advertisement

รุกคืบระบบเฝ้าระวัง “เชื้อดื้อยา”

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มี.ค. 2555 05:00

กพย.พบว่ามียาปฏิชีวนะกระจายอยู่ในชุมชน และการจ่ายยาที่ไม่เหมาะสมใน รพ.ทำให้เสี่ยงต่อการที่เชื้อโรคดื้อยา เนื่องจากจากการใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น ทำให้สถานการณ์เชื้อดื้อยาในประเทศไทย อยู่ในภาวะขั้นวิกฤติ...

เมื่อวันที่ 2 มี.ค. ที่โรงแรมทวินทาวเวอร์ แผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “รายงานสถานการณ์ระบบยา ประจำปี 2554” โดย ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการแผนงาน กพย. กล่าวว่า การสร้างระบบเฝ้าระวังถือเป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่งในระบบยา เพื่อส่งสัญญาณเตือนภัยต่อสังคม กพย.ให้ความสำคัญกับปัญหาเชื้อดื้อยาจากการใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น ซึ่งปัญหาเชื้อดื้อยาของไทยอยู่ในขั้นวิกฤติเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แม้จะมีระบบเฝ้าระวังแต่ยังขาดการส่งสัญญาณที่เพียงพอ  ทำให้ยังพบการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม ที่สำคัญยังมียาปฏิชีวนะกระจายอยู่ในชุมชน โดยเฉพาะร้านขายของชำ  รวมทั้งพบการจ่ายยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสมในระดับโรงพยาบาล ทำให้มูลค่ายาปฏิชีวนะมีมากเป็นลำดับ 1 ของมูลค่าการใช้ยาของประเทศ สิ่งที่ต้องทำคือ การสร้างระบบเฝ้าระวังการใช้ยาปฏิชีวนะทั้งในคนและสัตว์

ภก.ภาณุโชติ ทองยัง ประธานชมรมเภสัชชนบท กล่าวว่า จากการพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังการใช้ยาสเตียรอยด์ที่ไม่เหมาะสม พบว่าปัจจุบันมีการใช้ยาสเตียรอยด์ไม่เหมาะสมอย่างแพร่หลาย จากผลการตรวจวิเคราะห์ยาแผนโบราณของศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สมุทรสงคราม ระหว่างปี 2548-2552 พบการเจือปนของสาร สเตียรอยด์หลายรายการ ทั้งในยาชนิดผง ยาเม็ด ลูกกลอน และยาน้ำ มีปริมาณค่อนข้างสูงกว่าเดิมมาก  หากกินติดต่อเป็นเวลานานจะเสี่ยงอันตรายมาก ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนาระบบการเฝ้าระวังทางกฎหมาย.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement