

พระพรหมบัณฑิต

เจาะลึกเวทีแลกเปลี่ยนพุทธศาสนาในบริบทโลก ฉลอง 260 ปี “สยามวงศ์”

พุทธศักราช 2556 นับเป็นอีกปีหนึ่งที่มีความสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง

เพราะนอกจากจะเป็นปีที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประมุขสงฆ์ของไทยจะเจริญพระชันษาครบ 100 ปี ในวันที่ 3 ต.ค. 2556 แล้ว

ทั้งปีนี้ยังถือว่าเป็นปีที่ครบรอบ 260 ปี การสถาปนาพระพุทธศาสนา นิกายสยามวงศ์ ขึ้นในประเทศศรีลังกา

โดยพระธรรมทูตไทย ได้เดินทางไปฟื้นฟูพระพุทธศาสนายังศรีลังกาตามคำเชิญของกษัตริย์ศรีลังกา เมื่อ 260 ปีที่แล้ว ซึ่งหัวหน้าพระธรรมทูตชุดดังกล่าวก็คือ พระอุบาลี มหาเถระ จากวัดธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งในโอกาสเดียวกันยังได้ทำการอุปสมบทพระภิกษุชาวศรีลังกา 700 รูป และบรรพชาสามเณรอีก 3,000 รูป และหนึ่งในสามเณรที่ได้รับการอุปสมบทในครั้งนั้น คือ สามเณรเวลิวิตะ ศรีสรณังกร ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช และทรงสถาปนาพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ หรือ อุบาลีวงศ์ ขึ้น

และเพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสดังกล่าว คณะสงฆ์ไทย โดย มหาเถรสมาคม (มส.) ได้มอบหมายให้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) จัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสดังกล่าว โดยจัดงาน สัมมนานานาชาติ เรื่องการแลกเปลี่ยนพระพุทธศาสนานานาชาติในบริบทโลก เพื่อเฉลิมฉลอง 260 ปีแห่งการสถาปนาพระพุทธศาสนา นิกายสยามวงศ์ในประเทศศรีลังกา ที่ สถาบันวิชาการพระพุทธศาสนานานาชาติศรีลังกา (SIBA) เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 21-22 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่ง ทีมข่าวศาสนา ได้มีโอกาสติดตามคณะของ มจร. ไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

จากการร่วมสังเกตการณ์สิ่งที่เราได้เห็นถึงการที่ฝ่ายบริหารบ้านเมืองของประเทศศรีลังกาให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนารวมถึงการจัดงานสำคัญในครั้งนี้ โดย นายเอสบี ดิสสะนายกะ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของศรีลังกาให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะมีการสัมมนาแลก เปลี่ยนความรู้โดยใช้ภาษาอังกฤษ และภาษา บาลีแล้ว ทาง มจร. ยังได้จัดพิธีมอบปริญญาบัตรให้ กับนักศึกษาชาวศรีลังกา ที่จบการศึกษาจากสถาบันวิชาการพระพุทธศาสนานานาชาติศรีลังกา  ซึ่งเป็นสถาบันศึกษาสมทบของ มจร. มีการเปิดการเรียนการ สอนในหลักสูตรของ มจร. โดยมอบปริญญาให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรี 28 ราย ปริญญาโท 3 ราย

ที่สำคัญสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ยังมีมติเป็นกรณีพิเศษ อนุมัติให้ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์  แด่  พระอูดูกามา ศรี บุตดารากิตา หัวหน้าสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสี แห่งสยามนิกาย จากวัดอัสคิริยา และอนุนายากะ ฝ่ายมัลลวัตตา และ พระทิพโบตุเววาศรี สิทธัตถะ สุมังคละ หัวหน้าสงฆ์ฝ่ายคามวาสีแห่งสยามนิกาย จากวัดมัลลวัตตะ เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในโอกาส 260 ปีแห่งการสถาปนาพระพุทธศาสนา นิกายสยามวงศ์ด้วย

ขณะที่ในส่วนของงานสัมมนานานาชาติ เรื่องการแลกเปลี่ยนพระพุทธศาสนานานาชาติในบริบทโลก เพื่อเฉลิมฉลอง 260 ปีแห่งการสถาปนาพระพุทธศาสนา นิกายสยามวงศ์ในประเทศศรีลังกา นั้น ก็ได้พบว่าหัวข้อที่เป็นประเด็นถกเถียงกันมากที่สุดคือแนวทางที่เหมาะสมในการแลกเปลี่ยนพระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ

พระอนิลมาน ธมฺมสากิโย รองอธิการบดีกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ในฐานะประธานดำเนินการประชุมการสัมมนาภาคภาษาอังกฤษ บอกว่า ที่ประชุมมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในด้านต่างๆ และได้มีการเสนอกันว่า การแลกเปลี่ยนพระพุทธศาสนาไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบอย่างไร จำเป็นจะต้องดูอย่างรอบคอบด้วยว่าพระพุทธศาสนาเข้าไปเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมท้องถิ่นหรือไม่ หรือเมื่อมีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้ว จะต้องทำอย่างไรไม่ให้วัฒนธรรมท้องถิ่นมาแปรเปลี่ยนหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาให้ผิดเพี้ยนไป ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นการป้องกันคำสอนทางพระพุทธศาสนาถูกดัดแปลง

ด้าน พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นหัวหน้าของคณะสงฆ์ไทยในการเดินทางไปจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนภาพว่า จากการจัดสัมมนาครั้งนี้มีการใช้ภาษาบาลีในการสื่อสาร ทำให้เห็นว่านักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา และคณะสงฆ์ของศรีลังกาสามารถใช้ภาษาบาลีในการสื่อสาร สนทนา ได้เป็นอย่างดี ต่างจากของไทยที่ยังไม่ค่อยมีการส่งเสริมการสอนภาษาบาลีเพื่อการสนทนามากเท่าใดนัก

“การที่สามารถสนทนาเป็นภาษาบาลีได้นั้น จะทำให้สามารถเข้าใจความหมายของภาษาบาลีได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น เข้าใจคำสอนในพระไตรปิฎกได้มากยิ่งขึ้น สามารถเข้าใจความหมายของบทสวดมนต์ ดังนั้น มจร.จึงเตรียมที่จะส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว โดยการพัฒนาหลักสูตรการสนทนาภาษาบาลี รวมไปถึงจะกำหนดให้นักศึกษาของ มจร.ทั้งฆราวาสและพระสงฆ์ ที่มี การศึกษาเกี่ยวกับภาษาบาลีให้มีการทำวิทยานิพนธ์เป็นภาษาบาลีด้วย” พระพรหมบัณฑิต ย้ำถึงความสำคัญในการสนทนาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยใช้ภาษาบาลี

ทีมข่าวศาสนา เห็นด้วยกับแนวทางของมจร.ที่จะเน้นการให้ความสำคัญกับภาษาบาลีมากขึ้นเพราะเรามองว่า หนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้พระธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาเกิดความผิดเพี้ยน หรือถูกดัดแปลงไป ก็คือความเข้าใจที่แท้จริงในภาษาบาลีของผู้ที่ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยเฉพาะพระสงฆ์ ซึ่งหากมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ถูกต้อง ตามที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ตั้งแต่ในสมัยพุทธกาล และนำไปปฏิบัติตาม ความผิดเพี้ยนในพระพุทธศาสนาย่อมไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ในทางตรงกันข้ามหากพระสงฆ์ ไม่เข้าใจในภาษาบาลีอย่างแท้จริง ก็อาจก่อให้เกิดความคลาดเคลื่อน และเลยไปถึงผิดเพี้ยนในพระธรรมคำสอนจากการถูกนำไปตีความต่างๆ นานา ตามความเข้าใจของตัวเอง จนก่อเกิดเป็นสำนักต่างๆ ตลอดจนตั้งตนเป็นลัทธิ สั่งสอนคนให้เกิดความหลงเชื่อในทางที่ผิด
สิ่งที่เราอยากฝากคณะสงฆ์ไทยคือ ถึงวันนี้ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะเพิ่มความสำคัญในภาษาบาลี เพื่อสร้างความมั่นคงในพระพุทธศาสนาก่อนที่พระพุทธศาสนาจะถูกสั่นคลอนไป มากกว่านี้!!!

ทีมข่าวศาสนา

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement