advertisement

สธ.นำทีมบุกงานบั้งไฟร้อยเอ็ด จับร้านเหล้าเย้ยกม.

โดย 3 มิ.ย. 2555 16:32

สธ.นำทีมบุกงานบุญบั้งไฟร้อยเอ็ด จับร้านเหล้าเย้ย กม. แฉ! เทศบาลจับมือบริษัทเบียร์ทำงามหน้า หวิดใช้กฎหมู่ทำบานปลาย ไม่ยำเกรงกฎหมาย ขณะ “เครือข่ายต้านน้ำเมา” ร้อง มท.เร่งตรวจสอบ อัดธุรกิจบาป หากินในงานประเพณีของไทย...

วันที่ 3 มิ.ย. 2555 นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ทำผิดกฎหมายในงานประเพณีบุญบั้งไฟของเทศบาลเมืองสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ว่า คณะทำงานได้รับหนังสือร้องเรียน จึงได้เข้าตรวจสอบร้านค้าที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานบุญบั้งไฟ จำนวน 12 ร้าน และถูกจับกุมดำเนินคดี 6 ราย

เนื่องจากเข้าข่ายละเมิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีความผิด คือ ขายสุราโดยไม่มีใบอนุญาต การขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี การเร่ขาย การโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขาย โดยมีการดัดแปลงรถกระบะเป็นรถขายเบียร์สดที่มีการโฆษณาเบียร์ยี่ห้อหนึ่ง ทั่วทั้งคัน มีการจ้างสาวเชียร์เบียร์ใส่เสื้อโฆษณาเบียร์ยี่ห้อเดียวกันอย่างเด่นชัด อย่างไรก็ตาม เกือบทั้งหมดได้รับสารภาพและเปรียบเทียบปรับในชั้นพนักงานสอบสวนไปแล้ว เหลือเพียงเรื่องความผิดฐานโฆษณาที่เกินอำนาจพนักงานสอบสวนจะเปรียบเทียบได้ จึงต้องส่งฟ้องศาลเพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดต่อไป

นพ.สมาน กล่าวต่อว่า ระหว่างที่กำลังเข้าไปตรวจสอบถนนสายหลักในการจัดงาน เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบร้านขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากเห็นว่าหน้าร้านบริเวณที่ติดกับฟุตบาทถนน มีการตั้งเป็นร้านขายเบียร์ชั่วคราว แต่ได้มีกลุ่มผู้ขาย ซึ่งเป็นตัวแทนของเอเย่นต์เบียร์ยี่ห้อที่สนับสนุนการจัดงานนี้ และเจ้าหน้าที่เทศบาลนั่งรวมอยู่ด้วย ตรงเข้ามาคุกคาม พูดจาไม่สุภาพ ถึงขั้นด่าทอ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ หลังจากนั้นจึงประสานขอความร่วมมือไปยัง พ.ต.ท.ธวัช ทองสุก รอง ผกก.สส.สภ.สุวรรณภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยมาห้ามปราม

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ธวัช ได้ช่วยชี้แจงว่า ทางร้านทำผิดกฎหมายจริง แต่หนึ่งในนั้นกลับเดินเข้ามาด่าทอด้วยถ้อยคำไม่สุภาพ พ.ต.ท.ธวัช จึงพยายามห้ามปราม แต่ผู้ค้ารายอื่นกลับลุกฮือขึ้นมา ซึ่งตำรวจที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้เข้ามาสมทบระงับเหตุไว้ได้ทัน ซึ่งหลายรายมีอาการมึนเมา

“เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการใช้กฎหมู่คุกคามดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ ทั้งกระทรวงสาธารณสุข จากส่วนกลางและตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่อย่างไม่ยำเกรงกฎหมาย สำหรับเจ้าภาพจัดงานหลักครั้งนี้คือ เทศบาล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งดำเนินคดีเอาผิดต่อไป เพราะการจัดงาน หรือสนับสนุนให้มีกิจกรรมพิเศษต่างๆ ถือว่าเป็นการโฆษณาสื่อสารการตลาด ผิด พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

ขณะเดียวกัน ผู้บริหารของเทศบาล ถือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายฉบับนี้ด้วย ดังนั้น จึงถือเป็นเจ้าของงาน และเมื่อพบเห็นการกระทำความผิดเช่นนี้ แล้วไม่ดำเนินการตามกฎหมาย อาจเข้าข่ายการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ต่อไปหากไม่มีการเอาผิด ประเพณีวัฒนธรรมงานบุญบั้งไฟของไทย จะถูกทำให้บิดเบือนด้วยธุรกิจน้ำเมาแปดเปื้อนด้วยธุรกิจบาปไปอย่างน่าเศร้า เพราะระหว่างลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีการขายและดื่มเบียร์ยี่ห้อที่ให้ทุนสนับสนุนเทศบาลในการจัดงานครั้งนี้ รวมถึงปัญหาภายในงานก็มีการทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน ระหว่างกลุ่มเยาวชนและคนเมาเป็นระยะ” นพ.สมาน กล่าว

ด้านนายชูวิทย์ จันทรส เลขานุการเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า การตลาดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พยายามทำทุกวิถีทางในการเข้าไปหาประโยชน์ทางธุรกิจ รวมถึงสร้างการจดจำในตราสินค้า โดยเฉพาะงานบุญประเพณี งานเทศกาล ไม่เว้นแม้งานกาชาดที่มีครอบครัว ลูกเด็กเล็กแดงไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก โดยไม่เห็นหัวกฎหมาย และทราบมาว่ามีการปลุกระดมผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ ให้ออกมาต่อต้านการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงการให้ข้อมูลที่ผิดๆ ว่าการกระทำดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย แต่ผลสุดท้ายเวลาถูกดำเนินคดี คนที่รับกรรมคือผู้ประกอบการ ร้านค้าทั้งหลาย บรรดาเอเย่นต์ หรือผู้ผลิตก็ลอยตัว ขณะนี้ มีคำพิพากษาออกมาแล้วในหลายพื้นที่ ซึ่งชัดเจนว่าจำเลยที่ 1 โดนเต็มๆ คือ ร้านค้า เป็นที่น่าเสียด้ายว่าปีก่อนหน้านี้ที่นี่เคยจัดงานบุญบั้งไฟปลอดเหล้ามาแล้ว ซึ่งลดผลกระทบลงไปได้มาก แต่ในปีนี้กลับมาพ่ายอิทธิพลเหล้าเบียร์

“เครือข่ายขอเรียกร้องต่อกระทรวงมหาดไทยให้ติดตามตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย เพราะเป็นการจัดงานของเทศบาล และผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จังหวัดโดยตำแหน่งอยู่แล้ว ปล่อยให้เกิดเรื่องดังกล่าวได้อย่างไร ทั้งๆ ที่กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายในเรื่องนี้ชัดเจน และมีคำสั่งกำชับอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปเฉยๆ และทราบว่า ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา กฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะเดินทางไปเปิดงานบั้งไฟอีกแห่งหนึ่งที่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ด้วย ซึ่งคงได้ไปพบกับความจริงที่กำลังถูกท้าทายในรูปแบบเดียวกัน” นายชูวิทย์ กล่าว.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement