advertisement

อุทยานฯลุยอีกรอบ รื้อ9รีสอร์ตดังรุกป่าทับลาน ตามคำสั่งศาล

โดย ทีมข่าวการศึกษา 28 ก.ค. 2555 11:32

“ดำรงค์ พิเดช” อธิบดีกรมอุทยานฯ นำกำลังป่าไม้ 5,000 คน ลุยรื้อ 9 รีสอร์ต–บ้านพักใหญ่รุกทับลาน กลางดึก รอบ 3 ระทึกมือดีป่วนปาระเบิดเครื่องจักรหนัก-เผายางปากทางเข้ารีสอร์ต...

จากกรณี นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดยุทธการทวงคืนผืนป่า โดยเริ่มในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการบุกรุกก่อสร้างรีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศมากที่สุดในประเทศไทย โดยครบรอบ 1 ปี การเปิดยุทธการเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการรื้อถอนบ้านพักตากอากาศและรีสอร์ตบุกรุกอุทยานทับลาน ที่ศาลมีคำสั่งให้รื้อถอนไปแล้ว 2 รอบ จำนวน 9 ราย จาก 49 ราย ที่ศาลยุติธรรมมีคำพิพากษาให้คดีสิ้นสุดแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 27 ก.ค.  นายดำรงค์พร้อมคณะ ประกอบด้วย นายเริงชัย ประยูรเวช นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว รองอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมผู้บริหารกรมอุทยานฯ ได้เดินทางมาถึงอุทยานแห่งชาติทับลาน และได้เข้ารับฟังรายงานสรุปสถานการณ์ รวมทั้งแผนปฏิบัติการ โดยมี ร.ต.อ.มนัส บุญอินทร์ หัวหน้าชุด นปภ.ปราจีนบุรี เข้าร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบว่า ก่อนหน้าที่นายดำรงค์จะเดินทางมาถึงช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ได้เกิดเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นเผายางรถยนต์ที่บริเวณทางเข้า "บ้านทะเลหมอกรีสอร์ท" ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการรื้อถอนครั้งนี้ และมีการปาระเบิดที่หน้าศูนย์วิศวกรรมที่ 5 ซึ่งเป็นที่รวบรวมเครื่องจักรกลหนัก เช่น รถแบ็กโฮ รถตีนตะขาบ ที่จะใช้ในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่

นอกจากนี้ ซึ่งใกล้เคียงกับพื้นที่ของ นายวิรัตน์ กำนันตำบลทุ่งโพธิ์ อ.นาดี เจ้าของหนึ่งในพื้นที่ที่จะถูกรื้อถอน ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำจุดที่จะรื้อถอนทั้งหมด 9 จุด รวม 3,300 คน โดยที่บ้านทะเลหมอกรีสอร์ท มีจำนวน 1,500 คน จุดที่ 5 และ 6 ซึ่งเป็นรายใหญ่ จุดละ 600 คน ส่วนที่เหลือวางกำลังไว้จุดละ 200 คน

นายดำรงค์ กล่าวว่า การมาดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ตและบ้านพักที่บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องของมรดกโลกที่ตนได้ไปประชุมที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งที่ประชุมเป็นห่วงในเรื่องมรดกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่มีรีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศเข้ามาอยู่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติทับลาน กรมอุทยานฯ จึงต้องจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนวันที่ 1 ก.พ. 2556 และรายงานให้คณะกรรมการมรดกโลกทราบ ไม่เช่นนั้นก็จะถูกจัดเข้าสู่บัญชีมรดกโลกที่อยู่ในภาวะคุกคามอันตรายและถูกถอดในที่สุด ซึ่งจะเป็นเรื่องเสียหายกับประเทศชาติ ขณะนี้ในพื้นที่ทับลานมีการดำเนินการจับกุมเพิ่มเติมทั้งหมด 418 คดี มีพื้นที่ 8,000 ไร่ และมีพื้นที่อีก 3.7 หมื่นไร่ ที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิตามมติ ครม. 30 มิ.ย. 2541 โดยอุทยานฯ มีพื้นที่ที่ถูกบุกรุกทั้งหมดประมาณ 5 หมื่นไร่ มีรีสอร์ตขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ถูกศาลตัดสินไป 49 คดี รื้อถอนไปแล้ว 8 คดี อยู่ระหว่างการรื้อถอน 19 คดี ส่วนที่เหลืออยู่ในขั้นตอนของศาลปกครอง ซึ่งในวันนี้จะรื้อถอน 9 แห่ง ใน 19 คดี ส่วนที่เหลือจะค่อยๆ ทยอยดำเนินการต่อไป

“การดำเนินการครั้งนี้ พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะกับประชาชนที่เป็นคนไทยด้วยกัน และเจ้าหน้าที่ก็คือคนไทยที่มาจากทั่วประเทศ มาเพื่อรักษาสมบัติของชาติ ซึ่งอุทยานแห่งชาติทับลานไม่ใช่สมบัติของกรมอุทยานฯ ฝ่ายเดียว แต่เป็นสมบัติของคนไทยทุกคนและของโลก วันนี้ถ้าหยุดการบุกรุกวังน้ำเขียวไม่ได้ ก็จะลามไปเขาใหญ่แน่นอน” นายดำรงค์ กล่าว

จากนั้น เวลา 01.00 น. วันที่ 29 ก.ค. 2555 ได้มีการกระจายกำลังไปยังพื้นที่ทั้ง 9 จุด โดยนายดำรงค์ได้เดินทางไปยัง "บ้านทะเลหมอกรีสอร์ท" เมื่อไปถึงก็มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่ง พยายามนำรถกลอ์ฟที่ใช้ในรีสอร์ตมาขวางทางเข้า กันไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ แต่เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์เส้นทาง พร้อมกับนำรถแบ็กโฮ 3 คัน รถตีนตะขาบ โดยมีรถปั่นไฟของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) คอยให้แสงสว่างอำนวยความสะดวกด้วย

ทั้งนี้ รถแบ็กโฮได้เริ่มรื้ออาคารสำนักงานต้อนรับนักท่องเที่ยวของรีสอร์ตเป็นหลังแรก ก่อนจะเคลื่อนไปยังอาคารสัมมนาขนาดใหญ่ ตามด้วยห้องพักนักท่องเที่ยว ซึ่งระหว่างการรื้อถอน ได้มี นางวไลลักษณ์ วิชชาบุญศิริ พร้อมสามี เข้ามายืนดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า รู้สึกเสียดาย เพราะสร้างมาตั้งแต่ปี 2541 โดยซื้อต่อมาจากชาวบ้านและพัฒนามาเรื่อยๆ จนประเมินมูลค่าพร้อมค่าเสียโอกาส ในการให้บริการท่องเที่ยวเป็นเงิน 307 ล้านบาท ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยนึกว่าตนจะถูกรังแกเช่นนี้ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่สมัย นายปลอดประสพ สุรัสวดี เป็นอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นต้นมา รวมทั้งนายดำรงค์ เมื่อครั้งเป็นรองอธิบดีกรมป่าไม้ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานฯ เมื่อปี 2548 ก็ได้ให้ความหวังว่าจะกันพื้นที่ให้เป็นโซนบริการ และให้เช่าพื้นที่ดำเนินการ 30 ปี

รวมทั้งเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปยื่นเรื่องต่อศาลปกครองให้คุ้มครอง โดยศาลนัดไต่สวนในวันที่ 14 ส.ค.ที่จะถึงนี้ แต่กรมอุทยานฯ กลับมาดำเนินการโดยไม่รอกระบวนการทางศาลปกครองก่อน ทั้งนี้ ตนจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งจากกรมอุทยานฯ รวมค่าเสียหายและค่าเสียโอกาสทั้งหมดประมาณ 500 ล้านบาท และฟ้องร้องผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ นางวไลลักษณ์ให้สัมภาษณ์และการรื้อถอนดำเนินการอยู่นั้น ได้มีนักท่องเที่ยว 4 คน ขับรถฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ออกไปจากบริเวณรีสอร์ตอย่างรวดเร็ว โดยนางวไลลักษณ์ระบุว่า นักท่องเที่ยวทั้ง 4 คนมาจาก จ.กาญจนบุรี มาเที่ยวพักผ่อนในรีสอร์ต ซึ่งเป็นครอบครัวเดียวที่ยังพักอยู่ในวันนี้ และตนไม่ทราบว่าจะมีการรื้อถอนในวันนี้ จึงไม่ได้แจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 ก.ค.นี้ ยังมีนักท่องเที่ยวที่จะมาสัมมนาที่บ้านทะเลหมอกรีสอร์ท อีก 100 คน ซึ่งตนยังไม่ได้แจ้งให้ทราบเช่นกัน แต่คิดว่าเมื่อข่าวออกไปก็คงรู้กันหมดแล้ว ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

ด้านนายดำรงค์ ให้สัมภาษณ์อีกว่า การดำเนินการรื้อถอนบ้านทะเลหมอกรีสอร์ทครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามคำสั่งศาลที่คดีถึงที่สุดแล้ว และที่ผ่านมาก็เปิดโอกาสให้เจ้าของรีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศสู้คดีจนถึงที่สุด เมื่อถามว่าเจ้าของทะเลหมอกรีสอร์ท จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกรมอุทยานฯ 500 ล้านบาทนั้น นายดำรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้คดีสิ้นสุดแล้ว แม้ว่าเป็นแค่ศาลชั้นต้น แต่จำเลยไม่อุทธรณ์ และไม่ฟ้องศาลปกครองตามเวลาที่กำหนด และถึงแม้ฟ้องแล้วแต่ศาลก็ยังไม่ได้มีคำสั่งใดๆ ออกมา.

โหวตข่าวนี้