advertisement

วธ.ดันตัวชี้วัด 'ศิลปะ-วัฒนธรรม' ใช้ประเมินคุณภาพการศึกษา

โดย ทีมข่าวการศึกษา 14 มี.ค. 2556 02:00

รมว.วัฒนธรรม ประชุมพัฒนาตัวบ่งชี้-เกณฑ์ด้านศิลปะและวัฒนะธรรม ประเมินคุณภาพการศึกษา ดันเด็กไทยรู้สำนึก หวงแหนความเป็นไทย หวังให้ความเป็นไทยยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็กและเยาวชน...

เมื่อวันที่ 13 มี.ค 56 นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือ เพื่อร่วมพัฒนาตัวบ่งชี้ เกณฑ์ด้านศิลปะและวัฒนธรรม ในการประเมินคุณภาพการศึกษา ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) (องค์การมหาชน) เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดการประเมินเด็กและเยาวชน ในสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์อย่างรอบด้าน เพื่อให้ส่งผลดีกับกับเด็กและเยาวชนได้มากที่สุด ตนจึงได้เสนอแนวคิดในการสร้างตัวประเมินชี้วัดให้เด็กและเยาวชนมีความรัก ความหวงแหน และภาคภูมิใจในความเป็นไทย เนื่องจากปัจจุบันนี้ประเทศไทยพบกับการเปลี่ยนแปลงภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และโลกไซเบอร์ ทำให้คนไทยมุ่งแสวงหาความสุขและสร้างอัตลักษณ์ส่วนตัว ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทำให้สังคมไทยมีความเป็นวัตถุนิยม ตลอดจนให้ความสำคัญกับศีลธรรมและวัฒนธรรมน้อยลง ดังนั้น สถาบันการศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยปลูกฝังสิ่งที่ดีแก่เด็กและเยาวชนผ่านการศึกษาที่มีคุณภาพ จึงควรจะต้องหาวิธีเพิ่มตัวชี้วัดเรื่องคุณธรรมจริยธรรมให้สถานศึกษาใช้ประเมินเยาวชนด้วย

รมว.วัฒนธรรม กล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายโจทย์ให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กรมการศาสนา กรมศิลปากร และสำนักงานงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกันคิดว่าจะสามารถสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องคุณธรรมจริยธรรม และศิลปวัฒนธรรมที่มีอยู่ เพื่อสร้างการเรียนรู้ และสอดแทรกเข้าไปในเนื้อหาวิชาเรียน หรือหลักสูตรนักเรียนนักศึกษาระดับต่างๆ เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความรักในศิลปะ และวัฒนธรรมไทยได้อย่างไร

โดยมอบหมายให้ นายการุณ สุทธิกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าว และเสนอต่อให้ตนและ สมศ. พิจารณา รวมทั้งยังมีแนวคิดว่าควรทำอย่างไรให้ความเป็นไทยยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันของเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา เช่น เรื่องยิ้มสยาม การไหว้ การแสดงความเคารพผู้อื่นด้วยวิธีต่างๆ ที่ถูกต้องและเหมาะสม เพราะเด็กสมัยนี้ส่วนใหญ่จะไม่รู้ความเป็นมาในท้องถิ่นของตัวเอง ดังนั้น หากทำให้เด็กและเยาวชนเข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว ก็สามารถรู้ความเป็นมาของตน บอกเล่าเรื่องราวอันโดดเด่นในท้องถิ่นของตัวเองได้ ซึ่งจะส่งผลให้เห็นคุณค่าของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น เกิดความรักชาติ และภูมิใจในความเป็นไทย.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement