advertisement

เอ็นจีโอค้านเด้ง'ดำรงค์' หนุนรื้อรีสอร์ททวงป่าคืน

โดย ทีมข่าวการศึกษา 6 ส.ค. 2555 21:56

ศิษย์เก่าวนศาสตร์ - มูลนิธิสืบฯ พร้อมองค์กรสิ่งแวดล้อม ออกแถลงการณ์ถึง "นายกฯปู" หนุน “ดำรงค์ พิเดช” เดินหน้าทุบรีสอร์ทรุกป่าทับลาน-วังน้ำเขียว ถือเป็นความกล้าหาญทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่กลับถูกตั้งกก.สอบสวน  ชงต่ออายุเพิ่มนั่งอธิบดีอุทยานฯ ไปอีก 5 ปี  ออกโรงต้านกระแสคนใกล้ชิดนักการเมืองจ่อนั่งเก้าอี้แทน... 

เมื่อวันที่ 6 ส.ค.  ที่คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สมาคมศิษย์เก่าคณะวนศาสตร์ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิเพื่อนช้าง สมาคมอุทยานแห่งชาติ และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เครือข่ายการจัดการวิกฤตป่าไม้และน้ำ 15 องค์กร เป็นต้น ร่วมกันออกแถลงการณ์สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  

นายวินัย ทรัพย์รุ่งเรือง นายกสมาคมศิษย์เก่าวนศาสตร์ กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายดำรงค์ กรณีที่ได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่รื้อถอนอาคาร สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ได้มีผู้บุกรุกเข้าไปก่อสร้างในเขตอุทยานฯ ทับลาน รวมทั้งข่าวการโยกย้ายนายดำรงค์ ให้พ้นหน้าที่อธิบดีกรมอุทยานฯ โดยจะมีการแต่งตั้งบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสายการเมืองไปดำรงตำแหน่งแทนนั้น สมาคมวนศาสตร์และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ไม่เห็นด้วย เพราะไม่ต้องการให้การเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของข้าราชการและเห็นว่าการรื้อถอนทุบทิ้งรีสอร์ทเป็นการดำเนินการที่ถูกกฎหมาย ถือเป็นการดำเนินการในพื้นที่ของอุทยานฯ และเป็นความกล้าหาญของข้าราชการที่กล้ากระทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าจะถูกกดดันจากอิทธิพลรอบด้าน และกระแสผลประโยชน์ของเงินทุนและคนที่ไปซื้อมาที่อ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นที่ป่านั้นถือเป็นข้ออ้างที่ฉลาดน้อยเกินไป

เช่นเดียวกับนางรตยา จันทรเทียร ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ขอสนับสนุนการกระทำของกรมอุทยานฯ เพื่อเอาแผ่นดินที่เป็นของมหาชนกลับคืนมาและต้องเก็บไว้ให้เป็นสมบัติของมหาชนคนไทยทุกคน และที่สำคัญขณะนี้เรียกได้ว่าเกิดปรากฏการณ์ "ดำรงค์ พิเดช" ขึ้นมา ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกิดความฮึกเหิมในการทำหน้าที่  ดังนั้น คนที่เป็นอธิบดีคนต่อไปถ้าไม่ดำเนินการตามนี้ สังคมจะจับตาและตั้งคำถามต่อไป ส่วนกระแสข่าวที่จะมีการแต่งตั้งบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสายการเมืองไปดำรงตำแหน่งแทนนายดำรงค์นั้น ไม่เห็นด้วย

นางวัฒนา วชิโรดม กรรมการมูลนิธิชัยพัฒนาและเลขาธิการเครือข่ายการจัดการวิกฤตป่าและน้ำ กล่าวว่า นายดำรงค์เป็นตัวอย่างของข้าราชการที่มีความกล้าหาญและรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองมีหน้าที่โดยตรง ยืนยันว่าการปฏิบัติตามมาตรา 22 ของกรมอุทยานฯ เป็นสิ่งที่ถูกต้องชัดเจนตามกฎหมาย 

รวมถึง น.ส.โซไรดา ซาลวาลา เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้มีการต่ออายุราชการให้นายดำรงอีก 5 ปี เพื่อวางรากฐานและระบบการดำเนินการในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติให้เข้าระบบก่อน

ด้านนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวว่า ขณะนี้การสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อให้ความธรรมกรณีการรื้อถอนรีสอร์ทบ้านทะเลหมอกในส่วนของกระทรวง  กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ ซึ่งยังเหลือปากคำของผู้ประกอบการที่เป็นผู้ร้องเรียนเข้ามา  โดยจะสรุปให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ในเบื้องต้นก่อนการรื้อถอนรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ ทั้ง 9 แห่ง นายดำรงค์ ได้แจ้งตนและนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ แล้วว่าการดำเนินการเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาล

ส่วนการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ เนื่องจากสิ้นเดือน ก.ย.นี้จะมีข้าราชการระดับ 10 เกษียณราชการถึง 6 ตำแหน่ง เช่น อธิบดีกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เป็นต้น และต้องจัดเตรียมบัญชีรายชื่อข้าราชการระดับ 9 ที่ต้องขึ้นมารับตำแหน่งด้วย ซึ่งล่าสุดได้มีการแต่งตั้งนายวิฑูรย์ ชลายนาวิน ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ขึ้นรองอธิบดีกรมป่าไม้ ส่วนกรณีของนายดำรงค์ ไม่น่าจะมีรายการโยกย้ายแต่อย่างใด เพราะไม่มีความผิดอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีความพยายามจากบุคคลในรัฐบาลที่พยายามจะผลักดันนายชลทิศ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นหลานชายนายปลอดประสพ สุรัสวดี ให้ขึ้นเป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ แทนนายดำรงค์ ที่กำลังถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจากกรณีการรื้อถอนรีสอร์ทบ้านทะเลหมอกและเหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือนเท่านั้นนายดำรงค์ จะเกษียรอายุราชการ นอกจากนี้ ยังมีการเคลื่อนไหวจากข้าราชการสายนายปลอดประสพ เตรียมจัดโผโยกย้ายข้าราชการในกรมอุทยานแห่งชาติฯและกรมป่าไม้ เพราะเชื่อว่านายดำรงค์จะถูกโยกย้ายจากกรมอุทยานฯ ในเร็วๆ นี้.

โหวตข่าวนี้