advertisement

ปัญหาเทคโนโลยีของการสอน (Technology of Instruction)

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์ 1 เม.ย. 2556 10:10

การแจกเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เช่น Notebooks หรือ Laptops และ Tablets หรือ คอมพิวเตอร์พกพาแบบหน้าจอสัมผัส ให้กับผู้เรียนในมหาวิทยาลัยบางแห่งพบว่า ทั้งผู้เรียนและผู้สอนยังไม่สามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่เพิ่มขึ้น อัตราการออกกลางคัน (Dropout) ยังอยู่ในอัตราเดิม และไม่จูงใจให้มีผู้สนใจเข้ามาเรียนเพียงเพื่อการได้รับแจกอุปกรณ์ที่เป็น เทคโนโลยีเหล่านั้น ในระยะแรกดูเหมือนได้ผลในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่การได้รับแจกอุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านั้นไม่เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเข้าเรียน

ถึงแม้ผลการศึกษาวิจัยยืนยันว่า พัฒนาการของเทคโนโลยีที่ได้ประยุกต์นำมาใช้เป็นโสตทัศนูปกรณ์เพื่อการสอน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของการสอนอย่างมาก เมื่อกล่าวถึงเทคโนโลยีมักจะนึกถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการสอนซึ่งเป็นผลผลิตของผลงานทางด้านวิศวกรรม เช่น เครื่องฉายภาพ เครื่องเสียง เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น โสตทัศนูปกรณ์ร่วมสมัยเหล่านี้ทำหน้าที่แบบเดิมแต่ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วย เทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้เพิ่มทั้งประสิทธิภาพ และคุณภาพในการสื่อสารที่รวดเร็ว และชัดแจ้ง

แต่ในกระบวนการเรียนการ สอนนั้น ไม่ใช่มีเพียงกระบวนการสื่อสารแต่เพียงอย่างเดียวที่สามารถใช้เทคโนโลยี ที่มาเพิ่มคุณภาพได้ ยังมีวิธีการและเทคนิควิธีอื่น ๆ อีก ที่สามารถจะนำมาใช้ในกระบวนการเรียนการสอน หรือแก้ปัญหาในกระบวนการเรียนการสอนทั้งระบบ ซึ่งปัญหาเหล่านั้นไม่สามารถจะแก้ไขได้ด้วยการนำเทคโนโลยีในรูปของผลผลิตทางด้านวิศวกรรมมาใช้เพียงอย่างเดียว

เทคโนโลยีของการสอน (Technology of Instruction) เป็นการใช้เทคนิควิธีการอย่างเป็นระบบตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือ เป็นการจัดรวบรวมความรู้ทั้งหลาย เพื่อนำไปใช้ปฏิบัติให้เกิดผล ถ้ารวมความหมายนี้เข้ากับกระบวนการเรียนการสอนจะทำให้ความหมายของเทคโนโลยี ของการสอน (Technology of Instruction) หมายถึง การใช้ความรู้ที่มีอยู่ตามวิธีทางวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยในการเรียนรู้ของ มนุษย์ โดยผ่านกระบวนการเรียนและการสอน และด้วยความหมายนี้จะทำให้การจัดการเรียนการสอน เป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีระบบสามารถตรวจสอบ ทำนาย คาดหวังผล และประเมินผลตามจุดประสงค์ที่ได้กำหนดไว้อย่างถูกต้องแม่นยำ

การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจึงควรประกอบด้วยหลักและวิธีการดังกล่าว การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ตลอดจนนำเทคโนโลยีที่เป็นโสตทัศนูปกรณ์มาใช้ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีรูปแบบใด มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ การให้ความสำคัญกับผู้เรียน และใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในกระบวนการเรียนรู้ของมนุษย์

ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการนำเทคโนโลยีร่วมสมัยเหล่านี้มาใช้ คือ ขาดการเตรียมการที่ดีสำหรับผู้สอนและผู้เรียนในส่วนที่จะมีปฏิสัมพันธ์ในฐานะมนุษย์ต่อมนุษย์ผ่านเทคโนโลยีเหล่านี้ และสถาบันการศึกษาไม่เตรียมโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ อย่างทันกาล ทำให้การบริหารจัดการชั้นเรียนไม่สมประโยชน์ตามที่ต้องการ

ตัวอย่าง เช่น ผู้เรียนนำ Tablets ไปขายหรือแลกเอารุ่นที่สามารถเข้าถึง Internet หรือ 3G ได้ทุกที่นอกสถานศึกษา ผู้เรียนมักเล่นเกมออนไลน์ในขณะเรียน ไม่สนใจเรียน การควบคุมชั้นเรียนมีปัญหา อาจารย์ผู้สอนถูกท้าทายอำนาจในการควบคุมชั้นเรียน ไม่มีสาระวิชาให้ผู้เรียนได้ใช้ร่วมกับ Tablets หรือ คอมพิวเตอร์ที่ได้รับแจกมา การใช้ระบบ Social Networks หรือ เครือข่ายสื่อสารทางสังคม ยังขาดข้อตกลงที่อยู่บนฐานของนิติธรรม ศีลธรรม และวัฒนธรรม เป็นต้น

ปัญหาทางด้านนิติธรรม

การสร้างความตระหนัก และความเข้าใจถึงการตัดสินคุณค่าการกระทำด้วยตัวบทกฎหมาย เป็นการกระทำที่ควรได้รับการส่งเสริมและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง การ Copy ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ของผู้อื่น เป็นค่านิยมที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะ Software และ ผลงานที่เป็นสื่อดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ดีวีดี ซีดี หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้ว่าจะมีเจตนาที่ดีเพื่อการเผยแพร่ เพื่อการศึกษา แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายที่อนุญาตให้ทำได้เท่านั้น ความถูกต้อง ความดีงาม และความยุติธรรมต้องอยู่ภายใต้กฎหมายบ้านเมือง

ปัญหาทางด้านศีลธรรม

การให้ความสำคัญกับภารกิจ หน้าที่ของการเป็นผู้เรียน การเลือกใช้ช่องทางของการสื่อสารเพื่อเข้าถึงสื่อที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมจรรยา อาจผิดกฎหมายบ้านเมืองด้วย เป็นปัญหาทางศีลธรรม การรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดคุณเป็นค่านิยมที่ควรส่งเสริม ในมุมมองของศาสนาและศีลธรรม เทคโนโลยีเป็นของกลาง ๆ จะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ ดังนั้นการใช้เทคโนโลยีควรได้รับการปลูกฝังให้รู้จักนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ และมีคุณค่า สร้างความพอดีให้เกิดขึ้น ไม่หมกมุ่น ลุ่มหลงจนเกินพอดี เกิดภาวะเสพติดเทคโนโลยีโดยไม่รู้ตัว

ปัญหาทางด้านวัฒนธรรม

การปฏิบัติตนในฐานะศิษย์กับอาจารย์มีวัฒนธรรมเฉพาะตามแบบอย่างของแต่ละสังคม ในสังคมไทยความสัมพันธ์ของศิษย์กับอาจารย์มีแบบแผนที่ดีงามสืบสานกันต่อมาจน กลายเป็นวัฒนธรรม เมื่อรูปแบบความสัมพันธ์ของศิษย์กับอาจารย์เปลี่ยนไปหรือได้รับการคุกคามจากการใช้เทคโนโลยี จึงเป็นปัญหาทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม การยืดถือแบบเดิมอาจไม่เหมาะสม แต่รูปแบบใหม่ที่เหมาะสมควรได้รับการก่อตั้งขึ้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว ปัญหาทางด้านนิติธรรม ศีลธรรม และวัฒนธรรม เหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการพัฒนาอาจารย์ให้สามารถใช้ประโยชน์จาก กระบวนการเรียนการสอนด้วยเทคโนโลยีอย่างถูกต้อง ดีงาม และสถาบันการศึกษาต้องเห็นความสำคัญในการพัฒนาอาจารย์ ไม่น้อยกว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย ภารกิจนี้เป็นสิ่งเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ ผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายต้องตระหนักถึงประเด็นปัญหาเหล่านี้และดำเนินการ แก้ไขอย่างเร็วไว

รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement