advertisement

จากเอกสารโบราณอายุกว่า62ปี : บทสัมภาษณ์ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร พระคู่หมั้น เมื่ออายุ18ปี...

โดย เผ่าทอง ทองเจือ 2 ส.ค. 2555 05:30

ผมเป็นคนชอบอ่านและสะสมหนังสือเก่าครับ ชอบมากเป็นชีวิตจิตใจ เพราะได้ค้นพบเรื่องราวและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยต่างๆ มากมาย จากหนังสือเก่าๆ เหล่านี้  สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพอมีเวลาว่างนิดหน่อย จึงรีบไปเดินแถวแผงขายหนังสือเก่าที่ตลาดนัดจตุจักร ไปเจอหนังสือเก่าคร่ำคร่า หน้าปกฉีกขาดยับเยิน เต็มไปด้วยฝุ่นละอองกลบหนาอยู่ เพียงแค่ชายตามองผ่านแวบๆ ก็รู้สึกเหมือนว่าได้เห็นข้อความที่ผมสนใจ เลยคว้าขึ้นมาพลิกอ่าน

แหม...สมใจสิครับ...สมใจชนิดที่แทบจะร้องกรี๊ด กรี๊ดก้องไปให้สนั่นร้านเลยทีเดียว  ก็ไปเจอผลงานการเขียนในรูปแบบของบทสัมภาษณ์ของคุณชอุ่ม ปัญจพรรค์ นักประพันธ์อาวุโส ที่เป็นหนึ่งในไอดอลของผมมาแสนนาน และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นบทสัมภาษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ  เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระคู่หมั้น เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2493 หรือเมื่อกว่า 62 ปีมาแล้ว

ผมปลาบปลื้มยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะกำลังนึกว่าจะเขียนบทความถวายสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถอย่างไรดี กำลังหาหัวข้อที่จะเขียน พอได้มาพบบทสัมภาษณ์ที่เก่าแก่ถึงกว่า 62 ปีแล้ว เรียกว่าเก่าและแก่กว่าผมมากมาย ผมจึงตัดสินใจที่จะอัญเชิญข้อเขียนบทสัมภาษณ์ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระคู่หมั้นมาลงไว้ เพื่อเป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณ ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรง "ฉายแวว" มาตั้งแต่ครั้งที่พระราชทานสัมภาษณ์ ซึ่งในขณะนั้นทรงมีพระชนมพรรษาเพียง 18 พรรษาเท่านั้น

ผมขอกราบรำลึกพระคุณของคุณชอุ่ม ปัญจพรรค์ ซึ่งผมขอเรียกท่านว่า 'อาจารย์' ที่ได้รังสรรค์บทสัมภาษณ์นี้แบบมีชีวิตชีวาและเป็นธรรมชาติที่สุด เป็นวรรณกรรมงานเขียนที่ทำให้ผู้อ่านสามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจน และเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้โดยความรู้สึกของผู้อ่านเอง โดยผู้เขียนมิได้ยกยอปอปั้นจนมากมายจนเกินงาม

นอกจากนี้ ผมยังกราบขออนุญาตจากท่านอาจารย์ชอุ่ม ปัญจพรรค์ ในการนำข้อเขียนบทสัมภาษณ์ของท่านมาเผยแพร่ต่อ ณ ที่นี้ เพราะถือเป็นเอกสารชั้นต้นสำคัญที่สุดที่เป็นหลักฐานข้อมูลของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งยังดำรงพระยศเป็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร พระคู่หมั้น เพียงไม่กี่ชิ้นที่ยังหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันนี้ และเท่าที่ค้นหาพบได้ เชิญพบกับเอกสารโบราณที่สำคัญที่สุดชิ้นนี้ได้เลยครับ....

ชอุ่ม ปัญจพรรค์
สัมภาษณ์
ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร
(๑ เมษายน ๒๔๙๓)

อยากชมบุญคุณหญิงสิริกิติ์อีกเหลือเกิน... นี่เป็นความคิดส่วนตัวของข้าพเจ้าที่เกิดขึ้น ภายหลังได้เห็นโฉมเธออย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ณ กระโจมพัก หน้ากระทรวงการต่างประเทศ และความต้องการนั้นเอง ที่นำข้าพเจ้าพร้อมด้วยหนังสือโฆษณาสาร ๖ เล่ม กับเพื่อนร่วมกรมอีก ๓ คน ไปวังหม่อมเจ้านักขัตรมงคลฯ ด้านริมคลองเทเวศร์ เวลาเกือบ ๑๐ นาฬิกาของวันที่ ๑ เมษายนนี้ด้วยไม่รู้จักวังจึงนั่งรถเลยไปจนถึงหน้าบ้านพระยาอนิรุทธเทวา ได้ไต่ถามคนข้างทางว่าใช่หรือไม่ เขาชี้ประตูทาสีไข่ไก่ใหม่เอี่ยมให้และบอกว่าอยู่โน่น ข้าพเจ้ากับเพื่อนต้องย้อนกลับไป พอเห็นมีตำรวจยืนยามอยู่ ก็บอกกันว่าใช่แน่ ในที่สุดก็เข้าไปยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วง ถามเจ้าหน้าที่ที่ยืนรักษาการณ์อยู่ว่า จะเข้าพบได้หรือไม่ เขาบอกให้เซ็นชื่อลงในสมุดเยี่ยม พร้อมทั้งความประสงค์ ข้าพเจ้าเขียนลงไปว่า มาจากหนังสือโฆษณาสาร ของกรมโฆษณาการ เซ็นชื่อกันทุกคนแล้ว เจ้าหน้าที่ก็นำสมุดเข้าไปเสนอข้างในวัง เมื่อข้าพเจ้าเข้าไปถึงนั้น ยังมีผู้จะเข้าไปพบคุณหญิงคอยอยู่ก่อนเรา ๒ หรือ ๓ คณะ ขณะยืนคอยอยู่อย่างใจเต้นตื่นนั้น ก็มีรถเก๋งสีดำคันใหญ่แล่นเข้าไปในวัง พวกเราใจหาย นึกถ้าว่าจะไม่ได้พบคุณหญิงเสียแล้ววันนี้ ขณะนั้นผู้นำสมุดรายชื่อเพื่อขออนุญาตเข้าพบ ได้ออกมาบอกกับเราว่า “บางทีคุณหญิงอาจจะเข้าวังขอให้มาวันหลัง” พวกเราหน้าเสียคิดว่าบุญไม่ถึงแน่ แต่ไหนๆ มาแล้วขอนั่งพักคอยชมตอนรถออกจากวังก็ยังดีละ สักพักรถเก๋งคันนั้นก็เคลื่อนออกจากวัง แต่ไม่มีคุณหญิงและหม่อมแม่ออกไปด้วย พวกเราจึงดีใจ จะพยายามอ้อนวอนขอพบอีกครั้ง เพราะไหนๆ ก็ตั้งใจมาแล้ว และหนังสือ ๖ เล่ม ที่เตรียมไปก็ยังไม่ได้นำไปให้ ดังนั้นข้าพเจ้าก็เริ่มเขียนนามบัตรเขียนไป ได้นิดหนึ่ง ก็ผิดความ นามบัตรนั้นใช้ไม่ได้ เอ ไม่ทราบจะทำประการใดดี มีทางเดียวกระดาษสีฟ้า ที่เตรียมไปจดคำสัมภาษณ์นั้น พอจะใช้เขียนจดหมายได้ กระนั้นก็ยังขาดซองอยู่ดี ไม่มีทางอื่นจะดีกว่าแล้ว รู้อยู่ว่าเป็นการผิดมรรยาท ที่เขียนจดหมายไม่ใส่ซอง แต่จำเป็นจริงๆ จำต้องทำทั้งๆ รู้และก็ขออภัยกับคุณหญิงไปในซองจดหมายนั้นเอง

