advertisement

กรมอุทยานฯ เข้มออกประกาศห้ามล่า-ครอบครองสัตว์ป่า

โดย ทีมข่าวการศึกษา 30 ม.ค. 2556 15:47

กรมอุทยานฯ เข้มออกประกาศห้ามล่า-ครอบครองสัตว์ป่า รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าฯ แฉคดีพุ่งไม่หยุด ทั้งนำไปบริโภคจนถึงลักลอบส่งออก...

กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) จับกุมร้านอาหารป่าชื่อดัง ซอยรามอินทรา 117 ที่มีการลักลอบนำสัตว์ป่ามาปรุงเป็นอาหารและจำหน่ายนั้น เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวว่า กรมอุทยานฯ คงจะเข้มงวดกับการค้าสัตว์ป่ามากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้ออกประกาศกรมอุทยานฯ เรื่องการห้ามล่า ครอบครอง และค้าสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่า เพราะที่ผ่านมากรมอุทยานฯ ได้รับการร้องเรียนว่ามีการลักลอบกระทำความผิด เกี่ยวกับสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครอง เพื่อหาประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เช่นนำไปจำหน่ายหรือนำไปบริโภคเป็นอาหาร หรือปรุงเป็นยารักษาโรค นำไปเลี้ยงดู เพื่อความเพลิดเพลินสวยงามกระทำการค้าเพื่อรายได้ นำไปปล่อยตามความเชื่อเพื่อเป็นการทำบุญสำหรับใช้ประโยชน์จากซากของสัตว์ป่า ตลอดจนลักลอบนำเข้า-ส่งออกนำผ่านสัตว์หรือซากสัตว์ป่าต่างประเทศตามอนุสัญญา ไซเตสโดยไม่มีใบอนุญาตหรือใบรับรอง

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า สัตว์ป่าที่ถูกยึดจับกุมมาก ได้แก่ สัตว์ป่าจำพวกนก เช่น นกปรอดหัวโขน นกกระติ๊ดขี้หมู นกกระติ๊ดสีอิฐ และนกกระจาบ นกอีลุ้ม นกอีล้ำ นกกวักหรือนกอีโก้ง นกขุนทอง นกกางเขนดง นกเอี้ยง นกขมิ้น นกแขกเต้าเหยี่ยว นกโพระดก และนกกระรางหัวหงอก สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน เช่น เต่าตะพาบน้ำ งูเหลือม งูหลาม งูสิง ตะกวด และเหี้ย สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น กระรอก ชะมด ลิง ชะนี ลิ่น เสือ หมี อีเห็น สัตว์ป่าไม่มีกระดูกสันหลังหรือแมลง เช่น ด้วงกว่างดาว สัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่าต่างประเทศ เช่น เต่าดาว งาช้างแอฟริกา และนอแรด

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวอีกว่า กรมอุทยานฯ ขอเรียนให้ทราบว่าการกระทำดังกล่าวทั้งผู้ซื้อและผู้ค้าสัตว์ป่า หากไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ. 2535 ในหลายมาตราเช่น มาตรา 16 ข้อหาล่าหรือพยายามล่าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 20 ข้อหาค้าสัตว์ป่า ซากของสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาตมาตรา 23 และ 24 ข้อหานำเข้าหรือส่งออก ซึ่งสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่า ชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดหรือ ตามอนุสัญญาไซเตส โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

นายธีรภัทร กล่าวว่า ทั้งนี้ การออกประกาศดังกล่าวจะเป็นการเน้นย้ำการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ที่ต้องดำเนินการให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามนโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อย่างไรก็ตาม สำหรับการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่า รวมทั้งคดีเกี่ยวกับป่าไม้อื่นๆ ที่เพิ่มขึ้นทั้งในส่วนของจำนวนคดีและผู้ต้องหานั้น เป็นเพราะการลักลอบค้าสัตว์ป่าเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีมูลค่าสูงรองจากการค้ายาเสพติด จึงมีขบวนการเข้ามาทำมาก เพราะผลตอบแทนสูง ทั้งนี้ การจับกุมนั้นเราจับกุมทุกคดี ทั้งคดีเล็กและคดีใหญ่ ซึ่งปัจจุบันคนทำก็เป็นกลุ่มเดียวกัน แต่แยกย่อยและใช้วิธีการลักลอบดำเนินการมากขึ้น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้มงวดและดำเนินการเอาผิดทุกกรณี.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement