advertisement

ฮือฮา! แสง'ซินโครตรอน'รักษามะเร็ง ทุ่ม190ล.ผลิตเครื่องฉายรังสี

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 12 มี.ค. 2556 17:54

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เร่งผลิต "เครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง" แสงซินโครตรอนครั้งแรก หวังช่วยผู้ป่วยรายได้น้อย พร้อมผลักดันไทยผงาดเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน...

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2556 ที่สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ( มทส.) ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ ทุ่มงบ 190 ล้าน ในการผลิตเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็งด้วยแสงซินโครตรอน โดยฝีมือนักวิจัยไทยครั้งแรก พร้อมชูไทยผงาดเป็นศูนย์กลางผลิตเครื่องฉายรังสีชนิดเครื่องเร่งอนุภาครักษามะเร็งแห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน ชี้คุณสมบัติเด่นไม่กระทบกับเซลล์ดีรอบข้าง ค่าบริการรักษาถูก หวังช่วยผู้ป่วยมะเร็งรายได้น้อย


ทั้งนี้ จากสถิติข้อมูลด้านสาธารณสุขของไทย พบว่าการเสียชีวิต 10 อันดับแรกในช่วงปี 2546-2550 นั้น โรคที่พบสูงขึ้น ได้แก่ โรคมะเร็งและเนื้องอก โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดในสมอง โรคเบาหวาน โรคตับและตับอ่อน ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการบริโภคและการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม ขาดการใส่ใจดูแลควบคุมป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในการรักษามะเร็งในประเทศไทยยังใช้การผ่าตัดและการใช้เคมีบำบัดเป็นหลัก แต่ใช้ได้ผลดีกับมะเร็งในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง ส่วนการรักษาโดยใช้รังสีบำบัดนั้นยังไม่ทั่วถึง เนื่องจากจำนวนสถานพยาบาลที่ให้บริการยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ มีการกระจุกตัวอยู่ตามหัวเมืองใหญ่ ๆ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และราคาเครื่องฉายรังสีมีราคาค่อนข้างสูงมากซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศทั้งหมด ส่งผลให้อัตราค่าบริการในการฉายรังสีแต่ละครั้งแพงมาก ทำให้ผู้มีรายได้ปานกลางถึงต่ำไม่มีกำลังในการจ่ายค่ารักษา และส่วนใหญ่ประชากรกลุ่มนี้มักป่วยด้วยโรคมะเร็งเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีแนวคิดในการสร้างเครื่องฉายรังสีชนิดเครื่องเร่งอนุภาคสำหรับ รักษามะเร็งโดยฝีมือนักวิจัยไทยขึ้นครั้งแรก เพื่อแก้ไขปัญหานี้

ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ สุจิตจร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา มีเครื่องกำเนิดแสงสยามเพียงแห่งเดียวและใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนให้ บริการแสงซินโครตรอนในงานวิจัยต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศ ล่าสุดสถาบันฯ มีโครงการที่จะออกแบบและสร้างเครื่องฉายรังสีชนิดเครื่องเร่งอนุภาคสำหรับ รักษามะเร็ง (Medical linac) ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อใช้ทดแทนการรักษาด้วยเคมีบำบัด เครื่องฉายรังสีดังกล่าวจะมีพลังงานและอำนาจการทะลุทะลวงสูง จึงสามารถฉายรังสีเข้าสู่เซลล์มะเร็งได้โดยตรงทำให้เซลล์ดังกล่าวได้รับรังสีอย่างเต็มที่และสม่ำเสมอ จึงสามารถรักษามะเร็งได้โดยไม่ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อดีรายล้อมเซลล์มะเร็งได้ รับความบอบช้ำมาก ซึ่งเป็นผลดีกว่าเครื่องฉายแสงด้วยโคบอลต์ 60 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่มีพลังงานต่ำทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเซลล์มะเร็งที่อยู่ลึกในร่างกายได้ และต้องใช้ระยะเวลาในการฉายรังสีนานขึ้นซึ่งส่งผลให้เซลล์เนื้อเยื่อดีรอบ ข้างได้รับความเสียหายไปด้วย สำหรับเครื่องฉายรังสีชนิดเครื่องเร่งอนุภาคที่จะผลิตขึ้นนี้สามารถใช้ในการ รักษาโรคมะเร็งทั่วไป เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปอด และมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น ซึ่งพบมากในผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย เครื่องฉายรังสีชนิดเครื่องเร่งอนุภาคนี้จึงถือเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อไป


ศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สราวุฒิ กล่าวต่อว่า ต้นแบบเครื่องฉายรังสีชนิดเครื่องเร่งอนุภาคสำหรับรักษามะเร็งที่จะพัฒนาขึ้นนี้ จะใช้ทดแทนการนำเข้าและลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่อง การดำเนินงานเป็นการสนับสนุนและเสริมสร้างการวิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมการแพทย์สำหรับใช้ประโยชน์ได้จริง และสร้างกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญสูงด้านเครื่องเร่งอนุภาคและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเครื่องฉายรังสีรักษามะเร็ง มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 ต.ค.2557 ถึง 30 ก.ย. 2559 โดยใช้งบประมาณในการดำเนินโครงการทั้งหมด 190 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นการลงทุนในปีแรกประมาณ 41 ล้านบาท ใช้ในการพัฒนาระบบเร่งอิเล็กตรอน ระบบจ่ายกำลัง และโครงสร้างของเครื่องฉายรังสี ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอโครงการเพื่อขออนุมัติงบประมาณจากรัฐบาลในการดำเนินโครงการดังกล่าว

“กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้คือ ผู้ป่วยมะเร็ง และประชาชนทั่วไป รวมถึงแพทย์ นักวิจัยด้านการแพทย์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยที่มีรายได้ปานกลางถึงต่ำเนื่องจากค่าใช้จ่ายไม่แพง และประเทศไทยจะมีต้นแบบเครื่องฉายรังสีชนิดเครื่องเร่งอนุภาคสำหรับรักษา มะเร็งทำงานที่ระดับพลังงาน 6 ล้านโวลต์ (6MV) ภายในระยะเวลา 3 ปี และจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการสร้างบุคลากร การวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง ทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตเครื่องฯ ในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศได้ต่อไป” ดร.สราวุฒิ กล่าว.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement