advertisement

'ม.อีสาน' ดิ้นขอความเป็นธรรมนายกฯ ระงับเพิกถอนใบอนุญาต

โดย ทีมข่าวภูมิภาค 20 ก.ย. 2555 20:13

อดีตอธิการบดี ม.อีสาน เตรียมขอความเป็นธรรมนายกฯ ระงับคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตและเตรียมยื่นอุทธรณ์คำสั่งคัดค้านการพิจารณา ด้านศาลปกครองขอนแก่น เรียกไต่สวนอดีตคณะผู้บริหาร ม.อีสาน…

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ที่ศาลปกครองขอนแก่น ดร.อัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน พร้อมด้วย ดร.จรรยา แสวงการ ผู้รับใบอนุญาตมหาวิทยาลัยอีสาน ได้เข้าให้ปากคำต่อศาลปกครองขอนแก่น หลังศาลมีมติรับคำร้องการยกเลิกคำสั่งการควบคุมมหาวิทยาลัยอีสานของกระทรวง ศึกษาธิการ และการใช้สิทธิ์คุ้มครองชั่วคราว จากกรณีการมีคำสั่งยกเลิกใบอนุญาตของมหาวิทยาลัยอีสาน ซึ่ง ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ ได้มีการลงนามยกเลิกใบอนุญาตการประกอบกิจการไปแล้ว โดยศาลปกครองขอนแก่น ได้มีคำสั่งเรียกผู้รับใบอนุญาตมหาวิทยาลัยอีสานและอดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยอีสานมาให้ปากคำ ท่ามกลางเหล่าบรรดานักศึกษาและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยที่มาร่วมให้กำลังใจ และร่วมรับฟังการไต่สวนครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ดร.อัษฎางค์ แสวงการ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยอีสาน กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ ยังคงไม่เห็นส่งคำสั่งการเพิกถอนใบอนุญาตมายังมหาวิทยาลัย หรือผู้ที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด แค่การทราบข่าวจากสื่อมวลชน และคำแถลงการณ์ของรัฐมนตรีเท่านั้น ทั้งนี้ หากเป็นเช่นนั้นจริง ทางผู้รับใบอนุญาตรวมถึงอดีตคณะผู้บริหารทั้งหมด จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองทันที ตามสิทธิ์ที่ผู้ประกอบการ สามารถที่จะทำได้ภายใน 90 วัน ขณะเดียวกัน คณะผู้บริหารรวมไปถึงสภานักศึกษาได้มีการทำหนังสือขอความเป็นธรรมไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการขอความเป็นธรรมและการพึ่งบารมีในการพิจารณาคำสั่งดังกล่าวอย่างถี่ถ้วน เพราะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานและความมั่นใจของนักศึกษากว่า 10,000 คน รวมไปถึงคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และบุคลากรทุกคนอีกรวมกว่า 500 คน

“คำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งมหาวิทยาลัยอีสาน ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการได้ลงนามมานั้น จากการตรวจสอบพบว่า ทางคณะกรรมการกำกับและควบคุมมหาวิทยาลัยอีสาน ที่ทาง สกอ.ได้ส่งมาควบคุม 18 เดือน ได้เสนอความเห็นที่ระบุว่า งานทะเบียนไม่เป็นระบบที่น่าเชื่อถือ งานการเงินและการจัดการศึกษาคุณวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพครูไม่มีคุณภาพ ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าว อดีตคณะผู้บริหารได้มีการให้ความร่วมมือและดำเนินการตามขั้นตอนทั้งหมด และมีการลงนามในเอกสารร่วมกันหลายครั้ง ในช่วง 18 เดือน ของการกำกับของคณะบริหารที่กระทรวงศึกษาธิการส่งมากำกับและควบคุม 18 เดือนใช้งบประมาณไปแล้วรวมกว่า 200 ล้านบาท และมีการเสนอของบประมาณเพิ่มเติมจากผู้รับใบอนุญาต แต่กับสั่งงดรับนักศึกษามาตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 ซึ่งขัดต่อหลักบริหารของมหาวิทยาลัยเอกชน ทั้งนี้ การทำงานร่วมกันของคณะผู้บริหารชุดใหม่ที่ ศธ.ส่งอธิการบดีเข้ามากำกับควบคุมแล้ว 3 คน กับอดีตคณะผู้บริหารทำงานร่วมกันมาเป็นอย่างดี แต่กลับมาระบุถึงปมปัญหาต่างๆ จนนำมาสู่การเพิกถอนใบอนุญาต ทั้งที่จะต้องเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาและหาทางออกกับเรื่องที่เกิดขึ้น การพิจารณาไต่สวนของศาลปกครองขอนแก่นครั้งนี้ รวมไปถึงการร้องขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นทางออกที่ผู้รับใบอนุญาต และอดีตคณะผู้บริหารหวังพึ่งบารมีและร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งหมดได้อย่างตรงจุด” ดร.อัษฎางค์ กล่าว

ด้าน นายพลรัตน์ ศรีชัยภูมิ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสาน กล่าวว่า เหล่านักศึกษาต่างเริ่มไม่มั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การเข้ามากำกับควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ และเมื่อมีการคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวขึ้นมา ยิ่งทำให้นักศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรีและปริญญาโท ไม่มั่นใจและต้องการความเชื่อมั่น ซึ่งการที่อดีตคณะผู้บริหารได้มาพูดคุยและประชุมร่วมก็มีทางออกที่ชัดเจน ในขณะที่คณะผู้บริหารที่กระทรวงฯ ได้แต่งตั้งขึ้นมานั้น แทบจะไม่มีการพูดคุยกับนักศึกษาเลย ทั้งนี้ หากจะต้องย้ายสถาบันการศึกษาก็ควรจะแจ้งให้ทุกระดับชั้นได้ทราบ เพราะปัญหาเกิดขึ้นตามมาแน่นอน ทั้งค่าใช้จ่ายที่จะต้องเพิ่มขึ้น การโอนย้ายนักศึกษาที่อาจจะไม่สอดคล้องกัน และที่สำคัญจะสามารถจัดการเรียนการสอนต่อไปได้หรือไม่ ดังนั้น จึงอยากให้ศาลได้พิจารณาไต่สวนคำร้องและให้สถาบันการศึกษาที่อยู่คู่กับคนอีสานมานานนั้นได้คงอยู่ต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement