advertisement

'หนุ่มนิเทศฯ มกท' เจ๋ง! คว้าแชมป์หนังสั้น เสียดสีคนใช้รถ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2556 06:00

นักศึกษาหนุ่มคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ โชว์เจ๋ง ผลิตหนังสั้นคว้ารางวัล "ยอดเยี่ยม" จากผลงานชื่อ “LIFT” หนังสั้นรณรงค์ลดปัญหารถติด มลพิษ และอันตรายบนท้องถนน...

ปัญหารถติด มลพิษ บนท้องถนนนับเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน และยังคงแก้ไม่ตก ล่าสุดจึงเกิดความพยายามที่จะผลิตสื่อต่างๆ เพื่อรณรงค์การใช้รถและท้องถนนขึ้น กับโครงการจักรยานกลางเมือง มูลนิธิโลกสีเขียว Bangkok Bicycle Campaign ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดงานประกวดหนังสั้นปั่นเมืองครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อรณรงค์การแบ่งปันถนนร่วมกันระหว่างผู้ใช้พาหนะต่างๆ บนท้องถนน รวมทั้งจักรยาน รถเข็น และคนเดิน พร้อมจัดงานประกาศผล 6  ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดย ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว กล่าวถึงจุดประสงค์การจัดงานประกวดหนังสั้นปั่นเมืองว่า การรณรงค์แบ่งปันถนนทำได้หลายทาง แต่สื่อที่เผยแพร่ได้ในวงกว้าง และมีศักยภาพในการสื่อสารกับสังคมยุคใหม่ได้ดี คือหนังสั้น ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับคนหลากหลายรสนิยมได้ ใครๆ ก็ทำหนังสั้นได้ด้วยงบประมาณจำกัด เวลาน้อย และอุปกรณ์ราคาถูก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักทำหนังมืออาชีพ

 

 

“เราตั้งใจให้หนังสั้นช่วยรณรงค์การแบ่งปันถนนร่วมกัน ด้วยความตั้งใจให้รถยนต์และผู้ใช้ถนนอื่นๆ สังเกตเห็นจักรยาน ซึ่งเป็นพาหนะ “ล่องหน” ที่ถูกมองข้ามมาตลอด รู้จักกติกา และหาวิธีอยู่ร่วมกันบนท้องถนน  การแบ่งปันถนนไม่ได้จำกัดอยู่แต่เลนจักรยานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรูปแบบอื่นอีก เช่น การกำหนดความเร็วของรถยนต์ให้วิ่งช้าลงเมื่อต้องใช้ถนนร่วมกับคนเดินและจักรยาน  เราพยายามเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของสังคมให้ผู้ใช้รถมองเห็นว่าจักรยานและรถชนิดอื่นๆ ก็มีสิทธิใช้ถนนเช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้การเดินทางบนท้องถนนเป็นการเดินทางอย่างเป็นมิตรมากขึ้น และหนังสั้นสามารถสื่อสารประเด็นเหล่านี้ได้อย่างมีพลัง ทำให้คนดูฉุกใจคิด และทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้” 

ดร.สรณรัชฎ์ กล่าว

ทั้งนี้ในการประกวด มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 221 ทีม แบ่งเป็น นักศึกษา 104 ทีม และบุคคลทั่วไป 117 ทีม โดยทีมผู้สมัครได้เข้าร่วมอบรม “การรณรงค์แบ่งปันถนนร่วมกันและเทคนิคการเล่าเรื่องเพื่อพัฒนาบทสำหรับหนังสั้น” เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  จากนั้นแต่ละทีมได้ส่งทรีตเมนต์เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกเหลือเพียง 10 ทีม และในนาทีสุดท้ายผลการตัดสินก็ปรากฎว่า ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศประเภทนักศึกษารางวัลประกาศเกียรติคุณยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีมเฟี้ยว กับ ผลงานที่มีชื่อว่า “LIFT” รับเงินรางวัลจำนวน 50,000 บาท ส่วนรางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ “จักรยานสีชมพู” โดย ทีม Smile Film รับรางวัลประกาศเกียรติคุณรองชนะเลิศ และเงินรางวัลจำนวน 35,000 บาท

 


ส่วนประเภทบุคคลทั่วไป รางวัลยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีม PERCEPTION กับ “perception” รับเงินรางวัลจำนวน 70,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ “จัก-กะ-ยืม” โดย ทีมจินตะ3 ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณรองชนะเลิศ และเงินรางวัลจำนวน 50,000 บาท

ด้านนายสราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือ “นิ้วกลม” นักเขียนและพิธีกร ในฐานะคณะกรรมการตัดสินรางวัล กล่าวว่า ภาพรวมของหนังที่ส่งมาร่วมสนุก 9 เรื่องนี้ มีทั้งความแตกต่างและความเหมือนกัน ซึ่งสะท้อนว่าคนขี่จักรยานเป็นผู้มีโอกาสน้อยบนท้องถนน รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็ก และยังต้องต่อสู้เรียกร้องเพื่อสิทธิของตัวเอง

 

“หนังสั้นทั้งหมดนี้เป็นจุดเริ่มต้นจุดหนึ่งที่ทำให้เรารับฟังเสียงคนที่เป็นตัวแทนคนปั่นจักรยาน และเมื่อเราได้ยินเสียงนี้ก็ควรเปิดพื้นที่ในหัวใจเราให้มากขึ้น  ผมคิดว่าการแบ่งปันพื้นที่บนท้องถนนน่าเริ่มต้นตรงที่การแบ่งพื้นที่ในใจนี่แหละครับ  เราน่าจะยินดีเปิดรับรูปแบบยานพาหนะที่หลากหลาย รูปแบบวิถีชีวิตหรือผู้คนที่หลากหลายกว่านี้ และไม่ได้คิดว่าเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง  คนที่ขี่จักรยานเองก็เช่นกัน ไม่ได้คิดว่าตัวเองสำคัญที่สุดบนท้องถนนและทุกคนต้องปรับเปลี่ยนมาเพื่อตัวเอง  ผมว่าเมื่อทุกคนเปิดพื้นที่หัวใจแล้ว ทุกคนก็น่าจะใช้พื้นที่ถนนอย่างเป็นมิตรและปลอดภัยมากขึ้น” นิ้วกลม ระบุ

 


ส่วนนายไท ประดิษฐเกษร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาภาพยนตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ บอกว่า รู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่ได้รับรางวัลครั้งนี้เพราะเป็นผลงานที่ตั้งใจทำเป็นอย่างมาก พร้อมเผยอีกว่าสาเหตุที่ชนะใจกรรมการเพราะตนใช้เทคนิคเรื่องความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์กับบรรดาผลงานที่เข้าร่วมแข่งขันด้วยกัน โดยหนังสั้นรณรงค์ให้คนขี่จักรยานทุกๆเรื่องที่เข้าประกวดนั้น ส่วนใหญ่จะมีฉากของจักรยานอยู่ในหนัง แต่ผลงานที่คว้ารางวัลนี้ตั้งใจ ทำให้ไม่เหมือนใครโดยไม่เพิ่มซีนของจักรยานอยู่ในหนังเลย พร้อมตั้งใจเล่าเรื่องให้เป็นไปในทิศทางการเปรียบเปรย แล้วใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบเกินความจริง สะท้อนมุมมอง เสียดสีเรื่องราวของปัญหาการใช้รถด้วยการเปรียบเปรยถึงคนอ้วนที่สูบบุหรี่ในลิฟท์ เหมือนคนใช้รถยนต์บนถนน ส่วนคนผอมที่ใช้ลิฟท์ก็เหมือนกับคนขี่จักรยาน เมื่อทุกคนที่ต้องใช้ลิฟท์ร่วมกัน ก็เหมือนถนนที่ไม่มีพื้นที่ในการสัญจรและเต็มไปด้วยมลพิษทางอากาศ ดูแล้วก็ให้คิดกันเองว่าควรจะทำยังไงกับท้องถนนในทุกๆวัน.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement