advertisement

อึ้ง! 10ขวบคลอดลูกแล้ว พบมีเซ็กซ์ในห้องเรียนอื้อ

โดย ทีมข่าวการศึกษา 27 มิ.ย. 2556 00:40

อนาถ! ปัญหาสังคม เด็ก 10 ขวบ ตั้งท้องให้กำเนิดบุตร ครูไทยเจ้าของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. เก็บข้อมูลพบ นักเรียนมัธยมมีเซ็กซ์ในห้องเรียนอื้อ แถมผู้ปกครองเด็กบางคนเปิดหนังโป๊ให้ลูกดู ระบุหลายโรงเรียนไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลเพราะกลัวเสียหาย เผยสถิติปี 54 เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้กำเนิดบุตรวันละ 10 คน...

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากครูฝ่ายปกครอง ส่วนกิจกรรมและธุรการ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม ผู้รับผิดชอบโครงการหนึ่ง โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า จากการที่ตนได้ไปประชุมหารือเกี่ยวกับปัญหาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ โดยได้รับทราบข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจมาก จากพยาบาลโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.นครพนม ว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีเด็กหญิงอายุเพียง 10 ขวบ มาคลอดลูกที่โรงพยาบาล และยังพบว่าเด็กที่ท้องก่อนวัยอันควร มีอายุลดลงมาก ตอนแรกก็ไม่อยากเชื่อ จึงสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากพยาบาล พบว่า เด็กปัจจุบันหลายคนประจำเดือนมาเร็วและร่างกายเจริญเติบโตก่อนวัยอันควร จึงมีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้

คุณครูคนดังกล่าว เผยอีกว่า ขณะเดียวกัน ตนยังพบข้อมูลที่น่าสนใจในการดำเนินโครงการที่ตนรับผิดชอบ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายกลุ่มเสี่ยง พบว่ากลุ่มนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มีเด็กกลุ่มเสี่ยงในเรื่องของยาเสพติดมากเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ขณะที่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปัญหาอันดับ 1.มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร รองลงมาคือ เรื่องยาเสพติด

สำหรับสถิติในปี 2555 มีนักเรียนทั้งระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย มาเข้ารับการปรึกษาจากโครงการเพียง 5 คน แต่ในปี 2556 จนถึงเดือน มิ.ย. มีมากถึง 40 คน โดยปัญหาที่พบมากที่สุด คือ ท้องก่อนวัยอันควรมีมากถึง 20 คน เคยทำแท้งก่อนมาร่วมโครงการ 2 คน จากเด็กในโรงเรียนทั้งหมด 2,700 คน ไม่เพียงเท่านั้นเด็กกลุ่มเสี่ยงยังให้ข้อมูลว่าเด็กมัธยมหลายแห่งที่เป็นเพื่อนกัน นิยมมีเพศสัมพันธ์กันในห้องเรียนมากขึ้น นอกจากนี้ ก่อนหน้าที่ตนย้ายมาทำกิจกรรมที่โรงเรียนดังกล่าว ได้เคยสอนในระดับประถมยังพบข้อมูลว่า เด็กที่มีอายุต่ำสุดที่เคยมีเพศสัมพันธ์ คือเป็นเด็กที่อยู่ในชั้น ป.5 และหลายคนมีผู้ปกครองเปิดหนังโป๊ให้ดูด้วย

“โรงเรียนได้โครงการนี้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยครูนำกลยุทธ์ที่ใช้และประสบความสำเร็จมากที่สุดแต่ใช้เวลาน้อยที่สุดคือ การตั้งตัวเป็นหมอดูดวง หรือดูลายมือ ให้เด็กจนกล้าเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ออกมา โดยมีการทำนายแบบกว้างๆ เช่น พักนี้สีหน้าไม่ค่อยสดใส มีปัญหาเรื่องครอบครัว หรือความรักหรือเปล่า เป็นต้น นอกจากนี้ วิธีการแก้ปัญหาถัดไปคือ การใช้แกนนำจากเด็กที่เคยประสบปัญหามาก่อน เช่น เคยท้องในวัยเรียน หรือขาย-เสพยาเสพติดให้เป็นผู้ช่วยสอดส่องดูแล และถ่ายทอดประสบการณ์ให้เด็กที่ประสบปัญหา กล้าที่จะเปิดเผยข้อมูลและปรับปรุงตัวเอง นอกจากนี้ ยังได้เตรียมขยายกิจกรรมสู่ปีที่ 2 โดยการพัฒนาฝีมือเด็กที่ท้องไม่พร้อม และไม่ได้เรียนต่อจากปัจจัยหลายอย่าง เพื่อพัฒนาทักษะด้านการงานอาชีพให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน ซึ่งจะถือ เป็นการแก้ปัญญาในระยะยาวต่อไป” ผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าว

ด้านรอง ผอ.ฝ่ายบริหารบุคคล โรงเรียนเดียวกัน ระบุว่า การที่โรงเรียนเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว เพื่อแก้ไขปัญหาถามว่าเด็กอยากเป็นหรือไม่ เด็กไม่อยากเป็นผลเสียของการปิดข้อมูลไว้ จะทำให้ทราบจำนวนปัญหาที่ไม่ชัดเจนการจัดทำโครงการนี้ทำให้แก้ปัญหาเหล่านี้ได้มากขึ้น มีกลุ่มเด็กเสี่ยงลดลง ซึ่งปัญหาแก้ไม่ได้ถ้าโรงเรียนไม่รู้ข้อมูล อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวในปีนี้จะขยายไปยังโรงเรียนใกล้ด้วย

ขณะที่ ด.ญ.บีบี (นามสมมติ) กล่าวว่า ตอนที่ตนตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน คุณครูได้เรียกไปพบ หลังจากนั้นครูก็ให้คำแนะนำและให้การช่วยเหลือจนคลอดลูก และสามารถกลับมาเรียนต่อได้ ครูจึงชักชวนให้มาเป็นแกนนำเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ โดยทำเป็นบทหนังสั้นเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนน้องๆ ว่าอย่ามีเพศสัมพันธ์หากไม่พร้อม และให้รู้จักวิธีป้องกัน มีบางคนไปแอบทำแท้ง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่อันตรายมาก ถ้ามาปรึกษาครูจะมีทางออกที่ดีกว่าการให้เรามาเป็นแกนนำทำให้เพื่อนๆ น้องๆ กล้าพูดคุยกล้าถาม เพราะช่วงอายุใกล้เคียงกัน คุยกันรู้เรื่อง

สำหรับสถิติพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศของวัยรุ่นที่มีเพศสัมพันธ์ เมื่ออายุน้อยและมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน ส่งผลให้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นเพิ่มสูงขึ้น จากสถิติสาธารณสุขพบว่า ในปี 2554 มีเด็กวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี คลอดบุตรเฉลี่ยวันละ 370 คน และในอายุต่ำกว่า 15 ปี คลอดบุตรวันละ 10 คน และการดำเนินการเฝ้าระวังการแท้งในประเทศไทย โดยดำเนินการนำร่องใน 13 จังหวัดทั่วประเทศ มีโรงพยาบาลเข้าร่วม 134 แห่ง ข้อมูลปี 2554 พบว่า 53% ของผู้ป่วยที่ทำแท้ง ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและเยาวชน โดย 30% มีสถานภาพเป็นนักเรียน นักศึกษา การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นพบว่ามากกว่า 80% เป็นการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ผลกระทบที่สำคัญพบว่าแม่วัยรุ่นยังขาดโอกาสในการศึกษา เพราะต้องรับภาระในการดูแลบุตรและการสร้างครอบครัว.

โหวตข่าวนี้