advertisement

อึ้ง! โจ๋เปิดเพจสอนเสพยาแก้ไอ ซื้อง่ายไร้เงาเภสัชฯ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.พ. 2556 16:16

อึ้ง! วัยรุ่นเปิดเฟซบุ๊กแนะแหล่งขายยาแก้ไอ-ยาอันตรายพร้อมวิธีเสพ ร้านขายยาหัวใสจัดยาชุดพร้อมขายสนองความต้องการ ภก.ชี้กินเกินขนาดอาจเสพติด  อย.ลั่นหากควบคุมไม่ได้สั่งถอนทะเบียนยา...

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือพิมพ์ฝึกปฏิบัติ "หอข่าว" ซึ่งจัดทำโดยนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้นำเสนอรายงาน สังเกตพฤติกรรมการใช้ยาแก้ไอในทางที่ผิดของกลุ่มวัยรุ่นรอบมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร (กทม.) เนื่องจากมีข่าวเกี่ยวกับการใช้ยาแก้ไอในทางที่ผิด พบว่าในโลกสังคมออนไลน์ ได้มีการเปิดขายอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมสอนวิธีใช้ในทางที่ผิดด้วย อาทิ แฟนเพจ Proxxxxx หรือ Proxxxx เป็นต้น

จากการตรวจสอบภายในเพจดังกล่าว พบว่ามีวัยรุ่นเข้ามากดถูกใจ (Like) เป็นจำนวนมาก โดยแอดมินในเพจหนึ่ง ใช้ชื่อว่า Mrxxxx xxx ได้โพสต์ข้อความยา พร้อมบรรยายสรรพคุณว่า เป็นยาโปรเดลิเวอรี่ ชุด 150 พร้อมจัดส่ง เม็ดม่วง (Alprazolam) เม็ดละ 20 บาท พร้อมเบอร์ติดต่อกลับ 080xxxxxxx จากการแฝงตัวเข้าไปสอบถามหนึ่งในผู้ค้าเพจหนึ่ง เล่าว่า ได้รับประทานยาแก้ไออยู่เป็นประจำ และมีการจำหน่ายให้แก่ผู้ที่ติดต่อ หรือต้องการยา ซึ่งมีทั้งชนิดน้ำและเม็ด โดยจะสั่งมาครั้งละจำนวนมากๆ จากร้านขายยาย่านจรัญสนิทวงศ์ เพื่อรับประทานเองและจำหน่าย เพราะมีราคาถูกกว่าซื้อเป็นชุดๆ โดย 1 ลัง จะอยู่ที่ราคา 4,800 บาท มี 48 ขวด ยาเม็ดแผงละ 25 บาท นำมาแบ่งขายต่อในราคาชุดละ 140 บาท ซึ่งมียาน้ำ 1 ขวด กับยาเม็ด 1 แผง ซึ่งร้านขายยาดังกล่าวไม่จำหน่ายยาแก้ไอให้แก่บุคคลแปลกหน้าเกิน 2 ชุด แต่จะขายเป็นจำนวนมากๆ ให้แก่คนที่รู้จักและลูกค้าประจำเท่านั้น

ต่อมา ผู้สื่อข่าวลงสำรวจตามร้านขายยาต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในแฟนเพจบนเฟซบุ๊กตามคำ แนะนำจากสมาชิก 9 แห่งทั่วกรุงเทพฯ พบว่ามีจำหน่ายยาแก้ไอและยายี่ห้อต่างๆ ที่เป็นส่วนผสมจริง เมื่อเข้าไปสั่งซื้อยาที่ใช้สำหรับผสมเครื่องดื่มยาแก้ไอ ร้านขายยาก็จะจัดยาให้เป็นชุด ซึ่งในหนึ่งชุดประกอบด้วย ยาน้ำ 1 ขวด และยาเม็ดจำนวนหนึ่ง โดยที่ผู้ซื้อไม่ต้องสั่งชื่อตัวยาทั้ง 2 ชนิด ไม่ต้องบอกอาการที่เจ็บป่วย และทางร้านขายยาก็ไม่ได้มีการซักถามถึงอาการที่จำเป็นต้องใช้ยาแต่อย่างใด โดยกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้ยาประเภทนี้อยู่เป็นประจำ จะมีคำศัพท์ที่ใช้เฉพาะในการสั่งซื้อกับร้านขายยาและร้านขายยาก็จะจัดชุดยาตามยี่ห้อที่ต้องการมาให้ พร้อมกับยาเม็ด

จากการลงพื้นที่ดังกล่าวพบว่า มี 2 จาก 9 แห่งได้ขายยาในชื่อ อัลปราโซแลม (Alprazolam) ซึ่งเป็นยาที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมกินควบคู่กับตัวยาแก้ไอน้ำและยาเม็ดเพื่อ เสริมฤทธิ์ของยา ซึ่งยาดังกล่าวจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภทที่ 4 ตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 การที่จะขายได้ต้องมีใบสั่งแพทย์และต้องทำใบขออนุญาตในการจำหน่ายจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น

ภก.ชี้ตัวยาผสมโคเดอีน

ด้าน ภญ.สิริกัญญา กอบวรรธนะกุล หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกร วชิรพยาบาล กล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นมักรับประทานยาแก้ไอเพื่อหวังผลจากฤทธิ์ของยา ซึ่งสามารถหาซื้อ ได้ทั่วไปตามร้านขายยา โดยตัวยาจะมีส่วนผสมของโคเดอีน (Codeine) ผสมอยู่ ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของสารเสพติด หากรับประทานในปริมาณที่น้อยจะช่วยในระงับอาการเจ็บปวด หรืออาการไอ แต่หากรับประทานในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดอาการเสพติดได้ ส่วนยาอัลปราโซแลมนั้น เป็นยาที่มีการควบคุมจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไม่มีขายตามร้านขายยา ทั่วไป มีเพียงในโรงพยาบาลสำหรับจ่ายให้แก่ผู้ป่วยเท่านั้น หรือถ้ามีก็จะเป็นร้านขายยาใหญ่ๆ ที่มีการขออนุญาตจาก อย. หากจะจำหน่ายหรือจ่ายให้แก่ผู้ป่วย ต้องมีการจำกัดจำนวนในการจ่าย รวมถึงบันทึกชื่อที่อยู่ของคนไข้ไว้เพื่อทำเป็นรายงานส่งให้ อย.ตรวจสอบ

"การที่ร้านขายยามีการแนะนำยาให้แก่ผู้ซื้อเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดสามารถแจ้ง ทาง อย.ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายได้ เพราะสำนักสภาเภสัชกรรมและ อย. จะมีการตรวจสอบร้านขายยาอยู่แล้ว หากมีการจำหน่ายยาที่มีการกำหนดห้ามขายหรือมีไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับ อนุญาต ก็อาจถูกดำเนินคดีและเพิกถอนใบประกอบโรคศิลปะได้"

ขณะที่ ภก.รศ.(พิเศษ) กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า การที่จะไปขอซื้อยานั้นต้องตรวจดูให้ดีว่าคนที่ขายเป็นเภสัชกรจริงหรือไม่ หากไม่ใช่เภสัชกรจริง ทางสภาเภสัชกรรมไม่สามารถเข้าไปยุ่งได้ ทาง อย.ก็จะเป็นผู้จัดการผู้ขายและร้านที่มีการจำหน่ายยาที่มีการควบคุม แต่ถ้าเภสัชกรเป็นผู้จำหน่ายเองถึงจะสามารถลงโทษได้ ซึ่งสภาเภสัชกรรมก็จะประสานงานกับ อย. อยู่แล้ว หากทาง อย.ไปตรวจสอบร้านขายยาร้านใดแล้วพบว่ามีการกระทำผิดแล้วเกี่ยวกับเภสัชกรก็ จะแจ้งมาให้พิจารณาจรรยาบรรณของเภสัชกรที่ร้านนั้นด้วย

"การกระทำผิดพวกนี้ สภาเภสัชกรรมก็เข้มงวดในการพิจารณา หากเภสัชกรทำผิดจริงก็จะมีการลงโทษเพิกถอนใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ เป็นการพิจารณาโทษที่ค่อนข้างรุนแรง และได้มีการดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี แล้ว หากไปตรวจสอบร้านขายยาแล้วพบว่าเภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ตามเวลาที่ แจ้งไว้ก็จะถูกพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต 1 ปี" นายกสภาเภสัชกรรม กล่าว

ส่วนนายวราวุธ เสริมสินสิริ เภสัชกรชำนาญการสำนักยา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรณีที่มีการประกาศขายยาแก้ไอจำนวนมากในเฟซบุ๊กนั้น อาจจะเป็นเพราะรับยามา จากหลายๆ ร้านรวมกัน ก่อนจะนำมาจำหน่าย เพราะโดยหลักแล้วร้านขายยาจะถูกควบคุมปริมาณการซื้อไว้  300 ขวดต่อเดือน ซึ่งการจำหน่ายในเฟซบุ๊กลักษณะนี้มีความผิดทางกฎหมาย มีโทษทั้งจำและปรับ ส่วนการจัดจำหน่ายยาแก้ไอเป็นชุดนั้น หากผู้ขายขายในขณะที่เภสัชกรไม่ได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ ตัวคนขายก็จะมีความผิดทางกฎหมาย.

โหวตข่าวนี้