advertisement

ปลูกข้าวโพด..นาน้ำใต้ดินตื้น อีกทางเลือกแก้จน..คนอีสาน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 พ.ค. 2556 05:00

จากกระแสแห่ตามกัน แล้วพากันเจ๊งของเกษตรกรไทยเกิดไม่รู้จักจบ...อุบลราชธานี เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่ประสบปัญหานี้

ปี 2550 อุบลราชธานี มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เกือบ 3 หมื่นไร่ แต่ด้วยกระแสมันสำปะหลัง ยางพาราราคาดี เกษตรกรเลยเปลี่ยนพื้นที่ไร่ข้าวโพด หันไปปลูกมันสำปะหลังและยางพารากันเป็นแถว  จนทำให้พื้นที่ปลูกข้าวโพดเหลือไม่ถึง 1 พันไร่ เพื่อแก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในพื้นที่ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ไม่สามารถปลูกข้าวนาปรัง จนต้องทิ้งนาให้ว่างเปล่า สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร จึงได้คิดค้นวิธีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในแปลงนาหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปี

ผลการทดลองศึกษาวิจัยในพื้นที่ ต.นาส่วง อ.เดชอุดม พบว่า การปลูกข้าวโพดในแปลง ด้วยพันธุ์นครสวรรค์ 3 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,074 กก. ต่อไร่ ช่วยเกษตรกรมีรายได้ 9,666 บาทต่อไร่ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ราคา กก.ละ 9 บาท) และเมื่อหักค่าต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว เกษตรกรมีกำไรสุทธิไร่ละ 4,226 บาท

แต่พื้นที่เหมาะสมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในนาได้ประสบความสำเร็จต้นทุนต่ำ จะต้องเป็นนาที่อยู่ในเขตน้ำใต้ดินตื้น ขุดลงไปลึกไม่เกิน 30 ม. พบน้ำใต้ดิน แต่โดยเฉลี่ยแล้วในพื้นที่ ต.นาส่วง ขุดลึกลงไปเพียง 4-10 ม.จะพบน้ำใต้ดิน สามารถสูบขึ้นมาใช้รดแปลงข้าวโพดได้ พร้อมทั้งใช้เทคนิคการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

และควรปลูกหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีเสร็จ แต่ต้องไม่เกินเดือนธันวาคม เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องข้าวโพดออก ดอกจะได้ไม่เจอช่วงอุณหภูมิสูงที่จะมีผลกระทบต่อการผสมเกสรของข้าวโพด และช่วงเก็บ เกี่ยวจะได้ไม่เจอปัญหาฝนตก ทำให้ข้าวโพดเสียหาย คุณภาพไม่ดี มีเชื้อรา ขายไม่ได้ราคา.

โหวตข่าวนี้