ข้าพเจ้าได้เขียนบอกความประสงค์แก่คุณหญิงสิริกิติ์ ว่าอยากจะมาขอเรื่องสั้นๆ ไปลงโฆษณาสาร เพื่อเป็นศรีและเป็นเกียรติแก่หนังสือ และประสงค์จะเรียนถามว่า หากทางหนังสือปรารถนาจะถ่ายภาพ คุณหญิงไปลงโฆษณาสารได้บ้าง จะกรุณาเปิดโอกาสให้ได้หรือไม่และเมื่อไร ในตอนท้ายข้าพเจ้าได้เติม ป.ล. ลงไปว่า

“คุณชนอ นิลประสิทธิ์ (ชวลี ช่วงวิทย์ ผู้ขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ยามเย็น” ของในหลวง) ได้มา กับดิฉันด้วยพวกเราเสียใจมากที่ไม่ได้พบคุณหญิงครั้งนี้ แต่หวังว่าในโอกาสหน้า คุณหญิงจะกรุณาพวกเรานะคะ”   

แล้วหนังสือโฆษณาสาร ๖ เล่ม พร้อมกับจดหมายนั้น ก็ได้เดินทางเข้าไปหาคุณหญิง เราสี่คน ชนอ นิลประสิทธิ์, ประดับ นิลประสิทธิ์, ยุบล ครุฑมงคล, และข้าพเจ้า ได้ช่วยกันภาวนาขอให้คุณหญิงใจอ่อน อนุญาตให้เราเข้าพบสักครั้งเถิด เราร้อนใจกันจนกระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ เขาพลอยร้อนใจไปด้วย

ในที่สุดผู้ถือสาส์นของเราก็ออกมามือเปล่า พวกเราพนันกันว่าจะได้หรือไม่ สังเกตจนกระทั่งหน้าของผู้นำข่าวมาบอกกันว่าบึ้งหรือยิ้ม เผอิญเจ้าหน้าที่ผู้นั้น ก็หน้าเฉยเสียด้วย เดาไม่ออก ต้องรีบชิงคำถามกันว่า “ได้ไหมคะ สำเร็จไหม”

“ท่านถามว่าคนไหนชื่อ ชนอ อ้า แล้วเชิญเข้าไปได้”
เราทั้งสี่ยิ้มหน้าบาน เดินไปสู่วังทันที

เมื่อเข้าไปในห้องรับแขกแล้ว คุณหญิงกับหม่อมแม่ ก็ลงมาจากชั้นบน เราทำความเคารพแล้วก็ยืนอยู่ คุณหญิงนุ่งผ้าถุงแบบป้ายข้างสีฟ้าน้ำทะเล เสื้อหลายเหลี่ยมๆ สีเดียวกัน แขนสามส่วนคอปิด ตัดพอดีกับทรง แลเห็นโฉมอันได้ส่วนสัดสมหญิง คุณหญิงและหม่อมแม่เชิญเรานั่ง พวกเราไปกันมาก ดังนั้น คุณหญิงกับหม่อมแม่ จึงนั่งบนโซฟาถัดออกไปจากเก้าอี้หมู่

ข้าพเจ้าเริ่มอารัมภบท ชี้ไปยังชนอ “คนนี้ชื่อ ชนอค่ะ นามแฝงว่า ชวลี ช่วงวิทย์ ที่ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ยามเย็น” ของในหลวง ดิฉันเป็นผู้แทนหนังสือโฆษณาสารของกรมโฆษณาการอยากจะมาเรียนขอเรื่องสั้นๆ จากคุณหญิงสักเรื่องหนึ่งค่ะ เพื่อเป็นเกียรติแก่หนังสือ”

หม่อมแม่กล่าวขึ้นว่า “น่ากลัวจะลำบาก ถ้าขอให้เขียนเรื่อง เพราะไม่มีเวลาจริงๆ คุณอยากทราบอะไรก็ถามดีกว่า”
ข้าพเจ้า “และถ้าจะเรียนขออนุญาตถ่ายภาพลงไปลงหนังสือโฆษณาสาร เช่น กำลังเล่นเปียโน กำลังอ่านหนังสือโฆษณาสาร กำลังจัดดอกไม้ ฯลฯ อะไรอย่างนี้น่ะค่ะ จะอนุญาตไหมคะ”
คุณหญิงก้มศีรษะรับอย่างเอ็นดู ทั้งสง่างามและน่ารักปนกัน
หม่อมแม่เอ่ยขึ้นว่า “ทำไมไม่มาพร้อมกันวันนี้ล่ะค่ะ โอกาสหน้าอาจจะหายาก เวลานี้กำลังว่างดีทีเดียว”
ข้าพเจ้า “ดิฉันไม่กล้า จนกว่าจะได้รับอนุญาตค่ะ”
คุณหญิง “ได้ค่ะ”
ข้าพเจ้า “ดิฉันอยากทราบความรู้สึกของคุณหญิงในการกลับถึงประเทศไทยครั้งนี้ค่ะ รู้สึกอย่างไรบ้างคะ”...................

...... แก๊ง...แก๊ง...แก๊ง.......เสียงระฆังหมดเวลาและหมดเนื้อที่ของคอลัมน์คนดังนั่งเขียนของวันพฤหัสบดีนี้แต่เพียงเท่านี้ครับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร พระคู่หมั้นในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในขณะนั้น จะเล่าตอบต่อท่านอาจารย์ชอุ่ม ปัญจพรรค์อย่างไร ต้องรอติดตามอ่านในวันพฤหัสบดีของสัปดาห์หน้านะครับ บทสัมภาษณ์นี้จะยิ่งทวีความเข้มข้นมากขึ้นๆ เพราะความฉลาดหลักแหลมในการวางช่วงคำถามของท่านอาจารย์ชอุ่ม ปัญจพรรค์ ดังจะขอยกตัวอย่างคำถามในสัปดาห์หน้ามาซัก 3 คำถาม นำมาลงให้อ่านเป็นน้ำกระสาย น้ำจิ้มเพื่อยั่วน้ำลาย ว่า............."ในหลวงพระทัยร้อนไหมคะ”.....หรือคำถามแบบเด็ดๆ ที่พวกเราในยุคปัจจุบันนึกไม่ถึงว่าเคยมีผู้กราบบังคมทูลฯ ถามมาแล้ว เช่น............“ประทานโทษเถิดค่ะ ดิฉันอยากทราบว่า คุณหญิงจะแต่งชุดสีฟ้าในวันอภิเษกจริงไหมคะ หรือว่าเป็นข่าวลือคะ”.....หรือคำถามที่เด็ดกว่านั้น.............."สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทานแหวนเพชรหรือมรกตให้แก่คุณหญิงคะ เขาลือกันว่าแหวนมรกต”.................อู๊ยยยยยยย......

ผม-เผ่าทองขอรับรองว่า ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ในขณะนั่นซึ่งกำลังอยู่ในในวัยเพียง 18 ปี จะมีไหวพริบปฏิภาณตอบได้ถึงอกถึงใจท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ คอลัมน์คนดังนั่งเขียนมากสุดๆ อย่างแน่นอนครับ แต่คำตอบจะเป็นอย่างไร ผมขอกระซิบว่าอาจารย์ชอุ่ม ปัญจพรรค์ ท่านเรียบเรียงคำตอบได้อย่างสนุกสนานอย่างที่สุดก็แล้วกัน.... โปรดอดใจรอพบกับตอนจบในสัปดาห์หน้านะครับ...สวัสดี...บ๊ายบาย....

เผ่าทอง  ทองเจือ
HYPERLINK "http://www.facebook.com/paothong.pan" www.facebook.com/paothong.pan
HYPERLINK "http://www.facebook.com/paothong.thongchua" www.facebook.com/paothong.thongchua

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement