advertisement

สุ่มตรวจครีมหน้าขาว ผงะ 1 ใน 5 พบสารปรอทอันตราย

โดย ทีมข่าวการศึกษา 17 ส.ค. 2555 09:16

นักวิจัยประจำมูลนิธิบูรณะนิเวศ เตือนอันตรายจากครีมหน้าขาวมีสารปรอทปนเปื้อน จากการสุ่มตรวจ พบมีปนเปื้อนสูงถึง 1 ใน 5…

เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นางสาวจุฑามาศ ทรัพย์ประดิษฐ์ นักวิจัยประจำมูลนิธิบูรณะนิเวศ เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 47 ชนิด พบว่ามีผลิตภัณฑ์ครีมหน้าขาว 10 ชนิดที่มีสารปรอทปนเปื้อนสูงมาก ค่าสูงสุดที่ตรวจพบ คือ 99,070 ส่วน ในล้านส่วน (ppm) ในขณะที่สารปรอทเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง หรือต้องมีปริมาณเท่ากับ 0 ppm ตามกฎหมายมาตรฐานความปลอดภัยของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข และมาตรฐานการผลิตเครื่องสำอางของกลุ่มประเทศอาเซียน

น.ส.จุฑามาศ กล่าวว่า นอกจากนี้ การสุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยังพบว่า ครีมหน้าขาวที่ปนเปื้อนสารปรอททั้งหมดยังแสดงข้อมูลบนฉลากไม่ครบถ้วนตามประกาศของคณะกรรมการเครื่องสำอาง ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เรื่องฉลากของเครื่องสำอาง พ.ศ.2554 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือการไม่ระบุ “เลขที่ใบรับแจ้ง” ซึ่งหากผลิตภัณฑ์ใดที่ไม่ระบุข้อมูลดังกล่าว ผลิตภัณฑ์นั้นๆ จะไม่ปรากฏรายการอยู่ในฐานข้อมูลการติดตามตรวจสอบของ อย. ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสารปรอทเหล่านี้ก็จะไม่ปรากฏชื่อผลิตภัณฑ์ในฐานข้อมูลของ อย. ทำให้ยากแก่การติดตามตรวจสอบแหล่งผลิตหากผู้บริโภคพบปัญหาการใช้เครื่องสำอางชนิดนี้

"ครีมหน้าขาวที่ตรวจพบสารปรอทในครั้งนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ อย.เคยตรวจพบสารปรอทมาแล้ว และ อย. เคยประกาศให้ผลิตภัณฑ์เหล่านนี้เป็นเครื่องสำอางที่ทำผิดกฎหมายและมีอันตราย แต่จากการสำรวจครั้งล่าสุดนี้ก็ยังพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ทำผิดกฎหมายเหล่านี้ยังคงวางจำหน่ายในท้องตลาดต่อไป โดยการสุ่มตัวอย่างยังพบครีมหน้าขาวปนเปื้อนสารปรอทอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่ปรากฏใน รายการเครื่องสำอางอันตรายของ อย." นักวิจัยประจำมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าว

น.ส.จุฑามาศ ยังบอกด้วยว่า ผลิตภัณฑ์ครีมหน้าขาวเป็นเครื่องสำอางที่นิยมแพร่หลายกันมากในปัจจุบันและมีแนวโน้มความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม 2547 บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด เคยเปิดเผยผลการศึกษาถึงความนิยมและส่วนแบ่งตลาดของผลิตภัณฑ์หน้าขาวว่า มีส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 60 ของตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าในประเทศไทย โดยมีมูลค่าสูงประมาณ 2,100 ล้านบาท และนอกจากพบการปนเปื้อนของสารปรอทในปริมาณสูงแล้ว การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า ครีมหน้าขาวที่ปนเปื้อนสารปรอทมีทั้งผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกและราคาแพง ผู้บริโภคจึงไม่สามารถแยกแยะได้ง่ายว่าผลิตภัณฑ์แบบใดจะปลอดภัยจากสารโลหะหนักที่มีพิษร้ายตัวนี้

สำหรับสารปรอทเป็นส่วนประกอบที่นิยมลักลอบใช้ในครีมหน้าขาว เนื่องจากมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีในผิวหนัง ทำให้สีผิวจางลง อย่างไรก็ตาม สารปรอทเป็นโลหะหนักที่มีพิษสะสมในร่างกายแม้ได้รับในปริมาณน้อย ก็สามารถทำให้ผู้ใช้ครีมมีผิวบางลง ผิวจะมีความไวต่อแสงมากขึ้น ทำให้เกิดเป็นผื่นแดงง่ายขึ้น หรือผิวจะเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ บางรายอาจมีอาการหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ หากได้รับสารปรอทเป็นเวลานาน ร่างกายจะดูดซึมสารปรอทเข้ากระแสเลือด และจะทำให้เกิดการอักเสบของตับ ไต และทางเดินปัสสาวะ รวมถึงอาจทำให้เกิดโรคโลหิตจาง การได้รับสารปรอทในปริมาณสูงจะทำลายระบบประสาทและการทำงานของสมอง สารปรอทยังสามารถถ่ายทอดจากมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ไปยังทารกในครรภ์ได้ด้วย กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้สารปรอทเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอางครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2532 และมีการปรับปรุงกฎหมายล่าสุดเมื่อ พ.ศ.2551 ซึ่งการผลิตและการจำหน่ายเครื่องสำอางไม่ปลอดภัยเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โหวตข่าวนี้