advertisement

รู้แล้ว!โรคกุ้งตายด่วน อากาศเปลี่ยน..ตัวการ

โดย ทีมข่าวเกษตร 11 เม.ย. 2556 05:15

จากสถานการณ์การเพาะเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้รับความเสียหายไปกว่าร้อยละ 40 จากปัญหาอาการตายด่วนในกุ้ง หรือโรค EMS (Early Mortality Syndrome) เฉพาะในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนมากถึง 9,000 ราย

ล่าสุด นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้เผยว่า กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง เกษตรกรและผู้ประกอบการโรงเพาะฟักกุ้ง ได้ร่วมกันปรับปรุงสุขอนามัยฟาร์มตามหลักปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขปัญหาความสูญเสียจากการตายด่วนในกุ้งมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ปัจจุบันสถานการณ์ได้ดีขึ้นมาเป็นลำดับ และการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อต้องการยืนยันภาวะการผลิตกุ้งในภาคตะวันออกว่า ปัญหาที่แท้จริงของอาการตายด่วนเกิดจากจุดใด

โดยได้สร้างความเข้าใจในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอยืนยันว่า EMS ไม่ได้เป็นโรค แต่อาการตายอย่างฉับพลันทันด่วนที่เกิดกับกุ้งนั้น มาจากการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง


“การเปลี่ยนแปลงของช่วงอุณหภูมิในแต่ละวันมีมากกว่า 10 องศาเซลเซียส เลยเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สัตว์น้ำอยู่ในภาวะเครียด อ่อนแอ ทำให้สารพัดเชื้อโรค ไม่ว่าปรสิต แบคทีเรีย ไวรัส ที่มีอยู่แล้วในบ่อเลี้ยง สามารถเข้าโจมตีตัวกุ้งได้ง่าย และนำไปสู่การตายด่วนในที่สุด” นายนิวัติกล่าว

และจากการตรวจเยี่ยมสถานการณ์การผลิตกุ้งทะเลใน จ.ฉะเชิงเทรา พบว่าฟาร์มเพาะฟักลูกกุ้งมีการปรับปรุงสุขอนามัยโรงเพาะฟัก เพื่อลดความเสี่ยงขั้นต้นที่จะนำไปสู่การตายด่วนของกุ้งที่จะนำไปลงในบ่อเลี้ยง โดยการควบคุมดูแลทั้ง 4 ปัจจัย คือ คุณภาพน้ำ สุขอนามัยของบ่ออนุบาล อาหารกุ้ง และการจัดการในช่วงการอนุบาล และคาดว่าในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ผลผลิตกุ้งของภาคตะวันออกที่เคยมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 25 ของผลผลิตทั้งประเทศก็จะกลับมาเหมือนเดิม นั่นหมายถึงสถานการณ์การผลิตกุ้งไทยจะเข้าสู่ภาวะที่เป็นปกติ โดยผลผลิตเป็นไปตามที่มีการวิเคราะห์ไว้เมื่อต้นปี คือ ประมาณ 450,000 ตัน.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement