advertisement

ลูกชก..ไม่ใช่ลูกชิด ของดี..เมืองพังงา

โดย บรรณารักษ์ จิวะนันทประวัติ 22 พ.ค. 2556 05:00

“ลูกชิด” ใครๆ ก็รู้จัก...แล้ว “ลูกชก” ล่ะ จะมีคนจังหวัดไหนบ้างที่รู้จัก

แต่คนฝั่งอันดามันรู้จักดี...เป็นต้นไม้ลักษณะคล้ายต้นปาล์ม ชอบขึ้นตามแนวภูเขาหิน มีลำต้นตรง โตเต็มที่จะมีขนาดใหญ่กว่าต้นตาล สูงประมาณ 20-25 เมตร ใบยาวประมาณ 3 เมตร คล้ายใบมะพร้าวแต่ใหญ่กว่าและแข็งแรงกว่า ก้านใบ ทางใบเหยียดตรงกว่ามะพร้าว มีรกสีดำตามกาบใบหนาแน่น


ดอกหรืองวงของต้นชก จะออกบริเวณส่วนบนใกล้ยอดของลำต้น มีก้านดอกห้อยเป็นพวงยาว 3-5 เมตร ผลคล้ายลูกตาลขนาดจิ๋ว ออกผลเป็นทะลายเนื้อ ภายในผลมี 3 เมล็ด

ต้นตัวเมียปีหนึ่งให้ดอกออกผล 1 ครั้ง ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ส่วนต้นตัวผู้มีดอกแต่ไม่มีผล ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด แต่จะเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่เชิงเขาหรือเนินเขาเตี้ยๆ ในป่าเขตร้อนชื้น... มีมากเป็นพิเศษในพื้นที่ ต.บางเตย อ.เมืองพังงา

ชาวบ้านที่มีความชำนาญในการปีนป่าย จะขึ้นไปตัดเอาผลของลูกชกลงมา ท่ามกลางเสียงร้องเพลงให้กำลังใจเชียร์ของเพื่อนบ้านที่อยู่ใต้ต้น...เป็นประเพณีประจำถิ่น ที่เชื่อว่าต้นชกจะให้ผลผลิตดี หากมีเสียงเพลงให้ความรักความเอาใจใส่ดูแลต้นชก


ผลผลิตจากต้นชกสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย... เนื้อเมล็ดใช้รับประทานเป็นของหวาน แต่ก่อนรับประทานต้องนำไปเผาไฟ ผ่าแคะเอาเนื้อออกมา สามารถนำไปทำลูกชกเชื่อมหวานหอมชวนรับประทาน เนื้อนุ่มกว่าลูกชิด...ยอดอ่อนใช้ทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน...งวงหรือดอก ใช้ทำน้ำตาลชกสด นำเคี่ยวจนกลายเป็นน้ำตาลเหนียวหนืด

นายสมคิด อารีชนม์ ผู้ใหญ่ บ้านบางเตยใต้ บอกว่า ต้นตาลชกเป็นผลผลิตขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่ชาวบ้านใช้ภูมิปัญญาของตัวเองมาทำเป็นอาชีพ นอกจากจะทำเป็นอาหารคาวหวานได้มากมาย วันนี้ได้พัฒนาให้กลายเป็นสินค้าโอทอป โดยเฉพาะน้ำตาลชกสด น้ำตาลแว่น และลูกชกเชื่อม สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนได้ไม่น้อย


ยิ่งช่วงนี้ด้วยแล้ว เกษตรกรบางรายถึงกับยึดต้นชกเป็นอาชีพหลักแทนยางพารา ปาล์มน้ำมันที่มีราคาตกต่ำอยู่ในขณะนี้

ก็ลูกชกสดๆ ขายได้ กก.ละ 100–120 บาท...ดีกว่ายางและปาล์มน้ำมันเป็นไหนๆ.

 

บรรณารักษ์  จิวะนันทประวัติ

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement