วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้แล้ว!โรคกุ้งตายด่วน อากาศเปลี่ยน..ตัวการ

จากสถานการณ์การเพาะเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้รับความเสียหายไปกว่าร้อยละ 40 จากปัญหาอาการตายด่วนในกุ้ง หรือโรค EMS (Early Mortality Syndrome) เฉพาะในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนมากถึง 9,000 ราย

ล่าสุด นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้เผยว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง เกษตรกรและผู้ประกอบการโรงเพาะฟักกุ้ง ได้ร่วมกันปรับปรุงสุขอนามัยฟาร์มตามหลักปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาความสูญเสียจากการตายด่วนในกุ้งมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ปัจจุบันสถานการณ์ได้ดีขึ้นมาเป็นลำดับ และการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อต้องการยืนยันภาวะการผลิตกุ้งในภาคตะวันออกว่า ปัญหาที่แท้จริงของอาการตายด่วนเกิดจากจุดใด

โดยได้สร้างความเข้าใจในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอยืนยันว่า EMS ไม่ได้เป็นโรค แต่อาการตายอย่างฉับพลันทันด่วนที่เกิดกับกุ้งนั้น มาจากการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง


“การเปลี่ยนแปลงของช่วงอุณหภูมิในแต่ละวันมีมากกว่า 10 องศาเซลเซียส เลยเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์น้ำอยู่ในภาวะเครียด อ่อนแอ ทำให้สารพัดเชื้อโรค ไม่ว่าปรสิต แบคทีเรีย ไวรัส ที่มีอยู่แล้วในบ่อเลี้ยง สามารถเข้าโจมตีตัวกุ้งได้ง่าย และนำไปสู่การตายด่วนในที่สุด” นายนิวัติกล่าว

และจากการตรวจเยี่ยมสถานการณ์การผลิตกุ้งทะเลใน จ.ฉะเชิงเทรา พบว่าฟาร์มเพาะฟักลูกกุ้งมีการปรับปรุงสุขอนามัยโรงเพาะฟัก เพื่อลดความเสี่ยงขั้นต้นที่จะนำไปสู่การตายด่วนของกุ้งที่จะนำไปลงในบ่อเลี้ยง โดยการควบคุมดูแลทั้ง 4 ปัจจัย คือ คุณภาพน้ำ สุขอนามัยของบ่ออนุบาล อาหารกุ้ง และการจัดการในช่วงการอนุบาล และคาดว่าในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ผลผลิตกุ้งของภาคตะวันออกที่เคยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 25 ของผลผลิตทั้งประเทศก็จะกลับมาเหมือนเดิม นั่นหมายถึงสถานการณ์การผลิตกุ้งไทยจะเข้าสู่ภาวะที่เป็นปกติ โดยผลผลิตเป็นไปตามที่มีการวิเคราะห์ไว้เมื่อต้นปี คือ ประมาณ 450,000 ตัน.