advertisement

ชู 3 นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ตอบสนองไลฟ์สไตล์นักเรียนยุคดิจิตอล

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 มิ.ย. 2556 09:54

สถาบันสอนภาษาและสถาบันกวดวิชาแห่งแรกของเมืองไทย "Enconcept E-Academy" ปฏิวัติรูปแบบการเรียนการสอนครั้งยิ่งใหญ่ ด้วย 3 นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักเรียนในยุคดิจิตอล...

สถาบันสอนภาษาและสถาบันกวดวิชา Enconcept E-Academy จัดแถลงข่าวปฏิวัติรูปแบบการเรียนการสอนครั้งยิ่งใหญ่ ชู 3 นวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ด้วยระบบการสอนแบบ S.E.L.F. Revolution HD, ระบบการสอนใหม่แบบ X-Class และ 8 Mobile Applications เพื่อเพิ่มความสัมฤทธิ์ผลในการเรียน ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักเรียนในยุคดิจิตอล โดยคุณอภิธา วัลลภศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรม เปิดเผยว่า ผลสำรวจจากสภาเศรษฐกิจโลก ชี้ทักษะภาษาอังกฤษของคนไทย อยู่ในอันดับที่ 8 จาก 10 ประเทศในอาเซียน ดีกว่าลาวและกัมพูชาเท่านั้น ส่วนคะแนนโทเฟลอยู่อันดับ 6 ในกลุ่มอาเซียน โดยเวียดนามแซงหน้าแล้ว การศึกษาไทยไม่สัมฤทธิ์ผล เพราะผู้เรียนไม่รู้จริงในสิ่งที่เรียน แต่เรียนเพื่อสอบเท่านั้น และไม่ได้ตั้งเป้าหมายตั้งแต่ต้นว่าอยากเรียนคณะไหน แต่จะเลือกเรียนเฉพาะคณะที่คะแนนถึง ไม่ได้เลือกคณะที่ตนอยากเรียนจริงๆ ทางโรงเรียนได้ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้ริเริ่มวิจัยและพัฒนาโดยเป็นโรงเรียนสอนภาษาแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศ ที่พัฒนาเทคโนโลยีการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหา และเพื่อเพิ่มความสัมฤทธิ์ผลในการเรียน และจากการสำรวจนักเรียน Enconcept E-Academy พบว่ากว่า 50% ใช้สมาร์ทโฟน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นถึง 80% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ในวันนี้จึงพัฒนาเทคโนโลยีอีกขั้น เพื่อให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบโมบายล์


ด้าน นายแพทย์ธรรมศักดิ์ เอื้ออภิธร ผู้จัดการทั่วไป สถาบันสอนภาษาและสถาบันกวดวิชา Enconcept E-Academy กล่าวว่า ใน 3 ปีที่ผ่านมา Enconcept E-Academy ได้ใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ ระบบการเรียน และเทคโนโลยีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด Mastery Autonomy และ Purpose หรือ MAP เพื่อแก้ปัญหาการเรียนที่ไม่ได้ผล ซึ่ง MAP จะเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดย Mastery คือระบบที่พัฒนาขึ้นให้เหมาะสมการสไตล์การเรียนรู้ที่ต่างกัน และผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน Autonomy จะแก้ปัญหาของนักเรียนสมัยใหม่ ที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองในการเรียนได้ โดยจะให้เพื่อนเป็นแรงจูงใจที่ทำให้นักเรียนมีแรงกระตุ้นในการเรียน ผู้เรียนสามารถแชร์เนื้อหาที่ตนได้เรียนแล้ว หรือคำศัพท์ที่ได้ท่องแล้วผ่านระบบ ส่วน Purpose จะช่วยให้ผู้เรียนกำหนดเป้าหมายและทิศทางการเรียนรู้ของนักเรียนได้ โดยมีนวัตกรรมใหม่ทั้งสาม จะเป็นตัวเชื่อมโยง MAP เข้าด้วยกัน ขณะนี้เทคโนโลยีทางการศึกษาของ Enconcept E-Academy ได้ก้าวมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 6 คือการเรียนผ่านเครื่องมือสื่อสาร ทุกที่ทุกเวลา และในปีนี้ Enconcept E-Academy ได้พัฒนาระบบ S.E.L.F. ให้เป็น S.E.L.F. Revolution HD เครื่องมือที่สร้างประสิทธิภาพแห่งการเรียนรู้ที่ Enconcept E-Academy ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองกับรูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้เรียนสามารถปรับ speed การเรียนที่เหมาะสมกับตัวเองได้ S.E.L.F. Revolution HD ได้ทำลายข้อจำกัดทางการเรียนรู้เพราะผู้เรียนสามารถเรียนได้ที่บ้าน และสร้างการเรียนรู้แบบเป็นขั้นตอน Step by Step Learning พร้อมกันนี้ผู้เรียนจะได้ชมภาพและฟังเสียงที่ดีที่สุดในแบบ HD   

นวัตกรรมตัวที่ 2 คือระบบการสอนใหม่ที่ใช้แท็บเล็ตในการเรียน ที่เรียกว่า X-Class ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้นักเรียนในห้องสอนสดสามารถมีส่วนร่วมในห้องเรียนได้ทันที ช่วยวัดผลความเข้าใจของเด็กที่มีต่อบทเรียนนั้นๆ โดยใช้แท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์เชื่อมต่อ ยกตัวอย่างเช่น การทำข้อสอบในคลาสเรียน และเมื่อครูเฉลย นักเรียนก็จะทราบผลการสอบได้ทันที ทำให้ผู้เรียนตื่นตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนมากยิ่งขึ้น

นวัตกรรมตัวที่3 คือ Mobile Application ซึ่งได้พัฒนาออกมาด้วยกันถึง 8 applications ได้แก่ MyCoach MyBooking @Dict MyXenTimer MyMemolody MyFlashcard Xeroine และ MyTest ทำให้การเรียนรู้รวมเป็นหนึ่งเข้ากับชีวิตประจำวัน เรียกได้ว่าเรียนรู้กันทุกที่ ทุกเวลา ไร้ข้อจำกัดเก่าๆ ที่เคยมี ช่วยดึงศักยภาพ และเสริมสร้างเนื้อหาให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเจเนอเรชั่นใหม่ในยุคดิจิตอล ที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่ขาดไม่ได้ไปแล้วในชีวิตประจำวัน แอพพลิเคชั่นที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้ง 8 มี อาทิ @Dict พจนานุกรมที่มีฟังก์ชั่นครบถ้วนสมบูรณ์ มีทั้งคำแปล คำเหมือนและคำตรงข้าม หรือ MyMemolody นักเรียนสามารถเปิดฟังและเพลิดเพลินไปกับบทเพลงที่สอดแทรกการสอนภาษาระหว่างเดินทาง เพื่อช่วยในการทบทวนบทเรียน 

ขณะที่ นางสาวอริสรา ธนาปกิจ หรือครูพี่แนน กล่าวเสริมว่า Mobile Application จะเชื่อมต่อเทคโนโลยีกับไลฟ์สไตล์ของนักเรียน สามารถที่จะทำให้การเรียนรู้รวมเป็นหนึ่งเข้ากับชีวิตประจำวัน สามารถเรียนรู้กันทุกที่ ทุกเวลา อย่างไร้ขีดจำกัดเก่าๆ ที่เคยมี การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสอนทำให้นักเรียนจำนวนมากสามารถเข้าถึงการเรียนได้โดยไม่ขาดความเป็นปัจเจกบุคคล.

 

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement