วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ดำรงค์'คุยกระแส'พรรคทวงคืนผืนป่า'ดี 'เอ็นจีโอ'โดดหนุน

"ดำรงค์ พิเดช" คุย "พรรคทวงคืนผืนป่าฯ" กระแสดี คนสนใจสมัครเพียบ ขณะที่ "ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข" รมว.ทรัพยากรฯ ไม่สน ชี้ไม่ใช่คู่แข่งเพื่อไทย ด้านเอ็นจีโอประสานเสียงตอบรับระบุเป็นทางเลือกที่ดี ถ้าเกิดได้เป็น "พรรคกรีน" พรรคแรกของไทย เชื่อเพื่อไทยไร้เอกภาพงานอนุรักษ์...

จากกรณี นายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศจัดตั้งพรรคการเมืองชื่อ "พรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย” โดยจะชูนโยบายในเรื่องการปกป้องทรัพยากรป่าไม้เป็นหลักนั้น เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. นายดำรงค์ เปิดเผยว่า หลังจากการประกาศจัดตั้งพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทยออกไปแล้ว ก็ได้รับการกระแสตอบรับดีมาก มีประชาชนติดต่อประสานมาจะขอเป็นสมาชิกพรรคจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นเพราะความคับข้องใจจากความไม่ชัดเจนของนโยบายในเรื่องป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติของรัฐบาลและพรรคการเมืองอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา

รวมทั้งมีบางคนเสนอให้ไปรวมกับพรรคของ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย เพื่อทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น ซึ่งตนก็ขอความขอบคุณทุกความคิดเห็น แต่พรรคของตนกับนายชูวิทย์นั้นทำงานคนละด้าน พรรคของตนมีนโยบายหลักคือเรื่องทรัพยากรป่าไม้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พรรคเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก่อตั้ง ซึ่งสมาชิกหลักๆ ก็คือ กลุ่มเพื่อนข้าราชการป่าไม้ที่เกษียณอายุราชการแล้วที่ได้ทำงานร่วมกันในช่วงที่ผ่านมา หลังจากมีความชัดเจนในการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันที่ 12 ธ.ค.แล้ว ก็อาจจะมีการทาบทามอดีตข้าราชการ นักวิชาการ ที่มีประสบการณ์การทำงานด้านทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม และมีอุดมการณ์เดียวกับเรามาร่วมด้วยก็ได้

ทางด้าน นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เป็นสิทธิของนายดำรงค์ที่จะคิดและทำได้ เพราะเกษียณอายุราชการและไม่ได้เป็นลูกน้องตนแล้ว แต่พรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย คงไม่ได้เป็นคู่แข่งของพรรคเพื่อไทยแน่นอน

ขณะที่ นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ตนมองในแง่บวกว่าการตั้งพรรคการเมืองเป็นทางหนึ่ง ที่จะสื่อสาร หรือแสดงแนวคิดในเรื่องการทวงคืนผืนป่า และการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติออกมาให้สังคมรับรู้ แม้จะได้หรือไม่ได้ ส.ส.ในสภาก็ตาม ซึ่งเป็นเรื่องดี และไม่ใช่เรื่องเสียหาย ทั้งนี้ การออกมาตั้งพรรคการเมืองของนายดำรงค์ ซึ่งมีภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับพรรคเพื่อไทยในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้มองเห็นความไม่เป็นเอกภาพของพรรคเพื่อไทย ในเรื่องนโยบายด้านป่าไม้ ทรัพยากรและการอนุรักษ์ ซึ่งพรรคเพื่อไทยอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และหากพรรคของนายดำรงค์เกิดขึ้นได้จริง และมีนโยบายจริงจังในเรื่องป่าไม้ ก็จะถือเป็น “พรรคกรีน” พรรคแรกของเมืองไทย เหมือนในต่างประเทศที่มีพรรคการเมืองที่ทำในด้านสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ถือเป็นทางเลือกที่ดีของประชาชนอีกทางหนึ่ง

ส่วนนางวัฒนา วชิโรดม เลขาธิการเครือข่ายการจัดการวิกฤติป่าและน้ำ กล่าวว่า การตั้งพรรคของนายดำรงค์เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะที่ผ่านมา ไม่มีพรรคการเมืองใดสนใจนโยบายเกี่ยวกับป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติ และการทวงคืนผืนป่าอย่างจริงจัง มีแต่นโยบายเอาที่ดินของรัฐและผืนป่าทั้งอุทยานฯ และป่าสงวนแห่งชาติ ไปแจกชาวบ้านที่ตนเองคิดว่ายากจน แต่จริงๆ ไม่ใช่ เพราะสุดท้ายก็ไปตกอยู่ในมือของนายทุนหมด แต่ใช้การแจกที่ดินให้ชาวบ้าน เป็นเครื่องมือในการหาเสียง แม้กระทั่งรัฐบาลปัจจุบัน ก็ไม่ได้เอาจริงเอาจัง มีแต่การให้ชะลอการจับกุมผู้บุกรุกป่า จนปัจจุบันผืนป่าของไทยเหลืออยู่ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถ้านายดำรงค์ตั้งพรรคด้วยความตั้งใจจริงในการทวงคืนผืนป่ากลับคืนมา ก็น่าสนับสนุน เพราะนโยบายเท่าที่ฟังมีความชัดเจน เพราะการทวงคืนผืนป่ากลับมา ส่วนจะตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกหรือไม่ขอดูรายละเอียดก่อน แต่คิดว่าสนใจมาก และคิดว่าพรรคการเมืองที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ ถ้ามีการตั้งพรรคทวงคืนผืนป่าขึ้นมาจริงๆ น่าจะได้รับการยอมรับจากประชาชน ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยก็คงเป็นกลุ่มนายทุนที่สูญเสียผลประโยชน์

อย่างไรก็ดี ในส่วนของ นายวินัย ทรัพย์รุ่งเรือง นายกสมาคมศิษย์เก่าคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การตั้งพรรคของนายดำรงค์ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้รับการยอมรับจากสังคมและประชาชนมากน้อยแค่ไหน เพราะคนไทยชอบเอาของฟรีจากหลวงมาก และคนที่ชอบเอาของหลวง ทั้งป่า ทั้งที่ดิน ก็ล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพล อย่างไรก็ตาม เท่าที่รู้จักนายดำรงค์ ยอมรับว่าเป็นคนทำงานตรงไปตรงมาและจริงจัง ส่วนจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ก็สนใจ แต่ต้องขอดูความชัดเจนก่อนว่านโยบายที่จะร่างขึ้นมีความตรงไปตรงมามากน้อยแค่ไหน.