advertisement

อุทยานฯเข้าดูแลวัดหลวงตาบัว ขอ30วันรู้ผลเสือตายปริศนา

โดย ทีมข่าวการศึกษา 2 มิ.ย. 2555 14:57

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ เผยจากนี้กรมฯ จะเข้าไปดูแล-ควบคุมประชากรเสือในวัดหลวงตาบัวเอง ส่วนผลการผ่าซากและเพาะเชื้อพิสูจน์หาสาเหตุการตายของเสือต้องรออีก 15 - 30 วัน...

กรณีเสือโคร่งของกลางที่วัดป่าหลวงตามหาบัวฯ ตายปริศนาในวัด และเกรงว่าจะมีการทำร้ายเสือนั้น เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ขณะนี้ได้นำซากเสือโคร่งจากวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ จ.กาญจนบุรี มาไว้ที่โรงพยาบาลปศุสัตว์และสัตว์ป่า มหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว เพื่อทำการผ่าซากและเพาะเชื้อพิสูจน์หาสาเหตุการตายของเสือตัวดังกล่าว โดยจะใช้เวลาเพาะเชื้อประมาณ 15-30 วันจึงจะทราบผล การที่จะต้องมีเพาะเชื้อเพราะเสืออาจจะตายด้วยการติดเชื้อไวรัสบางชนิด และอาจจะมีเสือตัวอื่นๆ ติดเชื้อด้วยก็ได้ ดังนั้น การเพาะเชื้อจะทำให้รู้สาเหตุการตายของเสืออย่างแท้จริง ส่วนการสันนิษฐานว่าโซ่รัดคอเสือจนตาย ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งเพราะโซ่บิดไปบิดมาอาจไปรัดคอเสือจนตาย แต่ทำไมเสือตัวอื่นจึงไม่ตาย ดังนั้น ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวต่อว่า แต่อย่างไรก็ตาม กรมฯ จะเข้มงวดกวดขันกับวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมา กรมฯ ไม่มีเจ้าหน้าที่ไปดูแลเสือของกลางที่วัด แต่ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะส่งเจ้าหน้าที่ประจำที่วัดพร้อมจะควบคุมไม่ให้ มีการขยายพันธ์ุเสือให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาวัดป่าหลวงมหาบัวฯ ขยายพันธ์ุเสือขึ้นมาเองจนประชากรเสือมีจำนวนมากขึ้น ก็เพื่อให้คนสนใจมาเที่ยวชม แต่จากนี้ กรมฯ จะเข้าไปดูแลเอง.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement