advertisement

กรมอุทยานฯ เตรียมติดกล้องดักถ่ายภาพช้างพิเศษ

โดย ทีมข่าวการศึกษา 27 เม.ย. 2556 02:40

กรมอุทยานฯ เตรียมควานหาตัวช้างมาตรวจพิสูจน์ ติดกล้องดักถ่ายภาพพื้นดิน-ยูเอวีบินถ่ายภาพเหนืออากาศ คุมเข้มห้ามเฮลิคอปเตอร์บินเหนือแก่งกระจาน หวั่นช้างตื่น ...

กรณีการพบช้างที่มีคชลักษณ์เป็นช้างสำคัญที่คาดว่าอาจจะเป็น "ช้างเผือก" ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำกะหร่างสาม ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ม.3 บ้านป่าแดง ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรีนั้น และมีการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายต่างๆ ว่าจะเป็นช้างเผือกจริงหรือไม่นั้น

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.นายธีรภัทร ประยูรสิทธิรองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายมโนพัศหัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ลงพื้นที่อุทยานฯ แก่งกระจานในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อวางแผนการดำเนินการติดตามช้างเผือกที่ปรากฎในภาพถ่ายรวมทั้งเรื่องการ ปิดเส้นทางของช้างไม่ให้เดินออกนอกเขตประเทศไทยตามนโยบายของนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯส่วนรูปแบบการ ดำเนินการนั้นจะต้องหารือกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อีกครั้งส่วน ประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าช้างที่ปรากฎในภาพถ่ายและคลิปวิดีโอเป็น ช้างที่พ่นดินใส่ตัวเพื่อกันแมลงหรือไม่เพราะเมื่อขึ้นจากน้ำแล้วช้างมีสี เข้มขึ้น ก็เป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์ได้แต่ตนไม่ได้มองประเด็นนี้ แต่สนใจลักษณะของช้าง สิ่งสำคัญคือต้องตามหาตัวช้างให้พบและนำมาพิสูจน์ต่อไปรวมทั้งเป็นการสำรวจ ช้างทั้งหมดในพื้นที่ด้วย

นายธีรภัทร กล่าวต่อว่าสำหรับแผนในการดำเนินการนั้นเบื้องต้น กรมอุทยานฯ จะนำกล้องดักถ่ายภาพสัตว์กลางคืน10-20 ตัว เข้าไปกระจายดักถ่ายภาพโขลงช้างในบริเวณที่โขลงช้างน่าจะผ่านเข้ามา ควบคู่กับทีมเดินเท้าติดตามนอกจากนี้อาจจะมีการใช้เครื่องบินเล็กควบคุมระยะ ไกล (ยูเอวี) ซึ่งมีเสียงเงียบไม่กระทบกับสัตว์ป่าขึ้นไปถ่ายภาพทางอากาศ เพื่อติดตามโขลงช้างทั้งนี้ประชากรช้างในพื้นที่อุทยานฯ แก่งกระจานมีทั้งหมด 400-500 ตัว ซึ่งเคลื่อนไปมาระหว่างพื้นที่อุทยานฯ แก่งกระจานกับพื้นที่อุทยานฯกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และชายแดนประเทศพม่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำให้หัวหน้าอุทยานฯ ควบคุมในเรื่องคนที่เข้าไปในพื้นที่ที่อาจทำให้ช้างและสัตว์ป่าอื่นๆ แตกตื่นรวมทั้งเข้มงวดในเรื่องการนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินเหนือพื้นที่ต้องบิน ในระยะสูงจากพื้นดิน ห้ามบินต่ำเพราะอาจจะยิ่งทำให้ช้างตกใจและหาตัวยากขึ้นได้

นายนริศ ภูมิภาคพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาสัตว์ป่าคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า ที่ผ่านมาผืนป่าใน จ.เพชรบุรีก็เคยเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งกำเนิดของช้างเผือกสำคัญมาหลาย เชือกแล้วเท่าที่เห็นจากรูปภาพคิดว่าสีช้างตัวดังกล่าวมีบางลักษณะของช้าง สำคัญปรากฎให้เห็นโดยเฉพาะสีกายซึ่งหากไม่ครบคุณลักษณะมงคลของช้างสำคัญ 7 ประการก็น่าจะถือเป็นช้างสีประหลาดอย่างไรก็ตามช้างเผือกของลาวเท่าที่ตนเคย ทราบข้อมูลนั้นแม้จะมีผิวสีชมพูแต่ก็มีขนหางสีดำอย่างชัดเจน ส่วนของพม่าที่มีอยู่หลายเชือกก็มีผิวกายสีชมพูไม่ได้มีสีเข้มเหมือนพระเศวต อดุลยเดชพาหนฯ ช้างเผือกเชือกสำคัญของไทยดังนั้นจึงต้องดูคุณลักษณะสำคัญอย่างอื่นประกอบด้วย ทั้งนี้คิดว่าช้างโขลงนี้ยังอยูในพื้นที่แก่งกระจานเพราะช่วงเวลานี้เป็น หน้าแล้ง ที่การหาแหล่งน้ำนั้นเป็นเรื่องสำคัญ ช้างคงไม่เดินกลับขึ้นเขาแต่น่าจะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเดิมที่พบ อย่างไรก็ตาม หากช้างโดนรบกวนมากๆอาจจะเคลื่อนโขลงออกไปได้ ส่วนกรณีที่กรมอุทยานฯ จะจับช้างออกมาพิสูจน์นั้นตนเห็นว่าส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของธรรมชาติที่ ช้างจะมีผิวกายสีขาวแสดงปรากฎออกมาซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับสิ่งมีชีวิต แต่อีกส่วนหนึ่ง ก็เป็นเรื่องสำคัญตามกฎหมาย พ.ร.บ.สำหรับรักษาช้าง 2464 ที่หากพบช้างเผือกหรือช้างตกลูกออกมาก็ต้องรายงานต่อทางการเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement