advertisement

วันช้างแห่งชาติ

โดย คุณครูลิลลี่ 16 มี.ค. 2555 05:30

“ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า 
ช้างมันตัวโตไม่เบา จมูกยาวๆ เรียกว่างวง 
มีเขี้ยวใต้งวงเรียกว่างา มีหูมีตาหางยาว”...

เพลงนี้เชื่อว่าถ้าเป็นคนไทย ไม่ว่าจะวัยไหน ก็ร้องกันได้อย่างแน่นอน  เพราะอะไรหรือคะ ก็เพราะชีวิตของคนไทยผูกพันกับเจ้าตัวใหญ่ ใจดีที่ชื่อ “ช้าง” มานานแสนนาน นานจนคุณครูลิลลี่ต้องหยิบยกมาเขียนใน “ไทยรัฐออนไลน์” ฉบับนี้ คิดดูก็แล้วกันค่ะ

ที่หยิบเอาเรื่องของช้างมาพูดกันในวันนี้ก็เพราะว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านไปสด ๆ ร้อน ๆ เขาจัดให้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของประเทศไทย นั่นคือ “วันช้างแห่งชาติ” หลายคนทำหน้างงว่า “เอ..มีวันนี้ด้วยหรือ” มีค่ะ มีจริง ๆ คุณครูเองก็ยอมรับว่าเพิ่งทราบได้ไม่นาน เพราะเปิดโทรทัศน์ดูไปเรื่อย ๆ แล้วเจอข้อมูลนี้เข้าว่าวันที่ 13 มีนาคม เรียกว่า “วันช้างแห่งชาติ” ก็เลยทำหน้าที่ผู้ค้นคว้าไปหาความรู้มาเล่าสู่กันฟังในไทยรัฐออนไลน์ครั้งนี้นี่แหละค่ะ

จากข้อมูลที่คุณครูไปค้นมาเขาบอกไว้ว่า “วันช้างไทย” หรือ “วันช้างแห่งชาติ” เกิดจากการริเริ่มของคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยคณะกรรมการ เอกลักษณ์ของชาติสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น ก็จะช่วยให้ประชาชนคนไทยหันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น (อ่านถึงตรงนี้แล้วคุณครูแอบถอนใจ อดเศร้าใจไม่ได้จริง ๆ เราคนไทย ไม่รักช้างไทย ขนาดให้ต้องใช้กุศโลบายนี้เลยเชียวหรือ...รักหมีแพนด้า นั่งดูหมีแพนด้าทางโทรทัศน์ได้เป็นนานสองนาน เจียดเวลามารักช้างไทยกันบ้างก็ดีนะคะ)

ต่อค่ะ มาเข้าเรื่องที่มาของวันช้างกันต่อนะคะ หลายคนคงสงสัยว่าแล้วทำไมต้องเป็นวันที่ 13 มีนาคมของทุกปีด้วย อันนี้ก็มีคำตอบค่ะ ตอนแรกได้เลือกเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันที่ว่าถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้เลือกวันอื่นมาแทน ซึ่งวันที่เหมาะสมก็คือ วันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติได้มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ ของประเทศไทย ดังนั้น จึงเป็นวันที่มีความสำคัญและเป็นวันดีที่สุดที่จะเป็นวันช้างแห่งชาติค่ะ
มาถึงความรู้เรื่องภาษาไทยที่พลาดไม่ได้ประจำ “ไทยรัฐออนไลน์” ครั้งนี้ ก็ต้องเป็นความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับช้างค่ะ

คำว่าช้างในภาษาไทยใช้ได้หลากหลายมากมายเลยทีเดียว ลองทายกันดูไหมคะว่า คำที่มีความหมายว่า “ช้าง” มีเยอะขนาดไหน ... ถ้าคิดว่า เป็นเลขตัวเดียว คุณคิดผิดค่ะ...ถ้าคิดว่าประมาณ 10 กว่า คุณก็ยังคิดผิดค่ะ  เพราะจริง ๆ แล้วคำที่มีความหมายว่าช้างที่คุณครูรวบรวมมาได้มีมากมายกว่า 40 คำเลยทีเดียวค่ะ ไม่เชื่อลองดูสิคะ ทั้ง คชินทร์ คเชนทร์ หัสดี ดำรี ดำไร ดมไร ทนดี หัสดี หัสดินทร์ กรี กรินทร์ 
กเรนทร์ กุญชร คช คชา คชาธาร โคบุตร พลาย พัง นาค นาคินทร์ นาเคนทร์ 
มาตงค์ นรการ สาร หัตถี หัสดินทร์  ไอยรา ไอยราพต คชสาร สาง นาคศวร 
ทันตี ทันติน พารณ พารณะ วารณ หัตถินี กรินี พังคา นาเคศ

ความรู้เรื่องช้างอีกอย่างก็คือ หลายคนสงสัยเกี่ยวกับคำลักษณนามของช้าง เพราะบางครั้งเห็นใช้คำว่า เชือก บางครั้งใช้คำว่า ตัว อันนี้คุณครูก็ขอให้ความรู้ไว้นิดนึงนะคะว่า ถ้าเป็นช้างบ้าน หรือ ช้างที่เราเลี้ยงไว้เราจะเรียกว่า 1 เชือก 2 เชือก 3 เชือก แต่ถ้าเป็นช้างป่า เราจะเรียกเป็นตัวนะคะ 1 ตัว 2 ตัว 3 ตัว ยังมีเจาะลึกลงไปอีกนะคะ ถ้าเป็นช้างเผือก อันนั้นจะใช้ลักษณนามว่า ช้างค่ะ แปลกดีเหมือนกัน 1 ช้าง 2 ช้าง 3 ช้าง ก็ถือเป็นความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับช้างนะคะ

เล่าเรื่องช้างมาขนาดนี้ คุณครูลิลลี่เองก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากหรอกค่ะ แค่อยากให้คนไทยรักสัตว์ประจำชาติ สัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยกันหน่อย จริง ๆ เราควรรักเขาทุกวัน รักตั้งแต่ยังไม่มีวันของเขาด้วยซ้ำ แต่นี่คณะทำงานผู้เกี่ยวข้องอุตส่าห์ตั้งวันช้างแห่งชาติเพื่อมาเตือนใจ กระตุ้นต่อมกันขนาดนี้แล้วปันใจมารักช้างไทยกันบ้าง อย่างน้อยเราจะได้ไม่ต้องมาเห็นภาพบาดตาบาดใจกับช้างที่ถูกทำร้าย ถูกทารุณ และถึงขั้นถูกฆ่าตามหน้าหนังสือพิมพ์กันอีกต่อไป...แม้วันช้างแห่งชาติจะ ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่สายที่หันมารักช้างกันทุกวันนะคะ...สวัสดีค่ะ

ครูลิลลี่

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement