advertisement

พิษรื้อรีสอร์ตทับลาน ลือเด้ง 'ดำรงค์'

โดย ทีมข่าวการศึกษา 1 ส.ค. 2555 12:46

กระฉ่อน ครม.สัญจรสั่งเด้ง “ดำรงค์” พ้นอธิบดีอุทยานฯ สาเหตุจากฝ่ายการเมืองไม่ปลื้ม หลังยกพลบุกรื้อรีสอร์ตใหญ่ในอุทยานฯ ทับลาน "ดำรงค์" เปิดใจพร้อมรับสภาพหากถูกย้ายจริง หากยังอยู่ที่เดิมจะลุยรื้อรีสอร์ตที่เหลือให้สิ้นซาก...

เมื่อวันที่ 1 ส.ค. จากกรณีนายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำกำลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ 5,000 คน เข้าลุยรื้อถอนรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศที่บุกรุกพื้นที่อุทยานฯทับลาน 9 แห่ง เมื่อกลางดึกวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา และหนึ่งในนั้นคือ ทะเลหมอกรีสอร์ตซึ่งเป็นรีสอร์ตขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท โดยเจ้าของรีสอร์ตคือนางวไลลักษณ์ วิชชาบุญศิริ เตรียมฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกรมอุทยานฯ และเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ามาดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้น และในที่ประชุม ครม.สัญจรที่ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้เรียกดูข้อมูลการรื้อถอนรีสอร์ตบ้านทะเลหมอก และมอบหมายให้สำนักนายกรัฐมนตรีตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อ ให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุม ครม.สัญจรที่ จ.สุรินทร์ นอกจากการตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้หารือถึงการย้ายนายดำรงค์ ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ เนื่องจากไม่พอใจที่นายดำรงค์นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ารื้อถอนรีสอร์ตใน พื้นที่อุทยานฯทับลาน โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากฝ่ายการเมือง แต่นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ไม่ยอมเซ็นลงนามในคำสั่งย้ายนายดำรงค์ต่อที่ประชุม ครม.เพราะเห็นว่าคดีดังกล่าวศาลมีคำพิพากษาและคดีสิ้นสุดไปนานแล้ว

นายดำรงค์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร หากมีการย้ายตนจริงขอน้อมรับ หรือถ้าให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องหยุด ไม่ติดใจอะไรเพราะอีก 2 เดือนจะเกษียณอายุราชการแล้ว เมื่อถามว่าหากเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมอุทยานฯ การแก้ปัญหาบุกรุกพื้นที่อุทยานฯทับลาน และวังน้ำเขียวจะต้องยุติลงหรือไม่ นายดำรงค์กล่าวว่า ให้คนที่จะมารับหน้าที่ต่อดำเนินการไป แล้วแต่เขาจะดำเนินการอย่างไร แต่ถ้าตนยังอยู่ในตำแหน่งต่อจะเดินหน้ารื้อถอนรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศที่เหลือทั้ง 418 คดีต่อไปจนเกษียณอายุราชการ

ขณะที่ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าวเพราะมีผู้มาร้องเรียนขอความเป็นธรรม โดยมอบหมายให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนไปแต่งตั้งคณะกรรมการ เพราะฝ่ายผู้ร้องอ้างว่าได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองและขั้นตอนอยู่ระหว่างรอ คำสั่งศาลปกครองไต่สวนฉุกเฉิน แต่กรมอุทยานฯ ยังยกพลเข้ามารื้อถอนรีสอร์ตในยามวิกาล ขณะที่กรมอุทยานฯ ยืนยันว่าศาลมีคำพิพากษาสิ้นสุดแล้ว แต่ผู้ร้องไม่มีการอุทธรณ์ เมื่อข้อมูลขัดกันจึงต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถามกรณีข่าวการย้ายนายดำรงค์ จากตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ นั้น นายปรีชา กล่าวว่า ไม่มีเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีเพียงแค่ตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเท่านั้น  เพราะเห็นว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ต้องเรียกแต่ละฝ่ายมาสอบถามก่อนว่าใครถูกใครผิด ไม่จำเป็นต้องย้ายใครเพราะต้องดูข้อมูลก่อน เมื่อถามอีกว่า นายดำรงค์ยืนยันจะเดินหน้ารื้อถอนรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศอีก 418 คดีที่เหลือ นายปรีชากล่าวว่า ต้องดูเหตุดูผลเป็นกรณีๆ ไปว่าเป็นพื้นที่ใด มีสภาพเป็นอย่างไร มีเจ้าของครอบครองอยู่หรือไม่ หากมีเจ้าของครอบครองอยู่อาจจะมีการฟ้องร้อง คัดค้านหรือขอให้ศาลปกครองคุ้มครอง

ด้าน จ.ปราจีนบุรี นายนุวรรต ลีลาพตะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ทางอุทยานฯ มอบหมายให้นายประภัฒน์ พงษ์สุขุประการ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เป็นตัวแทนเข้าแจ้งความที่ สภ.วังขอนแดง อ.นาดี ให้ ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานขณะเข้าไปรื้อรีสอร์ต  ส่วนการรื้อถอนรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศที่เหลืออีก 418 แห่ง จะเร่งดำเนินการตามนโยบายของอธิบดีกรมอุทยานฯ ต่อไป

ขณะที่ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน กล่าวว่า เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ทำหนังสือเสนอไปยังอธิบดีกรมอุทยานฯ ขอรื้อถอนรีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศ จำนวน 31 แห่ง เนื่องจากคดีสิ้นสุดแล้ว แต่ได้รับการอนุมัติให้รื้อถอนเพียง 9 แห่ง ยังเหลืออีก 22 แห่ง ล่าสุดนายนุวรรต ลีลาพตะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมอุทยานฯ อีกครั้ง เพื่อรื้อถอนที่เหลือทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีข้อครหาว่าเจ้าหน้าที่เลือกปฏิบัติ เพราะศาลตัดสินแล้ว และยังมีการไปร้องศาลปกครองเพื่อมีคำสั่งชะลอการรื้อถอน แต่ศาลปกครองมีคำสั่งไม่คุ้มครองและบางรายศาลปกครองได้ยกคำร้องตั้งแต่ต้น ดังนั้น ต้องรื้อถอนรีสอร์ตและบ้านพักกลุ่มนี้ทั้งหมดรวมทั้ง “บ้านผางาม รีสอร์ต” รีสอร์ตชื่อดังขนาดใหญ่ใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement