advertisement

ฮือฮา! พบแหล่งน้ำบาดาล รักษาเบาหวาน-ช่วยชายปึ๋งปั๋ง

โดย ทีมข่าวการศึกษา 12 มิ.ย. 2555 05:00

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเจอแหล่งน้ำแร่รักษาเบาหวาน แถมช่วยชายปึ๋งปั๋ง ระบุมีแร่ธาตุสำคัญคือ วานาเดียม กับ ซีลีเนียม แต่ยังอุบสถานที่ หวั่นประชาชนแตกตื่น...

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2555 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรน้ำบาดาล แถลงข่าวการประกวดสารคดีสั้นภายใต้แนวคิด คนรุ่นใหม่ หัวใจรักษ์น้ำบาดาล โดยนายศักดา นพสิทธิ์ เลขานุการและโฆษกกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวว่า น้ำบาดาลเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่มีอยู่ทั่วประเทศ มีสถานที่เก็บของมันเองอยู่แล้วตามธรรมชาติ และสามารถแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับประชาชนในช่วงฤดูแล้งได้อย่างดี โดยขณะนี้ ประเทศไทยมีน้ำบาดาลมากกว่าน้ำผิวดินถึง 24 เท่า โดยพบว่า 90% ของพื้นที่ในประเทศไทย ล้วนมีน้ำบาดาลทั้งสิ้น แต่คุณสมบัติของน้ำบาดาลแต่ละที่แตกต่างกัน ซึ่งขณะนี้ กระทรวงทรัพยากรฯ มีนโยบายที่จะขุดบ่อบาดาลเพื่อบริการประชาชน อย่างน้อยหมู่บ้านละ 1 บ่อ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ในฤดูแล้งให้หมดไปได้ โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ทำแผนที่แหล่งน้ำบาดาลคุณภาพ อัตราส่วน 1: 50,000 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างและภาคเหนือตอนบน จากนี้จะให้องค์กรท้องถิ่นนำไปใช้

ด้านนายสัมฤทธ์ ชุษณะทัศน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า ขณะนี้มีเรื่องที่น่ายินดี คือ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เจอแหล่งน้ำบาดาล ซึ่งเป็นน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุสำคัญ อย่าง วานาเดียม (vanadium) ที่มีคุณสมบัติที่ได้รับการยอมรับ และมีผลวิจัยด้านการแพทย์เป็นที่ยอมรับจากนานาชาติแล้วว่าใช้รักษาและบรรเทาอาการโรคเบาหวานได้ด้วย รวมทั้งซีลีเนียม (selenium) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ให้ความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และเพิ่มความปึ๋งปั๋งให้กับผู้ชาย ซึ่งไม่ใช่ว่า น้ำแร่จากน้ำบาดาลทุกพื้นที่ จะมีแร่ธาตุเหล่านี้จะมีในบางพื้นที่เท่านั้น ซึ่งทั้ง 2 แร่ธาตุนี้จะเจอในบางที่ที่มีหินภูเขาไฟเท่านั้น

รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า ในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ มีบริษัทเอกชนที่ผลิตน้ำแร่ออกมาขาย มีโฆษณากันอย่างชัดเจนว่าเป็นน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุวานาเดียมและซีลีเนียม บำบัดอาการเบาหวาน และช่วยให้เกิดความกระปรี้กระเปร่าในผู้ชาย แต่สำหรับประเทศไทยแล้วจะมาโฆษณาแบบนี้จะมีปัญหากับองค์การอาหารและยา (อย.) อย่างแน่นอน จึงต้องวางแผนการทำงานอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎหมายในประเทศ อาจจะเป็นเรื่องของการให้ความรู้เรื่องน้ำแร่ในประเทศไทย เป็นต้น

เมื่อถามว่าแหล่งน้ำบาดาลที่เป็นน้ำแร่ ซึ่งมีส่วนผสมของแร่ธาตุดังกล่าวอยู่ที่ไหน นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้จริงๆ ว่าอยู่ที่ไหน เพราะบอกไปแล้ว จะเกิดความแตกตื่นในหมู่ประชาชน ทั้งนี้ น้ำแร่ในแต่ละพื้นที่ แต่ละแหล่งนั้นจะมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน มีความอ่อนเข้มของแร่ธาตุที่แตกต่างกัน สำหรับบ่อน้ำบาดาลที่เป็นน้ำแร่ที่พบแร่ธาตุทั้งสองชนิดนี้ อยู่ในพื้นที่ที่มีหินภูเขาไฟ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เอาไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์แล้วพบว่า มีส่วนผสมของแร่ธาตุนี้จริงๆ และตามรายงานงานวิจัยก็พบว่าแร่ธาตุดังกล่าวมีคุณสมบัติข้างต้นจริง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะต้องทำคือ การให้ความรู้ประชาชนเรื่องประโยชน์ของน้ำบาดาลก่อน

เมื่อถามอีกว่าน้ำบาดาลที่เป็นน้ำแร่ที่มีแร่ธาตุทั้ง 2 ชนิดนี้อยู่ สามารถนำมาดื่มได้ทันทีหรือไม่ นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ถ้าจะนำมาบรรจุขวดแจกจ่าย ก็ต้องผ่านมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลดำเนินการอยู่กับบ่อน้ำบาดาลทั่วประเทศ แต่ถึงแม้เป็นน้ำดิบ น้ำบาดาล ก็ผ่านขั้นตอนการกรองในธรรมชาติจากชั้นดิน ชั้นหินอยู่แล้ว สามารถดื่มกินได้ทันทีเมื่อสูบขึ้นมาใช้.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement