advertisement

หน้าฝนแล้ว... มาปลูกต้นไม้ยืนต้นกันเถอะครับ

โดย เผ่าทอง ทองเจือ 31 พ.ค. 2555 05:30

หน้าฝนมาแล้วนะครับ.. ฝนฟ้าตกกันกระจายสลับไปสลับมาในแต่ละพื้นที่ บรรยากาศชอุ่ม ชุ่มชื่นมากเลย  เหมาะแก่การปลูกต้นหมากรากไม้ต่างๆ เพราะมีเทวดาคอยประทานน้ำฝน ลงมาช่วย ทำให้เบาแรงในการรดต้นไม้ไปได้มากมายครับ ดังนั้นผมเลยอยากจะขอเชิญชวนให้ทุกช่วยกันปลูกต้นไม้ยืนต้นซักคนละต้นเดียวก็พอครับ เรามีประชากรอยู่ร่วม 65 ล้านคนแล้ว หากปลูกเพียงแค่คนละต้น ก็จะได้ต้นไม้ถึง 65 ล้านต้นเลยทีเดียวครับ ต้นไม้ยืนต้นเป็นประโยชน์ต่อชีวิตมนุษย์มากมายนะครับ ช่วยสร้างอากาศบริสุทธ์ให้กับมนุษยชาติ ด้วยการปล่อยออกซิเจนให้เราในเวลากลางวัน ทั้งยังช่วยซึมซับอากาศเสีย ช่วยลดอุณหภูมิที่ทำให้โลกร้อน

ที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของผมที่ จังหวัดลำพูน ผมปลูกต้นไม้จนเป็นป่าย่อมๆ มีทั้งกระรอกและนกต่างๆมากมายมาอยู่อาศัยมากมาย จนกลายเป็นที่ส่องกล้องดูนกของเพื่อนๆ ใครอยากเริ่มต้นดูนก ก็จะมาเริ่มที่โรงงานของผมก่อน หากพบตัวเองว่าถูกใจใช่เลยแล้วละก็ จึงจะเริ่มลงทุนซื้ออุปกรณ์ต่างๆ และเริ่มออกพื้นที่ภาคสนามเดินป่าดูนกกันอย่างจริงจังต่อไป นอกจากกระรอก กระแต นก และแมลงผีเสื้อต่างๆ ที่พากันมาอาศัยอยู่ในสวนที่โรงงานอย่างมากมาย เนื่องจากผมไม่ใช้ยาฆ่าแมลงเลย จึงทำให้เเมลงเล็กๆ ต่างพากันขยายพันธุ์จนโบยบินกันว่อนไปรอบๆ โรงงาน

เวลามีลูกค้าฝรั่งต่างชาติมาเยี่ยมชมโรงงานเพื่อสั่งออเดอร์งานตัดเย็บเสื้อผ้าต่างๆ ก็จะพากันกรี๊ดกร๊าดตื่นเต้นเมื่อมองทะลุหน้าต่างออกไปไม่ถึง 1 เมตรแล้วได้เห็นสารพัดสัตว์ต่างๆ ทั้งกระรอกกระแตและนกเล็กนกน้อย มาเสาะหาอาหารอยู่จนใกล้ตัวเรา เนื่องจากคนงานทุกคนที่โรงงานนี้จะไม่ทำร้ายสัตว์ แถมยังรักสัตว์จนถึงตัดกล้วยเป็นเครือเป็นหวีจากบ้าน มาวางให้เป็นอาหารแก่สัตว์ด้วย

ในบางครั้งก็จะมีฝูงผึ้งบินเข้าไปยึด ตู้ล็อกเกอร์ของคนงานแล้วสร้างรัง พอเวลาเช้า เมื่อคนงานมาถึงโรงงานแล้วเปิดตู้ล็อกเกอร์พบเข้า ก็ส่งเสียงร้องตกอกตกใจ แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายผึ้งเค้าแต่อย่างใด จากนั้นก็จะเป็นคิวของผึ้งที่จะตกใจบ้าง แล้วจะค่อยๆ บินออกจากรังคือตู้ล็อกเกอร์นั้น คนงานจะทยอยขนของออกเพื่อย้ายล็อกเกอร์ แลัวยกล็อกเกอร์นั้นให้เป็นที่อยู่ของผึ้งต่อไป บางครั้งเจ้าผึ้งเหล่านี้ก็จะก้าวร้าว คือลามไปยึดตู้ต่อๆ ไป ทำให้คนงานวุ่นวายย้ายของหนีผึ้ง บางครั้งน้ำผึ้งมีมากมายจนเยิ้มรัง ไหลย้อยหยดออกมานอกตู้ล็อกเกอร์  คนงานก็จะเอาถ้วยเอาชามไปรองมากิน อยู่ไปนานๆ ผึ้งก็ย้ายรังเองตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้ย้ายไปไหนไกล ยังคงวนเวียนอยู่ในบริเวณโรงงานนั่นเองครับ

การที่เราปลูกต้นไม้มากๆ ก็เป็นการช่วยลดอุณหภูมิได้มหาศาล ในช่วงฤดูร้อนที่จังหวัดลำพูนก็ร้อนเอาเรื่องเอาราวอยู่พอควรเลย เวลาออกไปข้างนอกจะร้อนอบอ้าว เหงื่อไคลไหลย้อย แต่พอแค่แล่นรถปร๊าดเข้าโรงงานแล้วละก็ อากาศจะเปลี่ยนไปแบบชัดเจน อุณหภูมิจะผิดกับข้างนอกโรงงานแบบสังเกตได้ ผมเคยลองวัดดูจะพบว่าต่างกันได้ถึง 2-3 องศาเลยครับ

ช่วงนี้กำลังฝนดี พื้นดินได้รับน้ำฝนมาบ้างแล้ว ดินกำลังอ่อนตัว ทำให้ขุดพรวนง่าย ไม่เปลืองแรง ผมจึงขอชักชวนให้ทุกท่านปลูกต้นไม้ยืนต้นกันได้แล้วครับ หากนึกไม่ออกว่าจะปลูกต้นอะไรดี ผมขอแนะนำให้ปลูกต้นไม้มงคลประจำจังหวัดสิครับ ในปีพ.ศ.2537 อันเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติได้ 50 ปีนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพันธุ์ไม้มงคลประจำจังหวัดต่างๆ ทั้ง 76 จังหวัดในขณะนั้น แก่พสกนิกรปวงชนชาวไทย พันธุ์ไม้เหล่านั้นได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงเกษตรฯ แล้วว่าเป็นพันธุ์ไม้พื้นถิ่น ที่ปลูกง่าย ขยายพันธุ์ได้ง่าย การดูแลรักษาสะดวก ผมจะขอยกมาให้ท่านได้เห็นกันทั่วหน้านะครับ เผื่อท่านเห็นแล้ว และเกิดเเรงบันดาลใจที่จะปลูกต้นไม้ยืนต้นเหล่านี้บ้าง จะได้เลือกได้ถูกครับ

เริ่มกันที่ภาคเหนือก่อนเลยนะครับ
เชียงราย-กาสะลองคำ, เชียงใหม่-ทองกวาว, น่าน-กำลังเสือโคร่ง
พะเยา-สารภี, แพร่-ยมหิน, แม่ฮ่องสอน-กระพี้จั่น, ลำปาง-ขะจาวหรือกระจาว, ลำพูน-จามจุรี, อุตรดิตถ์-สัก

ภาคอีสาน
กาฬสินธุ์-มะหาด, ขอนแก่น-ราชพฤกษ์, ชัยภูมิ-ขี้เหล็กบ้าน
นครพนม-กันเกรา, นครราชสีมา-สาธร, บึงกาฬ-สิรินธรวัลลี
บุรีรัมย์-กาฬพฤกษ์, มหาสารคาม-พฤกษ์หรือมะรุมป่า, มุกดาหาร-ช้างน้าว
ยโสธร-กระบาก, ร้อยเอ็ด-กระบก, เลย-สนสามใบ, ศรีสะเกษ-ลำดวน
สกลนคร-อินทนิลน้ำ, สุรินทร์-มะค่าแต้, หนองคาย-ชิงชัน
หนองบัวลำภู-พะยูง, อำนาจเจริญ-ตะเคียนหิน, อุดรธานี-รัง
อุบลราชธานี-ยางนา   

ส่วนภาคกลางได้แก่
กรุงเทพมหานคร-ไทรย้อยใบแหลม, กำแพงเพชร-สีเสียดแก่น
ชัยนาท-มะตูม, นครนายก-สุพรรณิการ์หรือฝ้ายคำ, นครปฐม-จัน
นครสวรรค์-เสลาหรืออินทรชิต, นนทบุรี-นนทรีบ้าน, ปทุมธานี-ทองหลางลาย, พระนครศรีอยุธยา-หมัน, พิจิตร-บุนนาค
พิษณุโลก-ปีป, เพชรบูรณ์-มะขาม, ลพบุรี-พิกุล, สมุทรปราการ-โพทะเล
สมุทรสาคร-สัตบรรณ, สระบุรี-ตะแบก, สิงห์บุรี-มะกล่ำต้น
สุโขทัย-มะค่าโมง, สุพรรณบุรี-มะเกลือ, อ่างทอง-มะพลับ, อุทัยธานี-สะเดา

ภาคตะวันออกคือ
จันทบุรี-จัน, ฉะเชิงเทรา-นนทรีป่า, ชลบุรี-ประดู่ป่า, ตราด-หูกวาง
ปราจีน-ศรีมหาโพธิ์, ระยอง-สารภีทะเล, สระแก้ว-มะขามป้อม

ภาคตะวันตกได้แก่
กาญจนบุรี-ขานาง, ตาก-แดง, ประจวบคีรีขันธ์-เกด, เพชรบุรี-หว้า,
ราชบุรี-โมกมัน

สุดท้ายคือภาคใต้
กระบี่-ทุ้งฟ้า, ชุมพร-มะเดื่อชุมพร, ตรัง-ศรีตรัง
นครศรีธรรมราช-แซะ, นราธิวาส-ตะเคียนชันตาแมว, ปัตตานี-ตะเคียนทอง
พังงา-เทพทาโร, พัทลุง-พะยอม, ภูเก็ต-ประดู่, ยะลา-โศกเหลืองหรือศรียะลา, ระนอง-อินทนิล, สงขลา-สะเดาเทียม
สตูล-กระซิก, สุราษฎร์ธานี-เคี่ยม

ทั้งหมด ข้างบนนี้เป็นพันธุ์ไม้มงคลที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานให้แก่ทุกจังหวัดเมื่อปี พ.ศ.2537 ซึ่งนับเวลาก็ผ่านมาแล้วนานถึง 18 ปี สืบมาจนถึงปัจจุบันนี้ อาจมีหลายท่านหลงลืมไปแล้ว ว่าจังหวัดของเราเองก็มีไม้มงคลที่ได้รับพระราชทานเอาไว้แล้ว หากแต่ละบ้านและแต่ละท่าน ได้ปลูกต้นไม้เหล่านี้เอาไว้ตั้งแต่เมื่อปีที่พระราชทานนั้น จวบเวลาผ่านมาจนเดี๋ยวนี้ ต้นไม้ที่ท่านได้ปลูกเอาไว้ ก็จะเติบโตผลิดอกออกใบให้ร่มเงา เป็นที่พักพิงของสรรพสัตว์ และเป็นสิริมงคลกับตัวท่านและครอบครัวด้วย ผมจึงอยากจะขอร้องให้ทุกจังหวัดปลูกไม้มงคลพระราชทานนี้ ตามข้างถนนและเกาะกลางถนนหรือในที่สาธารณะต่างๆ ในเขตจังหวัดของท่าน ต่อไปภายภาคหน้าเวลาที่เราขับรถเข้าสู่เขตจังหวัดใด ก็สามารถทราบได้จากพันธุ์ไม้ที่ปลูกประจำจังหวัดนั้นๆ ครับ  อย่าลืมนะครับเข้าหน้าฝนแล้วเร่งปลูกต้นไม้ยืนต้นกันเถอะครับ

เผ่าทอง ทองเจือ
www.facebook.com/paothong.pan
www.facebook.com/paothong.thongchua

 

โหวตข่าวนี้