advertisement

"เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา"

โดย ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม 9 เม.ย. 2556 05:00

ปลุกคนไทยสร้างสังคม 3R ยึดพระราชดำรัสจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

3R หัวใจในการปฏิบัติเพื่อช่วยลดปริมาณขยะประกอบด้วย Reduce คือ การลดการใช้เพิ่ม Reuse คือ การใช้ซ้ำจนกว่าจะหมดสภาพการใช้งาน  และ Recycle คือ การนำกลับมาใช้ใหม่โดยการแปรสภาพซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่จะช่วยลดจำนวนขยะ และรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

และหลักการดังกล่าวนี้ได้จุดประกายแนวคิดอันเป็นที่มาของ  มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน Resources Management for Sustainability (3R) Foundation ซึ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2555 โดยคำแนะนำของ ดร.สุเมธ  ตันติเวชกุล  มี  ดร.วิฑูรย์  สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานกรรมการมูลนิธิ พระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระรามเก้า กาญจนาภิเษก ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์ และ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายฆราวาส  ส่วนกรรมการคือสมาชิกจากสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม หน้าที่ของมูลนิธิ 3R คือ ส่งเสริมสนับสนุนทุกภาคส่วนในสังคมให้มีกิจกรรมการลดการใช้  เพิ่มการใช้ซ้ำนำกลับมาใช้ใหม่


และนั่นคือที่มาของการเดินทางเยือนประเทศไต้หวันของกรรมการมูลนิธิ 3R โดยมี ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี เป็นหัวหน้าคณะฯ พร้อมด้วย พระอรรถกิจโกศล  ผช.เจ้าอาวาสวัดพระรามเก้าฯ ผู้แทนเจ้าอาวาส เพื่อศึกษาดูงานที่  The  Formosa  Association  Resource  Recycling  หรือ FARR และ มูลนิธิฉือจี้ ประเทศไต้หวัน ซึ่ง ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม ได้มีโอกาสร่วมคณะในครั้งนี้ด้วย

จากการพบปะหารือกับสมาคม FARR นายไช่ มิน ซิง นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ FARR ได้สะท้อนให้เห็นภาพการทำงานที่สอดประสานกันของภาครัฐและประชาชนในการช่วยกันดูแลปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมว่า ประเทศไต้หวันมีกฎหมายรีไซเคิล ที่กำหนดว่า ประชาชนต้องคัดแยกขยะ ซึ่งประชาชนก็ให้ความร่วมมือคัดแยกขยะจนกลายเป็นความเคยชิน และช่วยลดจำนวนขยะลงได้ จากคนละ 1 กิโลกรัมเศษ เหลือเพียงคนละ 0.4 กิโลกรัมต่อวัน นอกจากนี้ FARR ยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมให้กับรัฐบาล ส่วนประเทศไทยนั้น FARR ก็พร้อมร่วมมือ

ขณะที่ในส่วนของ มูลนิธิฉือจี้ จากการเยี่ยมดูการดำเนินการของคณะฯ ก็พบว่าจะมีบทบาทโดดเด่นในการปลูกฝังให้คนช่วยเหลือผู้อื่นด้วยการ “ให้” ซึ่งก็ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยมีสถานีคัดแยกขยะกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยใช้หลัก 5R คือ Refuse คือ ปฏิเสธการใช้ เช่น ตะเกียบไม้ Reduce ลดการใช้ Reuse ใช้ซ้ำ Repair ดัดแปลงซ่อมแซม และ Recycle นำกลับมาใช้ใหม่ โดยการคัดแยกขยะจะแบ่งเป็น 10 ประเภท ได้แก่

1.ขวด, 2.แก้ว, 3.กระป๋องอะลูมิเนียม, 4.กระป๋องแข็ง, 5.กระดาษขาว, 6.หลอดไฟ ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่, 7.เสื้อผ้า, 8.อุปกรณ์ไอที เครื่องใช้ไฟฟ้า, 9.ฝากระป๋อง และ 10. อื่นๆ เช่น แผ่นซีดี เป็นต้น

“เราต้องให้ความรู้กับทุกคนเรื่องการคัดแยกขยะ ให้ทุกคนเห็นว่าขยะมีคุณค่า เมื่อชุมชนคัดแยกขยะแล้ว จะนำขยะไปทำอย่างไรต่อ

ซึ่งเรื่องนี้มูลนิธิ 3R มีร้านศูนย์บาท ประชาชนสามารถนำขยะรีไซเคิลมาแลกสินค้าอุปโภคบริโภคได้ เป็นแนวทางที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และรณรงค์ให้ประชาชนเห็นคุณค่าของวัสดุรีไซเคิล และยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมให้คนไทยร่วมใจคัดแยกวัสดุรีไซเคิล ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลังจากนี้มูลนิธิ 3R  ก็จะทำคู่มือการคัดแยกขยะ และร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งรัฐและเอกชน”  ดร.วิฑูรย์ กล่าวถึงแนวคิดใหม่หลังจากการดูงานซึ่งจะนำไปต่อยอดการทำงานในประเทศไทย

ส่วน ดร.สุเมธ กล่าวว่า “ผมมั่นใจว่าคนไทยทุกคนมีใจรักสิ่งแวดล้อม แต่เราต้องหาวิธีที่จะทำให้สิ่งที่อยู่ในใจออกมาสู่มือ เป็นการกระทำ ผมเชื่อว่ากระแสสิ่งแวดล้อมยังมีอยู่ในประเทศไทย เราต้องเปลี่ยนกระแสให้เป็นนิสัยเพื่อคนไทยและทุกคนบนโลกนี้อยู่รอด ผมคิดว่า  3  คำ  ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวพระราชทานใช้ได้ทุกเรื่องแม้กับเรื่องสิ่งแวดล้อม คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา คือ เข้าใจว่าปัญหาสิ่งแวด-ล้อม เข้าถึงการกระทำ หนทางแก้ไข และนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม มองว่า หลักการของ 3R ไม่ใช่เรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่ที่ผ่านมาเรายังขาดการบริหารจัดการอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม รวมถึงการปลูกฝังค่านิยม 3R ให้เกิดขึ้นในหัวใจคนไทยและการสร้างสังคม 3R นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หรือเกินความสามารถของสังคมไทย เพราะเพียงแค่ใช้ “สองมือ” คัดแยกขยะแต่ละประเภท

เริ่มจากตัวเราเองก่อน และขยายสู่ครัวเรือน ชุมชน ปลุกกระแสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมกันสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคม 3R...

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

โหวตข่าวนี้