advertisement

'ปลอด'ลาออกปธ.พิจารณาทีโออาร์น้ำ เลี่ยงครหามีส่วนได้เสีย

โดย ทีมข่าวการศึกษา 22 ส.ค. 2555 21:00

“ปลอดประสพ สุรัสวดี” ลั่นลาออกประธานพิจารณาทีโออาร์น้ำ 3.5 แสนล้าน ถือเป็นสัญญาประชาคม หลีกเลี่ยงมีส่วนได้เสียกับการให้คะแนน 359 บริษัทร่วมประมูล เผยถูกด่ามากพอแล้ว เตรียมนำเอกชนลงพื้นที่ศึกษาข้อมูลน้ำ ตั้งแต่เชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ...

เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและ อุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กบอ.ได้เปิดโอกาสให้กับบริษัทที่เข้ามายื่นข้อเสนอกรอบแนวคิด เพื่อออกแบบก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท จำนวน 359 บริษัท ให้ไปดูงานในพื้นที่จริงตั้งแต่ต้นน้ำถึงท้ายน้ำ คือ ตั้งแต่ จ.เชียงใหม่ ถึงกรุงเทพมหานคร โดยจะให้เวลาประมาณ 2-3 วัน โดยการเดินทางไปครั้งนี้ ทั้ง 359 บริษัท จะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง

นอกจากนี้ จะนำรายละเอียดของข้อเสนอกรอบแนวคิด (ทีโออาร์) การจัดการน้ำอย่างยั่งยืน และระบบการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในประเทศไทยทั้งหมด ที่ทำกับต่างประเทศในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มาเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส และขจัดข้อกังขาที่ว่าได้รับข้อมูลไม่เท่าเทียมกัน เพราะที่ผ่านมา มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า แต่ละบริษัทได้รับข้อมูลจาก กบอ. ไม่เท่าเทียมกัน รวมถึงกล่าวหาว่าตนไปล็อกสเปก เพื่อให้บริษัทจากประเทศจีนมารับงานป้องกันน้ำท่วม 3.5 แสนล้านบาท ขอให้ทั้ง 359 บริษัทมาแจ้งความจำนงที่ นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการเลขาธิการสำนักนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สอบช.) ที่สำคัญหากโดยเฉพาะ นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการ ที่ชอบออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตนมีวาระซ้อนเร้นและชอบด่ามาตลอด ก็มาขอรับได้ และอยากบอกไปถึงนายแก้วสรรว่า ขอให้มีความเป็นลูกผู้ดี ไม่ใช่มากล่าวหากันชุ่ยๆ ทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 2 สัปดาห์

ประธาน กบอ. กล่าวต่อว่า ที่สำคัญเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใสในการคัดเลือกบริษัทเอกชนมารับงานป้องกันน้ำท่วม ดังนั้น จากนี้ขอให้ถือเป็นสัญญาประชาคมจากตนว่าจะขอลาออกจากจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอกรอบแนวคิดเพื่อออกแบบก่อสร้าง ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน และระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศไทย 3.5 แสนล้านบาท หลังจากที่ได้กลุ่มบริษัทในการดำเนินการตามทีโออาร์แล้ว โดยตนจะไม่เข้าไปมีส่วนได้เสียกับการให้คะแนนบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมประมูล เพราะขณะนี้ตนถูกด่ามามากเกินไปแล้ว และอายุก็มากถึง 67 ปีแล้ว แต่จะเป็นคนทำกติกาไว้ให้ และจะคอยตรวจสอบความถูกต้องตามนโยบาย และจะเป็นผู้ลงชื่ออนุมัติงบประมาณให้เพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อความโปร่งใส

นายปลอดประสพ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ สิ่งที่ตนพยายามที่จะทำให้เกิดความรวดเร็วในการดำเนินการมาตรการป้องกันน้ำท่วม ดังนั้น ในขั้นตอนการดำเนินงานของบริษัทบางโครงการที่มีขนาดใหญ่ เช่น การสร้างเขื่อน ซึ่งขณะนี้เขื่อนแม่วงก์ที่จะต้องก่อสร้างมาอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว ไม่ใช่กรมชลประทาน รวมทั้งโครงการอื่นที่อยู่ภายใต้ทีโออาร์ ต้องอยู่ภายใต้ กบอ. โดยมติ ครม.และจะต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) โดย กบอ.จะรับผิดชอบในการทำโครงการ หรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง (อีเอชไอเอ) โดยให้หน่วยงานภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการภายใต้ความรับผิดชอบของอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เป็นผู้กำกับดูแล และมีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินงาน เพราะถ้าปล่อยให้เอกชนทำเอง คาดว่าจะต้องใช้เวลานาน รวมทั้งการเวนคืนที่ดินต้องอยู่ภายใต้การดำเนินการของรัฐ ซึ่งจะทำให้โครงการก่อสร้างเขื่อน คาดว่าจะใช้เวลาแล้วเสร็จใน 3 ปี

นายปลอดประสพ กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เปิดให้บริษัทเอกชนเข้ามารับทีโออาร์ พบว่า มีบริษัทจากประเทศไทย 300 บริษัท และบริษัทต่างประเทศ 7-8 บริษัท ตลอดจนมีการตอบรับจากประเทศเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ถึงความสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการน้ำด้วย โดยรัฐบาลจะแถลงมาตรการป้องกันน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ที่ห้องคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว และจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สอบถามข้อข้องใจเกี่ยวกับน้ำท่วม และมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ภายใต้งบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท รวมถึงมีการออกบูธต่างๆ ของแต่ละกระทรวง ที่เกี่ยวกับน้ำท่วม และสัมมนาทางวิชาการ

นอกจากนี้ ประธาน กบอ. ยังกล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าในปีนี้น้ำไม่ท่วมแน่ 100% เนื่องจากปัจจุบันร่องความกดอากาศต่ำ ซึ่งปกติในปีที่ผ่านมาต้องเข้ามาอยู่ที่ประเทศไทยแล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ที่ประเทศพม่า แต่สิ่งที่ตนกลัวอย่างเดียวคือ ลมเหนือที่พัดแรง จะทำให้ร่องความกดอากาศต่ำพัดผ่านทางตอนเหนือและตอนกลางของประเทศไปตกที่ภาคใต้อย่างหนัก ที่สำคัญที่ห่วงและอยากจะฝากไปถึงประชาชนคือ ขณะนี้ปริมาณฝนได้ตกลงมามากในฝั่งตะวันตก บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี ทำให้น้ำในเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณมีน้ำเต็ม ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.เป็นต้นไป เขื่อนวชิราลงกรณจะปล่อยน้ำวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงขอเตือนเจ้าของแพและนักท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการ ให้ระวังอันตรายจากความแรงของน้ำ เนื่องจากปกติความแรงของน้ำในแม่น้ำแควน้อย จะมีความแรงอยู่แล้ว ถ้าน้ำถูกปล่อยออกจากเขื่อนจะทำให้น้ำแรงขึ้น 2 เท่า ดังนั้น ให้ระวังอันตรายด้วย.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement