advertisement

ปั้น…เมืองวิทยาศาสตร์อาเซียน!

โดย ทีมข่าววิทยาศาสตร์ 26 ก.พ. 2556 05:30

วท.ทุ่ม 5 พันล้านยกเครื่องเทคโนธานีคลอด “ธีมพาร์ควิทยาศาสตร์เทคโนโลยี”

เมืองวิทยาศาสตร์อาเซียน!

เมืองใหม่ที่จะเป็นศูนย์รวบรวมและจัดแสดงผลงานความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอาเซียนกำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย

โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2556 ที่ผ่านมา อนุมัติตามที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เสนอจัดตั้งโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้เชิงนันทนาการของประเทศไทย (edutainment center)” เพื่อให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ฯ หรือ “ธีมพาร์คด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี” แห่งแรกในอาเซียน

โครงการศูนย์การเรียนรู้เชิงนันทนาการของประเทศไทย นับว่าไม่ธรรมดา เพราะ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญอย่างมากถึงขนาดมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการระดับรัฐบาลขึ้นมาหนึ่งคณะเพื่อให้ศูนย์แห่งนี้ เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของอาเซียน

ยิ่งเห็นชื่อคณะกรรมการดำเนินการยิ่งเหมือนคำยืนยันซ้ำถึงความไม่ธรรมดาของโครงการ เพราะมีระดับรัฐมนตรีร่วมเป็นกรรมการถึง 7 กระทรวง โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์-ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานร่วมกับนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ส่วนกรรมการประกอบด้วย รมว.คมนาคม รมว.คลัง รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง-แวดล้อม รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เมืองวิทยาศาสตร์อาเซียนนี้ จะสร้างขึ้นเต็มพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ของเทคโนธานี กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง รวมทั้งยกเครื่องเทคโนธานีขึ้นมาใหม่ ให้เป็น ธีมพาร์คด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

“นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียนที่มีการริเริ่มโครงการเมืองวิทยาศาสตร์หรือธีมพาร์คที่สอดแทรกองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีทั้งจากภาครัฐและเอกชนโดยมีรูปแบบเป็นศูนย์กลางอัพเดทเทคโนโลยี

ของภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของประเทศไทยและอาเซียนที่รวมเทคโนโลยีที่ทัน สมัยภายใต้บรรยากาศสนุกสนานเปิด ให้ประชาชนและเยาวชนเข้ามาเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ และนำไปปรับใช้เพิ่ม ขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ภาคเอกชนไทยพึ่งพาเทคโนโลยีน้อยมาก” นายวรวัจน์ กล่าว

สำหรับการดำเนินการสร้างเมืองวิทยา-ศาสตร์อาเซียน นายวรวัจน์มอบหมายให้องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เป็น แม่งานผู้รับผิดชอบโดยมีเป้าหมาย 3 ระยะ

ระยะที่ 1 การสร้างพิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 9 และชิ้นงานนิทรรศการ การสร้างศูนย์รวบรวมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูงเพื่ออุตสาหกรรม ทั้งนี้ ศูนย์รวบรวมฯจะเน้นองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาการผลิตของผู้ประกอบการและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผสม

ผสานจุดเด่นของแต่ละท้องถิ่นกับความก้าวหน้าทางวิทยาการล่าสุดของโลก โดยเน้นประเด็นสำคัญเร่งด่วน ได้แก่ 1.อาหาร 2. น้ำ 3.สุขภาพ 4.พลังงาน 5.สิ่งแวดล้อม 6.ความหลากหลายทางชีวภาพ 7.อุตสาหกรรมและ 8. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ที่สำคัญ จะมีการกระจายศูนย์ดังกล่าวออกไปยังภูมิภาคอีก 2 แห่ง คือ จัดตั้งศูนย์รวบรวม และถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูง เพื่อการเกษตร (กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2) ที่ จ.แพร่ และศูนย์รวบรวมและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นสูงเพื่อการท่องเที่ยว (พิงนคร) ที่ จ.เชียงใหม่

ระยะที่ 2 ขยายพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมของพิพิธภัณฑ์รัชกาลที่ 9 และ ศูนย์รวบรวมและถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ รวมทั้ง ปรับปรุง โครงสร้างพื้นฐานของพิพิธภัณฑ์ วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเพื่ออนาคต ได้แก่ สร้างอาคารสำนักงาน ระบบไฟฟ้า สาธารณูปโภคและระบบขนส่งสาธารณะ

ระยะที่ 3 พัฒนาพื้นที่ส่วนที่เหลือของเทคโนธานี ให้เป็น “เมืองวิทยาศาสตร์ (Science City)” เพื่อให้เป็นศูนย์รวบรวมและจัดแสดงผลงานความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีการให้บริการอย่างครบวงจร ทั้งในด้านพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ นิทรรศการ กิจกรรมบันเทิงที่สอดแทรกสาระทางวิทยาศาสตร์ การวิจัย สื่อการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ

ทั้งนี้ จะใช้งบประมาณเบื้องต้น ประมาณ 5 พันล้านบาท

“การสร้างธีมพาร์คในประเทศไทยจะเหมือน กับยูนิเวอร์แซลของสหรัฐอเมริกาต้องอาศัยเงินลงทุนสูงซึ่งภาครัฐจะเตรียมสนับสนุนในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน อาคาร ถนน และเทคโนโลยีบาง ส่วน แต่น่ายินดีที่ภาคเอกชนรายใหญ่สนใจที่จะเข้ามาร่วมสร้างเมืองวิทยาศาสตร์ อาทิ ปตท. เอสซีจี ซีพี โตโยต้า เป็นต้น ที่จะย้ายภาคการผลิตพร้อมร่วมนำเสนอความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในธีมพาร์คนี้ด้วย ขณะนี้ โครงการอยู่ระหว่างเตรียมแผนงาน ออกแบบโครงการและจะดำเนินการได้ในงบประมาณปี 2557”

รมว.วิทยาศาสตร์ระบุด้วยการสะท้อนภาพความร่วมมือของทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อสานฝันเมือง วิทยาศาสตร์อาเซียนในประเทศไทย

ทีมข่าววิทยาศาสตร์ มองว่า การสร้างเมืองวิทยาศาสตร์แห่งแรกขึ้นในอาเซียน ถือเป็นเรื่องดี ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพของประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญในด้านวิทยาศาสตร์ และวิทยาการต่างๆในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว ยังสามารถใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์และพัฒนาอุตสาหกรรมได้อีกด้วย

แต่สิ่งที่เราอดห่วงไม่ได้คือ โครงการใหญ่ขนาดนี้ งบประมาณและเงินที่ต้องทุ่มลงไปย่อมต้อง มีจำนวนมหาศาล ทำอย่างไรจะดูแล และบริหารจัด การให้เงินทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างเมืองวิทยาศาสตร์อาเซียนในประเทศไทยเกิดเป็นรูปธรรมขึ้นได้อย่างแท้จริง

คงน่าเศร้าหากเมืองวิทยาศาสตร์ต้องกลายเป็นอากาศธาตุในที่สุด....


ทีมข่าววิทยาศาสตร์

โหวตข่าวนี้