advertisement

ปั้นทสม.สร้างชุมชนนิเวศน์ ยุทธศาสตร์ใหม่"กองทุนสิ่งแวดล้อม"ดึงเครือข่ายประชาสังคมปกป้องท้องถิ่น

โดย ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม 26 มี.ค. 2556 05:00

วิกฤติสิ่งแวดล้อม!

ปัญหาใหญ่ใกล้ตัวที่ประชาชนทุกระดับชั้นต้องเผชิญหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งขยะ น้ำเสีย น้ำเน่า ฝุ่นควัน มลพิษ ในรูปแบบต่างๆ ที่ทวีความรุนแรงและมีปริมาณมากขึ้นจนน่าตกใจ

แม้จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยติดตาม ตรวจสอบ แต่ก็เหมือนจะไม่เพียงพอกับการจัดการปัญหาได้อย่างทั่วถึงและเด็ดขาด

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ จึงเกิดแนวคิดและพยายามที่จะดึงองค์กรสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศมาเป็นเครือข่าย โดยมีเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนและดำเนินงาน คือ “กองทุนสิ่งแวดล้อม”

สำหรับกองทุนสิ่งแวดล้อมนั้นอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี 2535 ซึ่งตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา ได้มีการสนับสนุนเงินกองทุน ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนภาคเอกชน เพื่อการรักษาหรือจัดการด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ทั่วประเทศไปแล้วกว่า 200 โครงการ รวมเป็นเงินกว่า 10,000 ล้านบาท

โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่อย่างรวดเร็วและยั่งยืน กับการสนับสนุนให้เกิดการสร้างเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมในระดับชุมชนหรือระดับท้องถิ่นในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ

และนั่นคือเหตุผลที่จุดประกายแนวคิดในการผนวกการดำเนินการของกองทุน เข้ากับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. ที่มีเครือข่ายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศและอยู่ในแทบทุกพื้นที่ที่เป็นปัญหา

“การนำเครือข่าย ทสม.มาร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม คือ ความตั้งใจของกระทรวง ที่ต้องการจะให้คนในพื้นที่เป็นผู้ที่จะคอยติดตามสอดส่องปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตน พร้อมทั้งสามารถประสานงานกับหน่วยงานผู้รับผิดชอบส่วนกลาง เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว” นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ระบุ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทสม.ไม่สามารถใช้เงินกองทุนสิ่งแวดล้อมได้ เพราะข้อกำหนดของการใช้เงินกองทุนต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่ได้รับการรับรองจากภาครัฐเท่านั้น แต่ ทสม.เป็นเครือข่ายภาคประชาชนที่กระทรวงจัดตั้งขึ้น ดังนั้น จึงไม่มีสิทธิ ทั้งๆที่ ทสม.มีการขยายเครือข่ายจนครบทั้ง 76 จังหวัด

ที่สำคัญ ในปี 2556 กระทรวงทรัพยากรฯ ได้มีการยกระดับเครือข่าย ทสม. จากการกำกับดูแลของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มาขึ้นตรงสังกัดกระทรวงทรัพยากรฯ ซึ่งจะทำให้ ทสม.ยุคใหม่ สามารถรองรับภารกิจต่างๆของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงได้อย่างเต็มที่ ซึ่งหนึ่งในการเพิ่มศักยภาพของ ทสม.เหล่านี้ก็คือการสนับสนุนให้ ทสม.เข้าถึงแหล่งทุนด้านสิ่งแวดล้อมได้โดยตรง

ด้วยเหตุดังกล่าว ภายใต้กรอบการดำเนินการของกองทุนสิ่งแวดล้อม ระหว่างปี 2557-2559 ที่กำลังอยู่ระหว่างการนำเสนอขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ จึงมีนโยบายที่จะสนับสนุน ทสม.ให้สามารถขอรับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินโครงการด้านการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ในหลายๆ ด้าน ทั้งการอนุรักษ์และฟื้นฟู การปรับตัวเพื่อรับมือต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ การจัดการน้ำ การกัดเซาะชายฝั่งและการพังทลายของดิน เป็นต้น

โดยสิ่งที่จะเน้นเป็นพิเศษสำหรับเครือข่าย ทสม.ก็คือ การสร้างชุมชนเชิงนิเวศน์ (Eco Village) หรือประชาสังคมกับการจัดการของเสียและน้ำเสีย

“ภายใต้กรอบใหม่ที่จะใช้ตั้งแต่ปีงบประมาณนี้เป็นต้นไป กระทรวงต้องการให้ ทสม.เข้ามาเป็นเครือข่ายใน 2 ประเด็นคือ หนึ่ง การเฝ้าระวังเรื่องขยะและน้ำเสีย ซึ่งเป็นปัญหาระดับพื้นที่ ที่คนในพื้นที่สามารถคอยเป็นหูเป็นตาได้ดีกว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอยู่จำกัด อีกประเด็นคือเรื่องป่าไม้ที่เราต้องการทำให้ชุมชนโดยรอบผืนป่าอนุรักษ์มีลักษณะของชุมชนเชิงนิเวศน์ ที่มีเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศน์ป่า  เพื่อเป็นแนวหน้าในการคอยสอดส่องดูแลผืนป่าเหล่านี้ ให้เป็นแหล่งทรัพยากร สำหรับชุมชนและประเทศชาติในระยะยาว” ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ระบุถึงหน้าที่และภารกิจของ ทสม.ยุคใหม่

ซึ่งการกำหนดให้ ทสม.สามารถขอรับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมได้โดยตรงในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ ทสม. ซึ่งเป็นกลุ่มอาสาสมัครที่มาจากประชาชนทั่วประเทศ ให้มีบทบาทในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยผลักดันให้การแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติเป็นรูปธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

“ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม” มองว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่างๆ ตามมาอย่างมาก และมีผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต ทั้งยังเกี่ยวโยงถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคม ที่ร้ายที่สุดคือยังส่งผลให้เกิดมลพิษที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต และการแก้ปัญหาด้วยการใช้เครือข่ายระดับชุมชนที่อยู่กับสภาพปัญหา โดยมีกลไกหรือเครื่องมือช่วยสนับสนุน น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกัน ยับยั้ง ชะลอ และขัดขวาง การเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างดี

แต่สิ่งที่เราอดห่วงไม่ได้ และต้องขอฝากไว้ คือ การดูแลในส่วนของการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบที่ถูกต้องและรัดกุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายเงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อม แม้เราจะมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของ ทสม.ในการที่จะมุ่งทำประโยชน์และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชนของตน แต่ประสบการณ์จากในอดีตเป็นเสมือนบทเรียนที่สะท้อนชัดเจนว่าหลายเรื่องหลายกรณีที่ในที่สุดชาวบ้านกลับกลายเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้แสวงผลประโยชน์โดยไม่รู้ตัว

อย่าให้ชาวบ้านต้องถูกทำร้ายซ้ำซาก และกลายเป็นจำเลยเพียงเพราะความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์เลย!!

 

 

ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement