วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ศุภชัย' ขู่ฟ้องจุฬาฯ ริบปริญญาเอก ยันไม่ได้ลอกใคร

"ศุภชัย" ผอ.สนช. ขู่ฟ้องผู้บริหารจุฬาฯ ริบ ป.เอก อ้างดำเนินการโดยไม่มีสามัญสำนึก ไม่ยุติธรรม และขาดสติ ส่วนการทำงานในตำแหน่ง ผอ.สนช. ขึ้นอยู่กับบอร์ด ...

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.  ดร.พรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) นวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีมติเพิกถอนปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ของนายศุภชัย หล่อโลหการ ผอ.สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2550 เนื่องจากไปลอกวิทยานิพนธ์ของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง เพื่อนำไปเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์เพื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ว่า การที่นายศุภชัยถูกริบปริญญาเอกเป็นเรื่องเฉพาะตน ไม่เกี่ยวกับบอร์ดนวัตกรรมแห่งชาติที่จะต้องไปลงโทษนายศุภชัย เพราะนายศุภชัยไม่ได้นำวุฒิปริญญาเอกมาสมัครเป็น ผอ.สนช. จึงไม่เกี่ยวข้องกัน และบอร์ดนวัตกรรมฯ ก็จะไม่มีการหารือในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีการหารือไปแล้ว ซึ่งบอร์ดส่วนใหญ่มีมติว่าความผิดเรื่องลอกปริญญากับการทำงานของนายศุภชัยไม่เกี่ยวกัน และจุฬาฯ เองก็ระบุว่าการริบปริญญาเอกไม่มีผลย้อนหลัง ยกเว้นแต่ว่าหลังจากนี้ ความน่าเชื่อถือหรือภาพลักษณ์ของนายศุภชัยจะส่งผลกระทบต่อการทำงาน ทั้งในเรื่องความน่าเชื่อถือ การติดต่อประสานงานกับบุคคลอื่น หรือองค์กรมีปัญหาจนกระทบกับการประเมินผลงาน ไม่เป็นไปตามเป้าหมายตามที่ได้ทำสัญญากับบอร์ดนวัตกรรม เมื่อนั้นจึงจะมีการหารือกัน แต่ถ้ายังทำงานได้ มีผลงานก็ไม่มีปัญหา

ประธานบอร์ดนวัตกรรม กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการที่นายศุภชัยถูกริบปริญญาเอก เพราะลอกวิทยานิพนธ์ของผู้อื่นนั้น เป็นเรื่องใหญ่และเสียหายต่อวงการวิชาการ มีผลกระทบกับภาพพจน์ความน่าเชื่อถือขององค์กรมาก แม้จะเป็นเรื่องเฉพาะตัวก็ตาม เพราะเป็นเรื่องของความรู้สึกว่าคนที่เป็นผู้องค์กรจะต้องมีคุณภาพจริยธรรม และวุฒิภาวะที่เหนือกว่าคนอื่น ไม่อย่างนั้นจะไปพูดหรือเป็นแบบอย่างให้คนเชื่อถือได้อย่างไร แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับนายศุภชัยว่าจะการตัดสินใจกับอนาคตของตนเองอย่างไร

ด้านนายศุภชัย ให้สัมภาษณ์จากประเทศสิงคโปร์ว่า ตนไม่ยอมรับผลการตัดสินของสภาจุฬาฯ และจะฟ้องผู้บริหารจุฬาฯ สภาจุฬาฯ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจุฬาฯ ต่อศาลปกครอง เพราะดำเนินการโดยไม่มีสามัญสำนึก ไม่ยุติธรรม และขาดสติ โดยเฉพาะคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จุฬาฯ ตั้งขึ้นมาสอบสวนตนนั้น ไม่มีความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ที่ตนนำมาทำวิทยานิพนธ์เลย และที่สำคัญตนไม่ได้ไปลอกวิทยานิพนธ์ของใคร ซึ่งได้แจ้งให้คณะกรรมการตรวจวิทยานิพนธ์ของคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ ทราบแล้ว และก็ให้ตนสอบผ่านได้ปริญญาเอก ดังนั้น จุฬาฯ ต้องไปตรวจสอบกันเอง ส่วนการทำงานในตำแหน่ง ผอ.สนช.ก็ขึ้นอยู่กับบอร์ดว่าให้ตนทำงานต่อหรือไม่.