advertisement

เล็งสอนบทบาทหญิง-ชายตั้งแต่อนุบาล จี้เอกชนให้พ่อลาคลอดเลี้ยงบุตรได้

โดย ทีมข่าวการศึกษา 4 ต.ค. 2555 16:50

ผอ.สำนักงานกิจการสตรีฯ เผยที่ประชุมมีมติให้กระทรวงศึกษาธิการ นำหลักสูตรบทบาทหญิงชายไปใช้ในการเรียนการสอนทุกระดับ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล เพื่อเรียนรู้การเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ จี้เอกชนให้ผู้ชายลาคลอดไปช่วยเลี้ยงบุตรได้...

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. นายสมชาย เจริญอำนวยสุข ผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานภาพสตรีแห่งชาติ (กยส.) ครั้งที่ 1/2555 ซึ่งมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบผลการขับเคลื่อนงานด้านสตรีที่มติคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เช่น แผนพัฒนาสตรีในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555 - 2559) ร่างรายงานการอนุวัติสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) และการยกเลิกข้อสงวน ข้อที่ 16 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบเรื่องสิทธิทางครอบครัวและการสมรส

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เตรียมการสำหรับการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยสถานภาพสตรี (CSW) สมัยที่ 57 ที่จะจัดขึ้นในเดือน มี.ค.2556 ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยประเทศไทยจะจัดกิจกรรมวิชาการและจัดนิทรรศการภายใต้หัวข้อ “การขจัดและป้องกันความรุนแรงทุกรูปแบบต่อสตรีและเด็กของประเทศไทย” โดยกิจกรรมวิชาการ มีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นเจ้าภาพ และกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานด้านความยุติธรรมและการยุติความรุนแรงต่อสตรี

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังมอบให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นเจ้าภาพหลักบูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุข ในการนำหลักสูตรบทบาทหญิงชายไปใช้ในการเรียนการสอนทุกระดับ ตั้งแต่ชั้นอนุบาล เพื่อให้เด็กทุกคนได้เรียนรู้เรื่องการเคารพศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ ความซื่อสัตย์ การรู้จักหน้าที่ของตนแต่ละวัย การช่วยเหลือการทำงาน การมีจิตสาธารณะและบทบาทหญิงชาย และยังเห็นชอบในหลักการให้ผลักดันภาคเอกชนอนุญาตให้ผู้ชายลาคลอดเพื่อร่วมดูแลบุตร โดยการลาดังกล่าวให้อิงระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ ที่มีสิทธิ์ลาไปช่วยเหลือภรรยาที่คลอดบุตรครั้งหนึ่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 15 วันทำการ โดยที่ประชุมเสนอให้มีการปรับหลักเกณฑ์ให้ครอบคลุมถึงการลาไปดูแลบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย และอาจจะเพิ่มกฎเกณฑ์ให้ลาได้ปีละ 1 ครั้ง

ผอ.สำนักงานกิจการสตรีฯ กล่าวอีกว่า ผู้แทนกระทรวงแรงงานได้เสนอต่อที่ประชุมว่า ในชั้นต้นกระทรวงแรงงานจะทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการและนายจ้างให้นำระเบียบนี้ไปใช้กับพนักงานในภาคเอกชนก่อน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสำรวจความคิดเห็นต่อภาคเอกชนด้วย อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกกระทรวงบูรณาการกลไกและร่วมมือกันทำงานและอยากเห็นภาพของประเทศไทยมีบริการและสวัสดิการที่ดีให้กับเด็กและสตรี โดยการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคท้องถิ่นและภาคเอกชน เช่นเดียวกับในต่างประเทศที่มีการดำเนินการแล้ว นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยไปยังสตรีทุกกลุ่ม โดยเฉพาะสตรี ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และสตรีกลุ่มแรงงานที่ต้องมีสวัสดิการที่ดี เช่น มีสถานรับเลี้ยงเด็กในที่ทำงาน มีมาตรการป้องกันและให้ความช่วยเหลือสตรีที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งรัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement