advertisement

สกัดแทนนิน..มันสำปะหลัง ทำลายเพลี้ยแป้งแมลงศัตรูพืช

โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน 4 มิ.ย. 2555 05:00

สารแทนนินสกัดจากใบมันสำปะหลัง.

กำจัดศัตรูพืช...โดยใช้ สารเคมีในปริมาณที่ มากเกินไป เป็นอันตรายต่อ ผู้ใช้ ผู้บริโภค และ ทำลายสิ่งแวดล้อม ฉะนั้น นักวิจัยก็พยายามที่จะหา สารจาก ธรรมชาติมาใช้ทดแทน เพื่อความปลอดภัย...

...โดย รศ.ดร. วัลลภ อารีรบ ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)...สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ,  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และ โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ร่วมกันทำ...โครงการวิจัยสกัดสารแทนนินขึ้น..

รศ.ดร.วัลลภ อารีรบ บอกว่า ...สารแทนนิน สามารถพบได้ในพืชทุกชนิด เป็น สารทุติยภูมิที่มีสารออกฤทธิ์ที่สำคัญ คือ Condensed tannin เช่น Catechin และ Hydrolyzed tannin เช่น Gallotannin สารแทนนินมีรสขมฝาด โดยปริมาณของ สารขึ้นอยู่กับ สายพันธุ์ของพืช สภาพแวดล้อมของการปลูก เช่น ธาตุอาหารพืช การเข้าทำลายของโรคและแมลง ในการสกัดสารแทนนิน...ได้ศึกษาและวิเคราะห์ปริมาณแทนนินในใบมันสำปะหลังแห้ง พบว่า สารตัวทำละลาย 50% acetone และ 80% ethyl alcohol ที่อัตราส่วน 1 : 1 ปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง ระดับ 5 พบว่า สามารถสกัดสารแทน-นินออกมาได้สูงสุดที่ 11.88 มิลลิกรัมต่อกรัมน้ำหนักแห้งใบมันสำปะ-หลัง หรือที่ ความเข้มข้นของสารแทนนินประมาณ 325 มิลลิกรัมต่อลิตร และได้แสดงคุณสมบัติของ antioxidants ได้ดีกว่าสาร สกัดแทนนินจากตัวทำละลายเดี่ยว คือ acetone และ ethyl alcohol

“....เมื่อนำมาทดลองใช้ควบคุมเพลี้ยแป้ง พบว่า สารสกัดแทนนินจากใบมันสำปะหลังความเข้มข้น 1,500 มิลลิกรัมต่อลิตร สามารถฆ่าเพลี้ยแป้งได้ 7.4% และ มีแนวโน้มที่ส่งผลให้การเข้าทำลายส่วนของพืชลดลงที่ 32.52% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม การทดลองการขับไล่เพลี้ยแป้งในสภาพไร่ พบว่า การใช้ที่ความเข้มข้น 1,000 มิลลิกรัมต่อลิตร ช่วยให้ต้นมันสำปะหลังสะอาด มี เพลี้ยแป้งน้อย แตกยอด แตกทรงพุ่มได้ดี ไม่หงิกงอ ลำต้นยืดยาวได้เป็นปกติ...”

นอกจากนี้ ยังร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการผลิตมันสำปะหลัง (แห่งประเทศไทย) โดย ดร. สรรเสริญ สุนทรทยาภิรมย์ นำไปทดลองกับแปลง ปลูกที่ จังหวัดกาญจนบุรี โดยใช้ฉีดพ่นกับมันสำปะหลังระยะแรกของการแตกใบ (1 เดือน) ซึ่งเป็นระยะที่ง่ายต่อการเข้าทำลายของ แมลงปากดูดชนิดต่างๆ เช่น เพลี้ยแป้ง ไรแดง และ แมลงหวี่ขาว โดยพ่นระยะห่าง 7 วันต่อครั้ง และ 30 วันต่อครั้งในเดือนถัดมา โดยพ่นถึงอายุ 3 เดือน ผลปรากฏว่าไม่มีแมลงปากดูดเข้าทำลาย แต่แปลงของ เกษตรกร ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันมีทั้งไรแดง และเพลี้ยแป้งเข้าทำลาย...

...ฉะนั้นเราต้องใส่ใจในการใช้สิ่งที่สกัดมา จากวัตถุดิบธรรมชาติ  ที่หาได้ในประเทศ จะช่วยลดการนำเข้าสารเคมีอันตรายจากต่างประเทศได้ปีละนับหมื่นล้านบาท งานวิจัยอันมีค่านี้ต้องการสนับสนุนและต่อยอดออกไปเรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้ได้ ผลิตออกมาแจกฟรีให้กับเกษตรกร ผู้ประสบปัญหาแมลงปากดูดเข้าทำลายพืชที่ปลูก ใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมกริ๊งกร๊างหา รศ.ดร.วัลลภ ที่ 08-1921-8698, 08-1423-8272 ในเวลาราชการ.


ไชยรัตน์ ส้มฉุน

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement