advertisement

คนไทยป่วยมาลาเรีย 1.2 หมื่นราย 'ตาก'ครองแชมป์สูงสุด

โดย ทีมข่าวการศึกษา 29 ต.ค. 2555 05:00

สธ.ไทยรับบทพี่เลี้ยงพม่าแก้ปัญหาโรคมาลาเรีย มุ่งป้องกันยอดผู้ป่วยพุ่งบริเวณชายแดนไทย-พม่า เผยปีที่แล้วกว่า 3.4 หมื่นราย  ส่วนปีนี้นับถึงเดือนต.ค. ผู้ป่วยทั่วไทย 1.2 หมื่นราย เสียชีวิต 12 ราย  ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชายแดน โดย จ.ตาก  มีจำนวนผู้ป่วยสูงสุด ตามด้วยระนอง แมฮ่องสอน กาญจนบุรี และชุมพร...

นพ.ชาญวิทย์ ทระเทพ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และหาแนวทางแก้ไขปัญหาโรคมาลาเรียบริเวณ ชายแดนไทย-พม่า ร่วมกับองค์กรนานาชาติมาลาเรีย หรือ อาร์บีเอ็ม (Roll Back Malaria Partnership : RBM)

นพ.ชาญวิทย์ กล่าวว่า โครงการมาลาเรียนานาชาติ ซึ่งเป็นองค์กรสหประชาชาติจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหามาลาเรียทั่วโลก  มอบหมายให้ประเทศไทยสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค  เช่น พม่า กัมพูชา เป็นต้น ในการควบคุมป้องกันโรคมาลาเรีย ซึ่งเป็นโรคประจำเขตร้อนชื้น  รวมทั้ง สนับสนุนการพัฒนาโครงการท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ให้พร้อมต่อการเปิดประเทศของพม่าอีกด้วย เนื่องจากไทย ประสบความสำเร็จในการดำเนินงานป้องกันโรคมาลาเรีย สามารถยับยั้งการแพร่เชื้อมาลาเรียอย่างถาวรครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 80 ของประเทศ  และยังมีแผนทำให้ประเทศปลอดมาลาเรียภายในปี 2563

อย่างไรก็ตาม การที่จะทำให้พื้นที่ในประเทศ ปลอดโรคมาลาเรียเป็นผลสำเร็จแท้จริง ต้อสร้างความเข้มแข็งประเทศเพื่อนบ้านด้วย  เนื่องจากยุงก้นปล่องสามารถบินข้ามประเทศ และยังมีปัญหาเคลื่อนย้ายประชากรแรงงาน ซึ่งอาจเป็นพาหะนำเชื้อมาแพร่ได้ 

รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวด้วยว่า ผลการป้องกันควบคุมมาลาเรียของไทยตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา ได้ผลดี สามารถลดจำนวนผู้ป่วยจากปี 2541 ลงเกือบ 4 เท่าตัว กล่าวคือ จากจำนวน 125,000 ราย ลดลงเหลือ 34,002 รายในปี 2554  ปัญหาสำคัญขณะนี้ คือ การดื้อยาของเชื้อมาลาเรียตามแนวชายแดน  พบมากที่สุด บริเวณชายแดนด้านพม่า สาเหตุเกิดจากกินยาไม่ครบตามสูตร ทำให้อัตราการหายขาดลดต่ำลง จากเดิมเคยได้ผลร้อยละ 100 เหลือร้อยละ 80-90 เปอร์เซ็นต์  จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศด้วย

ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขไทย ได้ปรับสูตรยารักษาโรคมาลาเรียเป็นสูตรผสม มีประจำหน่วยมาลาเรียทุกแห่งทั่วประเทศ ใช้เวลารักษาสั้นลงเหลือเพียง 3 วัน จากเดิมเคยกิน 14 วัน โดยให้เจ้าหน้าที่ติดตามดูแลให้ผู้ป่วยกินยาต่อหน้าถึงบ้าน ซึ่งได้ผลดี และจะถ่ายทอดประสบการณ์ดังกล่าวให้พม่าด้วย

นพ.ชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า เชื้อมาลาเรียที่พบเป็นเชื้อชนิดเดียวกัน ส่วนใหญ่ มี 2 ตัวคือพลาสโมเดียม ฟาลซิพารัม (Plasmodium Falciparum) ซึ่งเป็นชนิดรุนแรง ทำให้เสียชีวิตและพลาสโมเดียม ไวแว็กซ์(Plasmodium vivax) ทั้งนี้ จากรายงานขององค์การอนามัยโลกล่าสุดในปี 2553 พบผู้ป่วยมาลาเรียทั่วโลกประมาณ 216 ล้านราย เสียชีวิต 655,000 ราย อัตราการเสียชีวิตร้อยละ 25 โดยในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมี 11 ประเทศ มีผู้ป่วยมากเป็นอันดับ 2 รองจากแอฟริกา คาดว่ามีผู้ป่วยมาลาเรีย 28 ล้านราย เสียชีวิต 38,000 ราย กว่าร้อยละ 90 ของอยู่ใน 3 ประเทศคือ อินเดีย อินโดนีเซีย และพม่า ตามลำดับ

ทั้งนี้ โครงการมาลาเรียนานาชาติ ตั้งเป้าหมายภายในสิ้นปี 2558 จะลดการเสียชีวิตจากโรคนี้ให้ใกล้ศูนย์มากที่สุด และลดจำนวนผู้ป่วยมาลาเรียลงร้อยละ 75 ของจำนวนผู้ป่วยในปี 2543 ที่มีประมาณ 300 ล้านคน

ด้าน ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในปี 2554 จำนวนผู้ป่วยมาลาเรียของไทยจะอยู่ใน 30 จังหวัดชายแดน ประมาณร้อยละ 93 ของผู้ป่วยทั้งประเทศ มากที่สุดคือ ด้านชายแดนพม่า 10 จังหวัดพบผู้ป่วย 10,970 ราย คิดเป็นประมาณร้อยละ 71 เช่น ตาก กาญจนบุรี แม่ฮ่องสอน ระนอง รองลงมาคือด้านชายแดนไทย-กัมพูชา 6 จังหวัด เช่น จันทบุรี ตราด 1,678 ราย ชายแดนไทย-มาเลเซีย 4 จังหวัด มีผู้ป่วย 1,361 ราย ชายแดนไทย-ลาว 10 จังหวัด 308 ราย

ทั้งนี้ ในการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคมาลาเรียของประเทศไทย  เน้นทำงานเชิงรุก ตั้งหน่วยมาลาเรียในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมดรวม 760 แห่งทั่วประเทศ และค้นหาผู้ป่วยในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ ในสวนยางพารา แนวชายแดน ทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเป็นการบริการฟรีทั้งหมด ตั้งแต่เจาะเลือดตรวจ รู้ชนิดเชื้อภายใน 15 นาที และการให้ยารักษาทันที ทำให้พบผู้ติดเชื้อได้เร็ว รักษาก่อนเกิดอาการจึงจำกัดการระบาดได้อย่างรวดเร็ว และมีระบบติดตามการกินยาให้ครบเพื่อป้องกันปัญหาเชื้อดื้อยา รวมทั้งมีการศึกษาวิจัยนวัตกรรมใหม่ๆ เกี่ยวกับยุงและการควบคุมยุงอย่างต่อเนื่อง เช่นการชุบมุ้งด้วยสารป้องกันยุง เป็นต้น

ทั้งนี้ ในปี 2555 สำนักระบาดวิทยารายงานตั้งแต่ 1 มกราคม – 19 ตุลาคม พบผู้ป่วยมาลาเรียทั่วประเทศไทย 12,124 ราย เสียชีวิต 12 ราย แนวโน้มผู้ป่วยลดลงกว่าปี 2554 ประมาณร้อยละ 30 ผู้ป่วยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมร้อยละ 32 รองลงมาคือ รับจ้าง ร้อยละ 27 จังหวัดที่มีอัตราป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 จังหวัดแรก ได้แก่ ตาก ระนอง แมฮ่องสอน กาญจนบุรี และชุมพร

โหวตข่าวนี้