advertisement

คาดยอดป่วยไข้เลือดออกพุ่ง จี้สถานศึกษากำจัดลูกน้ำยุงลายก่อนเปิดเทอม

โดย ทีมข่าวการศึกษา 23 มี.ค. 2556 06:00

สธ.เตือนอันตรายไข้เลือดออกระบาดหนัก โรงเรียนแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายช่วงปิดเทอม คาดการณ์ผู้ป่วยพุ่งกว่า 150,000 ราย รณรงค์ทุกสถานศึกษากำจัดก่อนเปิดเทอม ...

นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ในปีนี้คาดว่าสถานการณ์โรคไข้เลือดออกจะมีผู้ป่วย 120,000–150,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ราย ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงถึง 2 พันล้านบาท ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในวัยเรียนและวัยแรงงาน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้นำเรื่องนี้เสนอคณะรัฐมนตรีในวันที่ 12 มีนาคม 2556 เพื่อให้ทุกหน่วยงานเร่งกำจัดลูกน้ำอย่างต่อเนื่อง ในช่วงหน้าร้อนซึ่งเป็นฤดูกาลที่การควบคุมลูกน้ำทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากปริมาณน้ำในประเทศน้อย แหล่งเพาะพันธุ์ยุงในสิ่งแวดล้อมก็น้อยไปด้วย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว

นายพสิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับกระทรวงศึกษาธิการนั้น ฤดูร้อนเป็นช่วงโรงเรียนปิดเทอมจึงขาดการดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน เมื่อเปิดเทอมในเดือนพฤษภาคมยุงจะมากกว่าปกติ ซึ่งตรงกับฤดูกาลระบาดของโรคไข้เลือดออก จะมีเด็กป่วยและอาจเกิดการระบาดของโรคไข้เลือดออกได้หากควบคุมโรคไม่ดีพอ ดังนั้นที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ขอความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการใน การป้องกันควบคุมไข้เลือดออกแต่เนิ่นๆ โดยก่อนปิดเทอมในเดือนมีนาคม จะมีการรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายในสถานศึกษา ไม่ให้เป็นที่เพาะพันธุ์ยุงลายในช่วงปิดเทอม และจะรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายก่อนวันเปิดเทอมอีกครั้ง ทั้งนี้จะขอความร่วมมือให้กระทรวงศึกษาธิการแจ้งให้ทุกโรงเรียนดำเนินการรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายในสถานศึกษาพร้อมกันหรือตามความเหมาะสมในเดือนมีนาคม พฤษภาคม และ 15 มิถุนายน ซึ่งวันที่ 15 มิถุนายนนี้ เป็นวันรณรงค์ต่อต้านโรคไข้เลือดออกพร้อมกันทั่วภูมิภาคอาเซียน เรียกว่าวันไข้เลือดออกอาเซียน (ASEAN DENGUE DAY) ซึ่งภูมิภาคนี้เป็นภูมิภาคที่มีโรคไข้เลือดออกสูงเนื่องจากภูมิประเทศ และภูมิอากาศร้อนชื้น เอื้ออำนวยต่อการเพาะพันธุ์ยุง

ที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข ยังกล่าวด้วยว่า นอกจากการรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายในสถานศึกษาแล้ว เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนใหม่ของประเทศที่มุ่งให้เด็กเกิดการปฏิบัติมากกว่าการท่องจำ กระทรวงสาธารณสุขจึงขอให้สอดแทรกความรู้เรื่องไข้เลือดออกและลงมือปฏิบัติเป็นประจำทุกสัปดาห์ เช่น การกำจัดลูกน้ำยุงลายที่จะเกิดตาม แจกัน ที่รองกระถาง ที่เก็บกักน้ำในห้องน้ำ เป็นต้น รวมถึงสอนนักเรียนให้ผลิตอุปกรณ์กำจัดลูกน้ำ เช่น การทำกับดักยุงอย่างง่ายและทำยากันยุง ได้แก่ น้ำมันตระไคร้หอม เพื่อนำไปใช้ที่บ้านและที่โรงเรียน และสอนให้รู้จักใช้ผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่เหมาะสมในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย เช่น ปลาหางนกยูง ปูนแดง ข่า น้ำมันขี้โล้ น้ำส้มสายชู กำมะถัน ผลมะกรูด และเกลือแกง

ด้าน ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงปิดเทอมเด็กนักเรียนอยู่บ้านต้องช่วยกำจัดลูกน้ำยุงลายที่บ้าน และระมัดระวังไม่ให้ยุงกัดโดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้ปกครองต้องดูแลอย่าให้ยุงกัด และกรมควบคุมโรคขอเชิญน้องๆระดับประถมและมัธยมศึกษาใช้เวลาว่างในช่วงปิด เทอมส่งภาพวาดเข้าร่วมประกวดภาพระบายสีในหัวข้อ “กำจัดยุงลาย.....วายร้าย ทำลายคนรัก” ชิงรางวัลรวมกว่า100,000 บาท สามารถดูรายละเอียดได้ทwww.thaivbd.org และ www.ddc.moph.go.th หมดเขตส่งภาพประกวด ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2556 นี้

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า อย่าลืมคาถาป้องกันโรคไข้เลือดออก 5ป 1ข ได้แก่ ปิด เปลี่ยน ปล่อย ปรับปรุง ปฏิบัติเป็นประจำ และขัดภาชนะที่มีคราบไข่ยุงเกาะอยู่ กล่าวคือ 1.ปิดฝาภาชนะกักเก็บน้ำ 2.เปลี่ยนถ่ายน้ำทุก 7 วัน เช่น แจกันดอกไม้ ถังเก็บน้ำสำหรับอาบ 3.ปล่อยปลาหางนกยูงหรือปลากินลูกน้ำลงในอ่างบัวหรือที่กักเก็บน้ำที่ไม่มีฝาปิด 4.ปรับปรุง สิ่งแวดล้อมไม่ให้มีน้ำขังในที่ต่างๆ โดยเฉพาะยางรถยนต์ 5.ปฏิบัติการดังกล่าวข้างต้นเป็นประจำทุกสัปดาห์ แต่ในช่วงฤดูร้อนต่อช่วงฤดูฝนต้องขอเพิ่ม 1ข คือ ขัดภาชนะ ที่เคยใช้กักเก็บน้ำก่อนนำมารองรับน้ำครั้งใหม่ เพราะภายในภาชนะดังกล่าวอาจจะมีไข่ยุงเกาะติดอยู่ เมื่อมีน้ำมาหล่อเลี้ยงไข่ยุงจะสามารถฟักตัวเป็นลูกน้ำภายใน 20–60 นาที ไข่ยุงนี้จะมีอายุยืนเป็นปีแม้จะอยู่ในภาวะแห้งแล้ง หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลออนไลน์ กระทรวงสาธารณสุข 1422 และศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค 02 590 3333

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement